145 ผลลัพธ์ สำหรับ 

%united nation%

 ลองค้นหาคำในรูปแบบอื่น: united nation, -united nation-
  NECTEC Lexitron Dictionary EN-TH 
(n) องค์การสหประชาชาติ
(n) กฎบัตรสหประชาชาติ
  Hope Dictionary 
n. สหประชาชาติ, องค์การสหประชาชาติ
n. องค์การสหประชาชาต' (ใช้ชื่อย่อว่าUN)
  ศัพท์บัญญัติราชบัณฑิตยสถาน 
องค์การสหประชาชาติ [รัฐศาสตร์ ๑๗ ส.ค. ๒๕๔๔]
สมัชชาแห่งสหประชาชาติ [รัฐศาสตร์ ๑๗ ส.ค. ๒๕๔๔]
กฎบัตรสหประชาชาติ [รัฐศาสตร์ ๑๗ ส.ค. ๒๕๔๔]
สมัชชาแห่งสหประชาชาติ [รัฐศาสตร์ ๑๗ ส.ค. ๒๕๔๔]
คณะมนตรีภาวะทรัสตีแห่งสหประชาชาติ [รัฐศาสตร์ ๑๗ ส.ค. ๒๕๔๔]
องค์การสหประชาชาติ [รัฐศาสตร์ ๑๗ ส.ค. ๒๕๔๔]
  คลังศัพท์ไทย (สวทช.) 
สหประชาชาติ [TU Subject Heading]
การประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา [TU Subject Heading]
อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติที่จัดตั้งในลักษณะองค์กร (ค.ศ. 2000) [TU Subject Heading]
อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการทุจริต (ค.ศ. 2003) [TU Subject Heading]
อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยสัญญาซื้อขายระหว่างประเทศ (ค.ศ.1980) [TU Subject Heading]
อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (ค.ศ. 1982) [TU Subject Heading]
อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการขนส่งของทางทะเล (ค.ศ. 1978) [TU Subject Heading]
ข้อตกลงว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลกขององค์การสหประชาชาติ (ค.ศ. 1992) [TU Subject Heading]
อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (ค.ศ.1992). พิธีสาร (11 ธ.ค. ค.ศ. 1997) [TU Subject Heading]
สหประชาชาติ. กฎบัตร [TU Subject Heading]
สหประชาชาติ. สมัชชาใหญ่ [TU Subject Heading]
สหประชาชาติ. คณะมนตรีความมั่นคง [TU Subject Heading]
สหประชาชาติ. คณะมนตรีภาวะทรัสตี [TU Subject Heading]
โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติExample:องค์การพิเศษของสหประชาชาติ มีหน้าที่ประสานงานโครงการพัฒนาและให้ความช่วยเหลือ ทางเทคนิคต่างๆ ของสหประชาชาติ องค์กรนี้ได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2509 จัดเป็นองค์การความร่วมมือทางเทคนิคที่ใหญ่ที่สุดของโลก ได้ให้ความช่วยเหลือในโครงการต่างๆ ทั่วโลกไปแล้วหลายพันโครงการ กิจกรรมที่ดครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติให้ความสนับสนุนได้แก่ โครงการด้านทรัพยากรธรรมชาติ การเพิ่มศักยภาพทางการค้าและการส่งออก การพัฒนากำลังคน การสร้างสิ่งจูงใจให้มีการลงทุนในการสร้างทุน โครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้ แก่ประเทศกำลังพัฒนา และโครงการวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม เงินทุนที่ใช้ในโครงการได้รับบริจาคโดยสมัครใจจากประเทศสมาชิกและองค์การ ต่างๆ  [สิ่งแวดล้อม]
ที่ประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนาExample:องค์การระหว่างประเทศถือกำเนิดขึ้นจากข้อมติ ของสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ เมื่อ พ.ศ. 2507 เพื่อแก้ไขปัญหาการค้าระหว่างประเทศของประเทศกำลังพัฒนา โดยเฉพาะในปัญหาที่แกตต์ (ดู GATT) ไม่สามารถแก้ไขได้อย่างมีประสิทธิภาพ อังค์แทดเป็นเวทีการประชุมระหว่างประเทศ ที่เปิดโอกาสให้ประเทศพัฒนาแล้วและกำลังพัฒนา ปรึกษาหารือร่วมกันแก้ไขปัญหาการค้าและการพัฒนาเศรษฐกิจ ซึ่งมีผลให้ประเทศกำลังพัฒนาสามารถรวมกลุ่มกัน ใช้เป็นเวทีเรียกร้องให้ประเทศพัฒนาแล้วผ่อนคลาดมาตรการที่เป็นอุปสรรคต่อ การค้าของประเทศกำลังพัฒนา รวมถึงให้ประเทศกำลังพัฒนามีบทบาทร่วมในการตัดสินใจ เกี่ยวกับนโยบายและการจัดระบบเศรษฐกิจของโลกมากขึ้น ผลงานสำคัญของที่ประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา เช่น จีเอสพี (ดู GSP) โครงการร่วมโภคภัณฑ์ (ดู Commodity Stabilization Agreements) และจีเอสทีพี (ดู GSTP) อังค์เทดมีสำนักงานอยู่ที่นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มีสมาชิกรวม 168 ประเทศ แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ ประเทศที่พัฒนาแล้ว ประเทศสังคมนิยมยุโรปตะวันออก และกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา  [สิ่งแวดล้อม]
เอกอัครราชทูต ผู้แทนถาวรแห่งประเทศไทยประจำองค์การสหประชาชาติ (ณ นครนิวยอร์ก/นครเจนีวา) [การทูต]
