Search result for

*ฝน*

(426 entries)
(0.0398 seconds)
ลองค้นหาคำในรูปแบบอื่นๆ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์มากขึ้นหรือน