การแก้ไขกฎบัตรสหประชาชาติ กฎบัตรของสหประชาชาตินั้น เปิดโอกาสให้มีการแก้ไขได้โดยสมัชชาสหประชาชาติหรือโดยที่ประชุมใหญ่ (General Conference) ของสมาชิกสหประชาชาติ ซึ่งอาจจะประชุมกัน ณ วันเวลาและสถานที่ตามแต่จะมีการตกลงกัน โดยคะแนนเสียง 2 ใน 3 ส่วนของสมัชชาใหญ่ และโดยคะแนนเสียงของสมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงใด ๆ 7 เสียง ในที่ประชุมใหญ่นั้น สมาชิกแต่ละประเทศของสหประชาชาติจะมีเสียงลงคะแนน 1 เสียงการที่จะแก้ไขกฎบัตรสหประชาชาติให้เป็นผลสำเร็จ จะต้องได้เสียงสนับสนุนจากสมาชิกเป็นจำนวน 2 ใน 3 ส่วนของสมาชิกทั้งหมดในสมัชชาหรือจากที่ประชุมใหญ่ เมื่อการแก้ไขกฎบัตรเป็นที่รับรองแล้ว จะมีผลบังคับต่อสมาชิกทั้งหมดของสหประชาชาติ ก็ต่อเมื่อได้รับการสัตยาบันจากสมาชิก 2 ใน 3 ส่วนของจำนวนทั้งหมด รวมทั้งการรับรองจากสมาชิกถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงด้วยอาทิเช่น ในสมัยประชุมที่ 18 ของสมัชชาใหญ่ การแก้ไขกฎบัตรได้รับการรับรองเห็นชอบด้วย โดยผ่านข้อมติที่ 1991 (XVII) ในการแก้ไขครั้งนี้ได้เพิ่มจำนวนสมาชิกของคณะมนตรีความมั่นคงจาก 11 เป็น 15 คณะมนตรีเศรษฐกิจและสังคมจาก 18 เป็น 27 ประเทศ การแก้ไขดังกล่าวได้รับการลงมติรับรองเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม ค.ศ. 1963 ในปัจจุบันนี้ ประเทศสมาชิกเป็นจำนวนมากกำลังเรียกร้องให้มีการปรับจำนวนสมาชิกถาวรของคณะ มนตรีความมั่นคงเสียใหม่ [การทูต]
สมัชชาแห่งสหประชาชาติExample:หน้าที่สำคัญของสมัชชามีดังนี้1. พิจารณาและจัดทำคำแนะนำเกี่ยวกับหลักการของความร่วมมือระหว่างประเทศ ในการธำรงไว้ซึ่งสันติภาพและความมั่นคง รวมทั้งหลักการเรื่องการลดอาวุธ และข้อบังคับว่าด้วยกำลังอาวุธ2. พิจารณาและอภิปรายเกี่ยวกับปัญหาใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสันติภาพและความมั่นคง พร้อมทั้งให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับเรื่องนี้ นอกจากในกรณีที่ข้อพิพาทหรือสถานการณ์กำลังอยู่ในระหว่างการอภิปรายในคณะ มนตรีความมั่นคงในขณะนั้น3. พิจารณาและอภิปราย เพื่อให้คำแนะนำเกี่ยวกับปัญหาใด ๆ ที่อยู่ภายในกรอบของกฎบัตร หรือที่เกี่ยวข้องกับอำนาจและหน้าที่ขององค์กรใด ๆ ในสหประชาชาติ4. ริเริ่มศึกษา และจัดทำคำแนะนำเพื่อส่งเสริมความร่วมมือทางการเมืองระหว่างประเทศ ส่งเสริมการพัฒนากฎหมายระหว่างประเทศ รวมทั้งพยายามทำให้ทุกคนได้มีสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพมูลฐานประจักษ์ผลตลอดจน ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศในด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม การศึกษา และการสาธารณสุข5. รับและพิจารณารายงานจากคณะมนตรีความมั่นคงและองค์กรอื่นๆ ของสหประชาชาติ6. จัดทำคำแนะนำหรือข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการระงับสถานการณ์ที่ยุ่งยากใดๆ โดยสันติวิธี โดยไม่คำนึงถึงต้นเหตุซึ่งอาจจะยังความเสียหายแก่ความสัมพันธ์ฉันมิตร ระหว่างประเทศ7. ควบคุมดูแลโดยผ่านทางคณะมนตรีภาวะทรัสตีให้มีการปฏิบัติให้เป็นไปตามความ ตกลงเกี่ยวกับภาวะทรัสตีในดินแดนทั้งหมดที่มิได้ถูกกำหนดว่าเป็นพื้นที่ทาง ยุทธศาสตร์8. เลือกตั้งสมาชิกไม่ประจำของคณะมนตรีความมั่นคง สมาชิกในคณะมนตรีเศรษฐกิจและสังคม สมาชิกของคณะมนตรีภาวะทรัสตีจะได้รับการเลือกตั้งให้มีส่วนร่วมกับคณะมนตรี ความมั่นคง ในการเลือกตั้งผู้พิพากษาของศาลสถิตยุติธรรมระหว่างประเทศ และแต่งตั้งตัวเลขาธิการสหประชาชาติตามข้อเสนอแนะของคณะมนตรีความมั่นคง9. พิจารณาและอนุมัติงบประมาณของสหประชาชาติจัดสรรเงินค่าบำรุงในระหว่างประเทศ สมาชิก และพิจารณางบประมาณของบรรดาองค์การชำนัญพิเศษ (Specialized agencies)ข้อมติใด ๆ ของสมัชชานั้น ถือว่าเป็นข้อเสนอแนะ (recommendations) หรือคำแนะนำแก่ประเทศสมาชิกองค์กรหรือองค์การรัฐบาลอื่น ๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสหประชาชาติ แม้ว่าข้อเสนอแนะเหล่านี้ไม่เป็นเครื่องผูกมัดก็ตาม แต่ก็ถือว่ามีลักษณะชักจูงจิตใจของรัฐบาลต่าง ๆ ที่เป็นเสียงส่วนข้างมากของโลก และเป็นผู้อยู่เบื้องหลังข้อเสนอแนะดังกล่าวสมัชชาจะประชุมกันปีละครั้งเป็น ประจำทุกปี โดยมากจะเริ่มต้นในวันอังคารที่สามของเดือนกันยายน สมัชชาย่อมเรียกประชุมสมัยพิเศษได้ ถ้าคณะมนตรีความมั่นคงขอร้อง หรือสมาชิกส่วนข้างมากของสหประชาชาติ หรือประเทศสมาชิกหนึ่งใดที่เป็นประเทศสมาชิกส่วนข้างมากเห็นพ้องด้วย สมัชชาจักประชุมสมัยพิเศษยามฉุกเฉินได้ภายใน 24 ชั่วโมง ซึ่งได้รับการขอร้องจากคณะมนตรีความมั่นคง ด้วยคะแนนเสียงของประเทศสมาชิกใดๆ 7 ประเทศของคณะมนตรีความมั่นคงหรือด้วยเสียงข้างมากของประเทศสมาชิกของสหประชา ชาติ หรือตามคำขอร้องของประเทศสมาชิกหนึ่งใด ซึ่งสมาชิกส่วนข้างมากของสหประชาชาติเห็นพ้องด้วยสมัชชาสหประชาชาติประกอบ ด้วยประเทศสมาชิกทั้งหมดทุกประเทศ แต่ละประเทศสมาชิกมีผู้แทนในสมัชชาไม่เกินกว่า 5 คน และแต่ละประเทศสามารถตัดสินใจเลือกผู้แทนได้ตามวิถีทางของตน สมัชชาจะทำงานโดยผ่านคณะกรรมการใหญ่รวม 7 คณะ และประเทศสมาชิกทั้งหมดมีสิทธิที่จะเลือกผู้แทนของตนไปประจำอยู่ในคณะ กรรมการเหล่านั้น คณะกรรมการดังกล่าวมี - คณะกรรมการที่หนึ่ง (First Committee) คือคณะกรรมการฝ่ายการเมืองและความมั่นคง รวมทั้งการจัดระเบียบควบคุมกำลังอาวุธด้วย- คณะกรรมการฝ่ายการเมืองพิเศษ (Special Political Committee) มีส่วนร่วมทำงานกับคณะกรรมการที่หนึ่ง- คณะกรรมการที่สอง (Second Committee) คือคณะกรรมการฝ่ายเศรษฐกิจและการคลัง- คณะกรรมการที่สาม (Third Committee) คือคณะกรรมการฝ่ายสังคม มนุษยธรรม และวัฒนธรรม- คณะกรรมการที่สี่ (Fourth Committee) คือคณะกรรมการฝ่ายภาวะทรัสตี รวมทั้งดินแดนที่ยังมิได้ปกครองตนเอง- คณะกรรมการที่ห้า (Fifth Committee) คือคณะกรรมการฝ่ายธุรการและงบประมาณ- คณะกรรมการที่หก (Sixth Committee) ได้แก่ คณะกรรมการฝ่ายกฎหมายนอกจากนี้ยังมีคณะกรรมการทั่วไป (General Committee) อีกคณะหนึ่ง ประกอบด้วย ตัวประธาน และรองประธานสมัชชาอีก 13 คน รวมทั้งประธาน (President) ของคณะกรรมการสำคัญทั้ง 7 คณะ คณะกรรมการทั่วไปนี้จะทำการประชุมกันบ่อยครั้งในระหว่างสมัยประชุมสมัชชา เพื่อดูแลให้งานการประชุมของสมัชชาดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย นอกจากนี้ยังมีคณะกรรมการฝ่ายการแต่งตั้ง (Credentials Committee) ซึ่งประธานสมัชชาจะเป็นผู้แต่งตั้งทุกสมัยการประชุม เพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบหนังสือแต่งตังของบรรดาผู้แทนประเทศสมาชิกตามปกติ สมัชชาเป็นฝ่ายนำเสนอเรรื่องทั้งหมดในระเบียบวาระของสมัชชาไปให้คณะกรรมการ สำคัญคณะหนึ่ง คือ คณะกรรมการร่วม (Joint Committee) หรือคณะกรรมการเฉพาะเรื่อง (Ad hoc Committee) ที่ได้รับการแต่งตั้งขึ้นเป็นพิเศษเพื่อพิจารณาเรื่องหนึ่งเรื่องใดโดยเฉพาะ จากนั้น คณะกรรมการเหล่านี้จะส่งข้อเสนอของตนไปให้สมัชชารับรองในการประชุมเต็มคณะ (Plenary meeting)อนึ่ง สมัชชาสหประชาชาติมีคณะกรรมการที่เรียกว่า Standing Committee ทำหน้าที่ช่วยเหลืออยู่สองคณะ คือ คณะกรรมการที่ปรึกษาเกี่ยวกับปัญหาด้านธุรการและงบประมาณ และคณะกรรมการเกี่ยวกับเงินค่าบำรุงของประเทศสมาชิก สมาชิกในคณะกรรมการเกี่ยวกับเงินค่าบำรุงของประเทศสมาชิก สมาชิกในคณะกรรมการเหล่านี้จะได้รับการเลือกตั้งจากสมัชชาให้อยู่ในคณะ กรรมการสามปีจึงจะครบวาระ การพิจารณาเลือกตั้งนั้นให้ถือตามคุณวุฒิส่วนตัว และการแบ่งสรรถือตามเขตภูมิรัฐศาสตร์ (Geographical distribution) [การทูต]
สถาบันวิจัยและฝึกอบรมระหว่างประเทศเพื่อความก้าวหน้าของสตรีแห่งสหประชา ชาติ เป็นสถาบันที่ได้รับการสนับสนุนจากเงินบริจาคโดยสมัครใจจากประเทศสมาชิก มีเป้าหมายที่จะเร่งรัดและช่วยเหลือให้สตรีสามารถมีบทบาทอย่างแข็งขันและ อย่างเท่าเทียมกันในกระบวนการพัฒนา [การทูต]
คือคณะกรรมการกฎหมายระหว่างประเทศของสหประชาชาติ มีวัตถุประสงค์ที่จะส่งเสริมปรับปรุงกฎหมายระหว่า ประเทศ รวมทั้งการทำประมวลกฎหมายให้ก้าวหน้าและทันสมัยคณะกรรมาธิการนี้ประกอบด้วย สมาชิกรวม 25 คน ซึ่งได้รับการเลือกตั้งให้ดำรงอยู่ในตำแหน่งสมาชิกคราวละ 5 ปี และจะทำงานในคณะกรรมาธิการในฐานะตัวบุคคล มิใช่เป็นตัวแทนจากประเทศของตน ตลอดการประชุมสมัชชาสหประชาชาติเป็นจำนวนหลายสมัยมาแล้ว คณะกรรมาธิการได้ทำหน้าที่ร่างกฎหมายในเรื่องต่าง ๆ ที่เป็นกฎหมายระหว่างประเทศเป็นจำนวนไม่น้อย บางเรื่องได้ริเริ่มขึ้นเองโดยคณะกรรมาธิการ แต่บางเรื่องทางสมัชชาสหประชาชาติหรือคณะมนตรีเศรษฐกิจและสังคม ได้ส่งไปให้พิจารณาดำเนินการคณะกรรมาธิการได้ร่างสัญญาเกี่ยวกับกฎหมายทาง ทะเลไปแล้วไม่น้อยกว่า 4 ฉบับ เช่น อนุสัญญาว่าด้วยทะเลหลวง อนุสัญญาว่าด้วยอาณาเขตทางทะเลและพื้นที่ติดชายฝั่งอนุสัญญาเกี่ยวกับการจับ ปลา การอนุรักษ์ทรัพยากรที่มีชีวิตในท้องทะเลหลวง พร้อมทั้งได้รับสัตยาบันสารจากประเทศต่าง ๆ ไว้แล้วเป็นจำนวนมาก เมื่อ ค.ศ.1961 และ 1963 คณะกรรมาธิการได้จัดให้มีการประชุมใหญ่สองครั้งตามลำดับ ณ กรุงเวียนนา พร้อมทั้งได้ลงมติรับรองอนุสัญญากรุงเวียนนาว่าด้วยความสัมพันธ์ทางการทูต และอนุสัญญากรุงเวียนนาว่าด้วยความสัมพันธ์ทางกงสุล [การทูต]
คือสำนักเลขาธิการสหประชาชาติ ประกอบด้วยตัวเลขาธิการ ซึ่งได้รับการแต่งตั้งโดยสมัชชาตามข้อเสนอแนะของคณะมนตรีความมั่นคง พร้อมคณะเจ้าหน้าที่ตามที่องค์การต้องการหน้าที่สำคัญของเลขาธิการสหประชา ชาติ คือ ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าฝ่ายบริหารขององค์การ นำเรื่องใดก็ตามเสนอต่อคณะมนตรีความมั่นคง ซี่งตามทรรศนะของเลขาธิการเห็นว่าเป็นภัยคุกคามสันติภาพและความมั่นคง ระหว่างประเทศ นอกจากนี้ ยังมีหน้าที่ทำรายงานประจำปี และรายงานเพิ่มเติมใด ๆ ที่จำเป็นเสนอต่อสมัชชาสหประชาชาติ เกี่ยวกับงานขององค์การ สหประชาชาติคณะเจ้าหน้าที่ที่ทำงานช่วยเหลือเลขาธิการนั้น ถือเป็นเจ้าหน้าที่ระหว่างประเทศ ประกอบด้วยชนชาติต่าง ๆ ในการเกณฑ์เจ้าหน้าที่เหล่านี้เข้าทำงานกับสหประชาชาติ จะคัดแต่ผู้ที่มีประสิทธิภาพ ความสามารถ และความซื่อสัตย์ในระดับสูงสุด และคำนึงถึงเขตภูมิศาสตร์ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ในการทำงานตามหน้าที่ ทั้งตัวเลขาธิการและคณะเจ้าหน้าที่ผู้ร่วมงาน จะต้องไม่แสวงหรือรับคำสั่งจากรัฐบาลใด ๆ หรือจากผู้มีอำนาจหน้าที่อื่นใดที่อยู่นอกเหนือองค์การสหประชาชาติ ขณะเดียวกัน สมาชิกของสหประชาชาติได้ตกลงยอมรับนับถือความรับผิดชอบที่มีลักษณะระหว่าง ประเทศของสำนักเลขาธิการ และจักไม่แสวงใช้อิทธิพลใด ๆ ต่อสำนักเลขาธิการ ในการปฏิบัติหน้าที่ตามความรับผิดชอบเหล่านั้น [การทูต]
คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ คณะมนตรีนี้ประกอบด้วยสมาชิกถาวร (Permanent members) 5 ประเทศ คือ จีน ฝรั่งเศส สหภาพโซเวียต อังกฤษ และสหรัฐฯ และมีสมาชิกไม่ถาวร (Non-permanent members) อีก 10 ประเทศ ซึ่งสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติเป็นผู้เลือกตั้ง และให้ดำรงอยู่ในตำแหน่งประเทศละ 2 ปี สมาชิกประเภทนี้ไม่มีสิทธิรับเลือกตั้งใหม่ในทันที และในการเลือกตั้งจะคำนึงส่วนเกื้อกูลหรือบทบาทของประเทศผู้สมัครที่มีต่อ การธำรงรักษาไว้ซึ่งสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ รวมทั้งที่มีต่อวัตถุประสงค์อื่น ๆ ขององค์การสหประชาชาติด้วย ในการเลือกตั้ง จะคำนึงถึงการแบ่งกลุ่มประเทศสมาชิกดังนี้คือ ก. 5 ประเทศจากแอฟริกาและเอเชียข. 1 ประเทศจากยุโรปตะวันออกค. 2 ประเทศจากละตินอเมริกาง. 2 ประเทศจากยุโรปตะวันตก และประเทศอื่น ๆหน้าที่ของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติมีดังนี้1. ธำรงรักษาสันติภาพ และความมั่นคงระหว่างประเทศตามวัตถุประสงค์และหลักการของสหประชาชาติ2. สอบสวนเกี่ยวกับกรณีพิพาทหรือสถานการณ์ใด ๆ ซึ่งอาจนำไปสู่การกระทบกระทั่งระหว่างประเทศ3. เสนอแนะวิธีที่จะใช้กรณีพิพาทเช่นว่านั้น หรือ เงื่อนไขที่ให้มีการตกลงปรองดองกัน4. วางแผนเพื่อสถาปนาระบบการควบคุมกำลังอาวุธ5. ค้นหาและวินิจฉัยว่ามีภัยคุกคามต่อสันติภาพ หรือ เป็นการกระทำที่รุกรานหรือไม่ แล้วเสนอแนะว่าควรจะปฏิบัติอย่างไร 6. เรียกร้องให้สมาชิกประเทศที่ทำการลงโทษในทางเศรษฐกิจ และใช้มาตรการอื่น ๆ ที่ไม่ถึงขั้นทำสงคราม เพื่อป้องกันมิให้เกิดหรือหยุดยั้งการรุกราน7. ดำเนินการทางทหารตอบโต้ฝ่ายที่รุกราน8. เสนอให้รับประเทศสมาชิกใหม่ รวมทั้งเงื่อนไขหรือกฎเกณฑ์ ในการที่จะเข้าเป็นภาคีตามกฎหมายของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ 9. ทำหน้าที่ให้ภาวะทรัสตีของสหประชาชาติ ในเขตที่ถือว่ามีความสำคัญทางยุทธศาสตร์10. เสนอแนะให้สมัชชาสหประชาชาติ แต่งตั้งตัวเลขาธิการและร่วมกับสมัชชาในการเลือกตั้งผู้พิพากษาศาลโลก11. ส่งรายงานประจำปีและรายงานพิเศษต่อสมัชชาสหประชาชาติบรรดาประเทศสมาชิกของสห ประชาชาติ ต่างตกลงยินยอมที่จะปฏิบัติตามข้อมติใด ๆ ของคณะมนตรีความมั่นคง ทั้งยังรับรองที่จะจัดกำลังกองทัพของตนให้แก่คณะมนตรีความมั่นคงหากขอร้อง รวมทั้งความช่วยเหลือและและอุปกรณ์อื่น ๆ ที่จำเป็นต่อการธำรงรักษาไว้ซึ่งสันติภาพ และความมั่นคงระหว่างประเทศ [การทูต]
กองทุนพัฒนาเงินทุนแห่งสหประชาชาติ [การทูต]
การประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการพัฒนาและสิ่งแวด ล้อม [การทูต]
ศูนย์เพื่อการตั้งถิ่นฐานมนุษย์แห่งสหประชาชาติ ทำหน้าที่เป็นสำนักเลขาธิการของคณะกรรมาธิการว่าด้วยการตั้งถิ่นฐานมนุษย์ (Commission on Human Settlements) ซึ่งเป็นหน่วยงานประสานงานกิจกรรมการพัฒนาการตั้งถิ่นฐานมนุษย์ของสหประชา ชาติที่เน้นในเรื่องที่พักพิง (shelter) และบริการทางสังคม การจัดการเมือง สิ่งแวดล้อมและโครงสร้างพื้นฐาน และการประเมิน ติดตามข่าวสารข้อมูลทางด้านการตั้งถิ่นฐานมนุษย์ [การทูต]
การประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (อังค์ถัด) " เป็นองค์กรของสหประชาชาติที่รับผิดชอบเรื่องการค้า การเงิน การ ลงทุน เทคโนโลยี และการพัฒนาแบบเบ็ดเสร็จ โดยมีหน้าที่เป็นเวทีประสานนโยบายระหว่างรัฐบาล ศึกษาวิเคราะห์สภาวะเศรษฐกิจโลกและให้ความช่วยเหลือทางวิชาการแก่ประเทศ กำลังพัฒนา ปัจจุบันมีรัฐสมาชิก 190 ประเทศ ประชุมระดับรัฐมนตรีปีละ 4 ครั้ง ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมอังค์ถัดครั้งล่าสุด (ครั้งที่ 10) เมื่อเดือน กุมภาพันธ์ 2543 " [การทูต]
โครงการควบคุมยาเสพติดแห่งสหประชาชาติ ตั้งอยู่ที่กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางด้านข้อมูลข่าวสารและความรู้ในด้านการควบคุมยาเสพติด โดยได้ให้ความช่วยเหลือแก่ประเทศสมาชิกในด้านการจัดทำยุทธศาสตร์ควบคุมยาเสพ ติด [การทูต]
โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ทำหน้าที่ปริหารและประสานความช่วยเหลือด้านวิชาการทั้งหมดในระบบสหประชาชาติ [การทูต]
สำนักงานผู้ประสานงานในการบรรเทาภัยพิบัติแห่งสหประชาชาติ [การทูต]
โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ [การทูต]
กองกำลังฉุกเฉินของสหประชาชาติ เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน ค.ศ. 1956 สมัชชาแห่งสหประชาชาติได้ขอรัองให้เลขาธิการสหประชาชาติเสนอแผนการภายใน 48 ชั่วโมง เพื่อจัดตั้งกองกำลังระหว่างชาติของสหประชาชาติ โดยได้รับอนุมัติจากชาติที่เกี่ยวข้อง ให้ทำหน้าที่ยุติและควบคุมดูแลการหยุดรบในประเทศอียิปต์ วันรุ่งขึ้น คือ วันที่ 5 พฤศจิกายน สมัชชาก็ได้ลงมติให้จัดตั้งกองบัญชาการแห่งสหประชาชาติขึ้นปรากฏว่า ผู้แทนของสหภาพโซเวียตได้กล่าวอ้างว่า การจัดตั้งกองกำลังดังกล่าวเป็นการกระทำที่ละเมิดกฎบัตรสหประชาชาติ โดยยกบทที่ 7 ของกฎบัตรขึ้นมาอ้างว่า คณะมนตรีความมั่นคงองค์กรเดียวเท่านั้น ที่กฎบัตรให้อำนาจจัดตั้งกองกำลังระหว่างชาติได้ ด้วยเหตุนี้ สหภาพโซเวียตและอีกบางประเทศจึงแถลงว่า จะไม่ยอมมีส่วนร่วมในการออกเงินค่าใช้จ่ายสำหรับกองกำลังดังกล่าวโดยเด็ดขาด พึงสังเกตว่า การที่สหภาพโซเวียตอ้างยืนยันว่า คณะมนตรีความมั่นคงเท่านั้นที่กฎบัตรสหประชาชาติให้อำนาจตั้งกองกำลังสห ประชาชาติได้ ก็เพราะหากยินยอมตามข้ออ้างของสหภาพโซเวียตดังกล่าว จะไม่มีทางจัดตั้งกองกำลังขึ้นได้เลย เพราะสหภาพโซเวียตจะใช้สิทธิยับยั้ง (Veto) ในคณะมนตรีความมั่นคงอย่างไม่ต้องสงสัย [การทูต]
มหาวิทยาลัยสหประชาชาติ จัดตั้งขึ้นเมื่อ ค.ศ. 1973 ตั้งอยู่ในกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เป็นสถาบันอิสระที่บริหารปกครองตนเองภายในโครงร่างของสหประชาชาติ เรียกได้ว่าเป็นสถาบันการศึกษาที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมความร่วมมือ ระหว่างประเทศในเชิงวิชาการ ในอันที่จะมีส่วนช่วยเหลือเกื้อกูลต่อการแก้ปัญหาเร่งด่วนต่าง ๆ ของโลก มหาวิทยาลัยนี้มีลักษณะไม่เหมือนกับมหาวิทยาลัยอื่นทั่ว ๆ ไป ทั้งในด้านโครางสร้างและแบบอย่างการดำเนินงาน กล่าวคือ ไม่มีนิสิตนักศึกษาของตนเอง ไม่มีคณะในมหาวิทยาลัย และไม่มีบริเวณมหาวิทยาลัย (campus) ดำเนินงานภายในเครือข่ายของสถาบันวิจัยและวิชาการต่าง ๆ ทั่วโลก รวมทั้งศูนย์ฝึกและศูนย์วิจัยของตนเอง ทั้งยังรวมไปถึงผู้คงแก่เรียนเป็นรายบุคคลด้วย ทั้งนี้ เพื่อร่วมกันหาทางแก้ปัญหาต่าง ๆ ของโลกเป็นจุดสำคัญเรื่องที่มหาวิทยาลัยสหประชาชาติกำลังกังวลและสนใจอยู่ใน ขณะนี้ คือ เรื่องเกี่ยวกับค่านิยมของมนุษย์ทั่วโลก รวมทั้งความรับผิดชอบทั้งหลายที่มนุษย์ทั่วโลกจะพึงมี เรื่องทิศทางใหม่ ๆ ในภาวะเศรษฐกิจที่กลังปรากฏอยู่ในโลก รวมทั้งเรื่องความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และวิทยาการทางเทคโนโลยีเรื่องพลัง ที่ทำให้เกิดความผันแปรระหว่างพลเมืองของโลก ตลอดจนเรื่องสวัสดิภาพและความเป็นอยู่ของมนุษย์ มหาวิทยาลัยแห่งนี้ ยังมุ่งหมายที่จะช่วยเพิ่มพูนศักยภาพในการวิจัย และการฝึกในประเทศที่กำลังพัฒนาทั้งหลายด้วย และภายในมหาวิทยาลัยเองก็กำลังสนใจด้านวิจัยและการฝึกฝนในบางเรื่องโดยเฉพาะ [การทูต]
องค์กรบริหารชั่วคราวของสหประชาชาติในติมอร์ตะวันออก " จัดตั้งขึ้นตามมติสหประชาชาติที่ 1272 (1999) เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2542 พลโทบุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ นายทหารไทย ได้รับเลือกให้เป็นผู้บัญชาการกองกำลังรักษาสันติภาพของ UNTAET ในติมอร์ตะวันออก เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2543 " [การทูต]
เลขาธิการสหประชาชาติ เป็นหัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารขององค์การสหประชาชาติ [การทูต]
คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ " ประกอบด้วยสมาชิกสหประชาชาติ 15 ประเทศ แบ่งออกเป็นสมาชิกถาวร 5 ประเทศ ได้แก่ จีน ฝรั่งเศส รัสเซีย สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา (กำหนดในกฎบัตรสหประชาชาติ) และสมาชิกไม่ถาวรที่มาจากการเลือกตั้งจากสมัชชาฯ อีก 10 ประเทศ มีกำหนดคราวละ 2 ปี คณะมนตรีความมั่นคงฯ ทำหน้าที่หลักในการธำรงไว้ซึ่งสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ โดยกระทำในนามของสมาชิกสหประชาชาติทั้งหมด และสมาชิกสหประชาชาติมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามคำวินิจ- ฉัยของคณะมนตรีความมั่นคงฯ " [การทูต]
สำนักงานบรรเทาทุกข์และจัดหางานของสหประชาชาติสำหรับผู้ลี้ภัยปาเลสไตน์ใน ตะวันออกใกล้ [การทูต]
สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาสังคมแห่งสหประชาชาติ [การทูต]
สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ [การทูต]
องค์กรสนับสนุนการปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งสห ประชาชาติ [การทูต]
องค์การศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาติ [การทูต]
กองทุนเพื่อกิจกรรมประชากรแห่งสหประชาติ [การทูต]
สมัชชาสหประชาชาติ เป็นที่ประชุมใหญ่ของประเทศสมาชิกสหประชาชาติทั้งหมด ปัจจุบันมีสมาชิก 189 ประเทศ [การทูต]
สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ [การทูต]
กองทุนสงเคราะห์เด็กแห่งสหประชาชาติ [การทูต]
สถาบันวิจัยเพื่อการลดอาวุธแห่งสหประชาชาติ [การทูต]
องค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติ [การทูต]
กองทุนเพื่อการพัฒนาสตรีแห่งสหประชาชาติ [การทูต]
สถาบันเพื่อการฝึกอบรมและการวิจัยแห่งสหประชาชาติ [การทูต]
วิธีการลงคะแนนเสียงในที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติ ในเรื่องนี้ สมาชิกแต่ละประเทศมีคะแนนเสียง 1 คะแนน ข้อมติของสมัชชาในปัญหาสำคัญ (Important Questions) จะกระทำโดยถือคะแนนเสียงข้างมาก 2 ใน 3 ของสมาชิกที่มาประชุมและออกเสียง ที่เรียกว่าปัญหาสำคัญนั้นได้แก่ ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการธำรงรักษาไว้ซึ่งสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ การเลือกตั้งสมาชิกไม่ประจำของคณะมนตรีความมั่นคง การเลือกตั้งสมาชิกของคณะมนตรีเศรษฐกิจและการสังคม การเลือกตั้งสมาชิกของคณะมนตรีภาวะทรัสตี การรับสมาชิกใหม่ของสหประชาชาติ การงดใช้สิทธิและเอกสิทธิแห่งสมาชิกภาพ การขับไล่สมาชิก ปัญหาการดำเนินงานของระบบภาวะทรัสตี และปัญหางบประมาณ คำวินิจฉัยปัญหาอื่น ๆ รวมทั้งการกำหนดประเภทแห่งปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยด้วยคะแนนเสียงข้างมาก 2 ใน 3 เพิ่มเติมนั้น จัดกระทำโดยอาศัยคะแนนเสียงข้างมากของสมาชิกที่มาประชุมและออกเสียงอนึ่ง ในการเลือกตั้งผู้พิพากษาของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ศาลโลก) ผู้ที่ได้รับเลือกตั้งจักต้องได้รับคะแนนเสียงข้างมากเด็ดขาด (Absolute majority) ในที่ประชุมของสมัชชาและในที่ประชุมของคณะมนตรีความมั่นคงด้วย นอกจากนี้สมาชิกสหประชาชาติที่ค้างชำระค่าบำรุงแก่องค์การ ย่อมไม่มีสิทธิ์ลงคะแนนเสียงในสมัชชา ถ้าหากจำนวนเงินที่ค้างชำระเท่าหรือมากกว่าจำนวนเงินค่าบำรุงที่ถึงกำหนด ชำระสำหรับ 2 ปีเต็มที่ล่วงมา อย่างไรก็ตาม สมัชชาอาจอนุญาตให้สมาชิกเช่นว่านั้นลงคะแนนเสียงก็ได้ ถ้าทำให้เป็นที่พอใจได้ว่า การไม่ชำระนั้น เนื่องมาจากภาวะอันอยู่นอกเหนืออำนาจควบคุมของสมาชิกนั้น [การทูต]
งานขององค์การสหประชาชาติ ในการช่วยให้ชาติอาณานิคมทั้งหลายได้รับความเป็นเอกราช นับตั้งแต่เริ่มตั้งองค์การสหประชาชาติเมื่อปี ค.ศ.1945 เป็นต้นมา มีชนชาติของดินแดนที่ยังมิได้ปกครองตนเอง รวมทั้งดินแดนในภาวะทรัสตีตามส่วนต่าง ๆ ของโลก ได้รับความเป็นเอกราชไปแล้วไม่น้อยกว่า 170 ล้านคน ดินแดนที่แต่ก่อนยังไม่มีฐานะปกครองตนเองราว 50 แห่งได้กลายฐานะเป็นรัฐเอกราช มีอธิปไตยไปแล้ว ขณะนี้ยังเหลือดินแดนที่ยังมิได้ปกครองตนเองอีกไม่มาก กำลังจะได้รับฐานะเป็นประเทศเอกราชต่อไปแม้ว่าปัจจัยสำคัญที่สุดซึ่งทำให้ เกิดวิวัฒนาการอันมีความสำคคัญทางประวัติศาสตร์ จะได้แก่ความปรารถนาอย่างแรงกล้าของประชาชนในดินแดนเมืองขึ้นทั้งหลาย แต่องค์การสหประชาชาติก็ได้แสดงบทบาทสำคัญในการส่งเสริมและสนับสนุนชนชาติ ที่ยังมิได้เป็นเอกราช และชาติที่ยังปกครองดินแดนเหล่านั้นอยู่ ให้รีบเร่งที่จะให้ชาชาติในดินแดนเหล่านั้นได้รับฐานะเป็นเอกราชโดยเร็วที่ สุดเท่าที่จะเป็นไปได้การที่องค์การสหประชาชาติมีบทบาทหน้าที่ดังกล่าวเพราะ ถือตามหลักแห่งความเชื่อศรัทธาที่ว่า มนุษย์ไม่ว่าชายหรือหญิง และชาติทั้งหลายไม่ว่าใหญ่หรือเล็ก ย่อมมีสิทธิเท่าเทียมกัน และได้ยืนยันความตั้งใจอันแน่วแน่ของประเทศสมาชิกที่จะใช้กลไกระหว่างประเทศ ส่งเสริมให้ชนชาติทั้งหลายในโลกได้ประสบความก้าวหน้าทั้งในทางเศรษฐกิจและ สังคมนอกจากนั้น เพื่อเร่งรัดให้ชนชาติที่ยังอยูใต้การปกครองแบบอาณานิคมได้ก้าวหน้าไปสู่ เอกราช สมัชชาของสหประชาชาติ (General Assembly of the United Nations) ก็ได้ออกปฏิญญา (Declaration) เกี่ยวกับการให้ความเป็นเอกราชแก่ประเทศและชนชาติอาณานิคม เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม ค.ศ. 1960 ซึ่งในปฏิญญานั้น ได้ประกาศยืนยันความจำเป็นที่จะให้ลัทธิอาณานิคมไม่ว่าในรูปใด สิ้นสุดลงโดยเร็วและปราศจากเงื่อนไขใด ๆ สมัชชายังได้ประกาศด้วยว่า การที่บังคับชนชาติอื่นให้ตกอยู่ใต้อำนาจการปกครอง แล้วเรียกร้องประโยชน์จากชนชาติเหล่านั้น ถือว่าเป็นการปฏิเสธไม่ยอมรับสิทธิมนุษยชนขั้นมูลฐาน เป็นการขัดกับกฎบัตรของสหประชาชาติ เป็นอุปสรรคต่อการส่งเสริมสันติภาพและความร่วมมือของโลกสมัชชาสหประชาชาติ ยังได้ประกาศต่อไปว่า จะต้องมีการดำเนินการโดยด่วนที่สุด โดยไม่มีเงื่อนไขหรือข้อสงวนใด ๆ ตามเจตนารมณ์ ซึ่งแสดงออกอย่างเสรี โดยไม่จำกัดความแตกต่างในเรื่องเชื้อชาติ หลักความเชื่อถือ หรือผิว เพื่อให้ดินแดนทั้งหลายที่ยังไม่ได้มีการปกครองของตนเองเหล่านั้นได้รับความ เป็นเอกราชและอิสรภาพโดยสมบูรณ์ในปี ค.ศ. 1961 สมัชชาสหประชาชาติก็ได้จัดตั้งคณะกรรมการพิเศษขึ้นคณะหนึ่ง เพื่อตรวจดูและให้มีการปฏิบัติให้เป็นตามคำปฏิญญาของสหประชาชาติ และถึงสิ้นปี ค.ศ. 1962 คณะกรรมการดังกล่าวได้ประชุมกันหลายต่อหลายครั้งทั้งในและนอกสำนักงานใหญ่ ขององค์การสหประชาชาติ แล้วรวบรวมเรื่องราวหลักฐานจากบรรดาตัวแทนของพรรคการเมืองทั้งหลาย จากดินแดนที่ยังไม่ได้รับการปกครองตนเอง แล้วคณะกรรมการได้ตั้งข้อเสนอแนะต่าง ๆ โดยมุ่งจะเร่งรัดให้การปกครองอาณานิคมสิ้นสุดลงโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ [การทูต]
  Longdo Unapproved EN-TH **ระวัง คำแปลอาจมีข้อผิดพลาด**
(n, org) (หรือ FAO) องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาติ
(org) สำนักเลขาธิการสหประชาชาติ
  NECTEC Lexitron-2 Dictionary (TH-EN) 
(n) United Nations OrganizationSee Also: UNExample:การดำเนินการครั้งนี้ได้รับความช่วยเหลือจากองค์การสหประชาชาติThai Definition:เป็นองค์การระหว่างประเทศ ที่มุ่งเน้นในการช่วยเหลือ มนุษยชาติ และรักษาสันติภาพของโลก เพื่อให้อยู่ร่วมกันโดยสันติ
(n) United NationsSyn. องค์การสหประชาชาติ, ยูเอ็นExample:รัฐบาลไทยได้ส่งทหารไทยเข้าไปช่วยสหประชาชาติรบด้วยในสงครามเกาหลีThai Definition:องค์การระหว่างประเทศที่จัดตั้งขึ้นเป็นทางการภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 มีวัตถุประสงค์สำคัญ คือ การป้องกันสงคราม การยืนยันรับรองสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน การเคารพและปฏิบัติตามพันธกรณีที่เกิดจากสนธิสัญญาและกฎหมายระหว่างประเทศ
(n) United Nations CharterSee Also: Charter of the United NationsExample:ในวันที่ 24 ตุลาคม 2488 มีการประกาศกฎบัตรสหประชาชาติซึ่งลงนามรับรองโดย 5 ประเทศมหาอำนาจในขณะนั้นUnit:ข้อThai Definition:ตราสารที่สถาปนาและจัดระเบียบองค์การระหว่างประเทศที่เรียกว่าองค์การสหประชาชาติ
  Volubilis Dictionary (TH-EN-FR) 
[Køngthun Chukchoēn Songkhrǿ Dek Haeng Sahaprachāchāt] (org) EN: United Nations Children's Fund ; UNICEF  FR: UNICEF
[Køngthun Pheūa Dek Haeng Sahaprachāchāt] (org) EN: United Nations Children's Fund ; UNICEF  FR: UNICEF
[Kotbat Sahaprachāchāt] (n, prop) EN: United Nations Charter  FR: Charte des Nations unies [ f ]
[Sahaprachāchāt] (n, prop) EN: United Nations  FR: Nations unies [ fpl ]
[Susān Thahān Samphanthamit Døn Rrak] (n, prop) EN: Kanchanaburi War Cemetery ; Don Rak United Nation Cemetery ; Don Rak War Cemetery
[wan Sahaprachāchāt] (n, exp) EN: United Nations day
  WordNet (3.0) 
(n) an organization of independent states formed in 1945 to promote international peace and securitySyn. UN
(n) an agency of the United NationsSyn. UN agency
(n) an agency of the United Nations responsible for programs to aid education and the health of children and mothers in developing countriesSyn. UNICEF, United Nations International Children's Emergency Fund
(n) the United Nations office responsible for crime prevention and criminal justice and law reformSyn. Centre for International Crime Prevention
(n) a day for celebrating the founding of the United NationsSyn. October 24
(n) an agency of the United Nations that promotes education and communication and the artsSyn. UNESCO
(n) an agency of the United Nations that promotes drug control and crime preventionSyn. DCCP
(n) the administrative arm of the United Nations
(n) the United Nations agency concerned with the international organization of food and agricultureSyn. FAO, Food and Agriculture Organization of the United Nations
  Longdo Unapproved EN - EN **ระวัง คำแปลอาจมีข้อผิดพลาด**
United Nations Educational, Scientific and Cultural Organization
[ UNESCO.org ] United Nations Educational, Scientific and Cultural Organization (UNESCO) is a specialized agency of the United Nations. Its purpose is to contribute to peace and security by promoting international collaboration through education, science, and culture in order to further universal respect for justice, the rule of law, and human rights along with fundamental freedom proclaimed in the UN Charter. en.wikipedia.org/wiki/UNESCOSee Also: S. UNESCO, United Nations Educational Scientific and Cultural Organization, R. UN
United Nations International Children's Emergency Fund
[ UNICEF.org ] United Nations International Children's Emergency Fund (UNICEF - now United Nations Children's Fund) works for children's rights, their survival, development and protection, guided by the Convention on the Rights of the Child. The UNICEF is a United Nations Programme headquartered in New York City, that provides long-term humanitarian and developmental assistance to children and mothers in developing countries. It is one of the members of the United Nations Development Group and its Executive Committee. Donate to help UNICEF meet the urgent needs of children. [ en.wikipedia.org/wiki/UNICEF ]See Also: S. UNICEF, United Nations Children's Fund, formerly United Nations International Chi
  CC-CEDICT CN-EN Dictionary 
[   /   , Lián hé guóㄌㄧㄢˊ ㄏㄜˊ ㄍㄨㄛˊUnited Nations #2068
[  /  , Lián Dàㄌㄧㄢˊ ㄉㄚˋUnited Nations General Assembly; abbr. for 聯合國大會|联合国大会See Also: 聯合國大會, 联合国大会 #18847
[        /        , Lián hé guó Ér tóng Jī jīn huìㄌㄧㄢˊ ㄏㄜˊ ㄍㄨㄛˊ ㄦˊ ㄊㄨㄥˊ ㄐㄧ ㄐㄧㄣ ㄏㄨㄟˋUnited Nations Children's Fund; UNICEF #41392
[     /     , shì jiè liáng shi shǔㄕˋ ㄐㄧㄝˋ ㄌㄧㄤˊ ㄕ˙ ㄕㄨˇWorld food program (United Nations aid agency)
[     /     , ér tóng jī jīn huìㄦˊ ㄊㄨㄥˊ ㄐㄧ ㄐㄧㄣ ㄏㄨㄟˋUNICEF (United Nation's Children's fund)
[  /  , rù liánㄖㄨˋ ㄌㄧㄢˊto join an alliance; admission to the United Nations
[     /     , Lián hé guó Dà huìㄌㄧㄢˊ ㄏㄜˊ ㄍㄨㄛˊ ㄉㄚˋ ㄏㄨㄟˋUnited Nations General Assembly
[     /     , Lián hé guó xiàn zhāngㄌㄧㄢˊ ㄏㄜˊ ㄍㄨㄛˊ ㄒㄧㄢˋ ㄓㄤUnited Nations charter
[           /           , Lián hé guó Qì hòu Biàn huà Kuàng jià Gōng yuēㄌㄧㄢˊ ㄏㄜˊ ㄍㄨㄛˊ ㄑㄧˋ ㄏㄡˋ ㄅㄧㄢˋ ㄏㄨㄚˋ ㄎㄨㄤˋ ㄐㄧㄚˋ ㄍㄨㄥ ㄩㄝUnited Nations Framework Convention on Climate Change
[        /        , Lián hé guó Hǎi yáng fǎ Gōng yuēㄌㄧㄢˊ ㄏㄜˊ ㄍㄨㄛˊ ㄏㄞˇ ㄧㄤˊ ㄈㄚˇ ㄍㄨㄥ ㄩㄝUnited Nations Convention on the Law of the Sea
[        /        , Lián hé guó huán jìng guī huà shǔㄌㄧㄢˊ ㄏㄜˊ ㄍㄨㄛˊ ㄏㄨㄢˊ ㄐㄧㄥˋ ㄍㄨㄟ ㄏㄨㄚˋ ㄕㄨˇUnited Nations Environment Program (UNEP)
[      /      , Lián hé guó Mì shū chùㄌㄧㄢˊ ㄏㄜˊ ㄍㄨㄛˊ ㄇㄧˋ ㄕㄨ ㄔㄨˋUnited Nations Secretariat
[        /        , Lián hé guó Kāi fā Jì huà shǔㄌㄧㄢˊ ㄏㄜˊ ㄍㄨㄛˊ ㄎㄞ ㄈㄚ ㄐㄧˋ ㄏㄨㄚˋ ㄕㄨˇUnited Nations Development Program
  Saikam JP-TH-EN Dictionary 
国連
[こくれん, kokuren] TH: องค์การสหประชาชาติ
国連
[こくれん, kokuren] EN: United Nations(UN)
  EDICT JP-EN Dictionary 
[こくれん, kokuren] (n) UN; United Nations; (P) #4825
[ユーエン, yu-en] (n) (See 国際連合) United Nations; UN
[ユネップ, yuneppu] (n) United Nations Environment Program; UNEP
[ユニセフ, yunisefu] (n) United Nations Children's Fund (formerly Children's Emergency Fund); UNICEF; (P)
[ジェノサイドじょうやく, jienosaido jouyaku] (n) Convention on the Prevention and Punishment of the Crime of Genocide (United Nations, 1948)
[あんぽりけつぎ, anporiketsugi] (n) (abbr) United Nations Security Council Resolution
[ごうもんきんしじょうやく, goumonkinshijouyaku] (n) United Nations Convention Against Torture (1987)
[こくさいれんごう, kokusairengou] (n) United Nations; (P)
[こくさいれんごうあんぜんほしょうりじかい, kokusairengouanzenhoshourijikai] (n) United Nations Security Council
[こくさいれんごうかいようほうじょうやく, kokusairengoukaiyouhoujouyaku] (n) (obsc) (See 国連海洋法条約) United Nations Convention on the Law of the Sea
[こくさいれんごうかいはつけいかく, kokusairengoukaihatsukeikaku] (n) (obsc) (See 国連開発計画) United Nations Development Programme
[こくさいれんごうかんきょうかいはつかいぎ, kokusairengoukankyoukaihatsukaigi] (n) (obsc) (See 地球サミット) United Nations Conference on Environment and Development
[こくさいれんごうかんきょうけいかく, kokusairengoukankyoukeikaku] (n) (obsc) (See UNEP) United Nations Environment Program; UNEP
[こくさいれんごうぐん, kokusairengougun] (n) United Nations Forces
[こくさいれんごうけいざいしゃかいりじかい, kokusairengoukeizaishakairijikai] (n) United Nations Economic and Social Council
[こくさいれんごうけんしょう, kokusairengoukenshou] (n) United Nations Charter
[こくさいれんごうじむきょく, kokusairengoujimukyoku] (n) (obsc) (See 国連事務局) United Nations Secretariat
[こくさいれんごうじむそうちょう, kokusairengoujimusouchou] (n) (See 国連事務総長) United Nations Secretary-General
[こくさいれんごうじどうききん, kokusairengoujidoukikin] (n) (See UNICEF) United Nations Children's Fund; UNICEF
[こくさいれんごうしょくりょうのうぎょうきかん, kokusairengoushokuryounougyoukikan] (n) Food and Agriculture Organization of the United Nations
[こくさいれんごうにんげんかんきょうかいぎ, kokusairengouningenkankyoukaigi] (n) (obsc) (See 国連人間環境会議) United Nations Conference on the Human Environment
[こくさいれんごうじんけんいいんかい, kokusairengoujinken'iinkai] (n) (obsc) (See 国連人権委員会) United Nations Commission on Human Rights
[こくさいれんごうたいりょうはかいへいきはいきとくべついいんかい, kokusairengoutairyouhakaiheikihaikitokubetsuiinkai] (n) United Nations Special Commission; UNSCOM
[こくれんあんぽりじかい, kokuren'anporijikai] (n) (abbr) (obsc) (See 国連安全保障理事会) United Nations Security Council
[こくれんかいはつけいかく, kokurenkaihatsukeikaku] (n) United Nations Development Program; UNDP
[こくれんかんきょうけいかく, kokurenkankyoukeikaku] (n) United Nations Environment Programme (Program); UNEP
[こくれんき, kokurenki] (n) the United Nations flag
[こくれんきやくじんけんいいんかい, kokurenkiyakujinken'iinkai] (n) United Nations Human Rights Council; UNCHR
[こくれんきねんび, kokurenkinenbi] (n) United Nations Day
[こくれんけつぎ, kokurenketsugi] (n) United Nations resolution; UN resolution
[こくれんじむきょく, kokurenjimukyoku] (n) United Nations Secretariat
[こくれんじどうききん, kokurenjidoukikin] (n) United Nations Children's Fund; UNICEF
[こくれんそうかい, kokurensoukai] (n) United Nations General Assembly
[こくれんなんみんこうとうべんむかんじむしょ, kokurennanminkoutoubenmukanjimusho] (n) Office of the United Nations High Commissioner for Refugees; UNHCR
[こくれんほんぶ, kokurenhonbu] (n) United Nations (UN) Headquarters
เพิ่มคำศัพท์
add
ทราบความหมายของคำศัพท์นี้? กด [เพิ่มคำศัพท์] เพื่อใส่คำนี้พร้อมความหมาย เพื่อเป็นวิทยาทานแก่ผู้ใช้ท่านอื่น ๆ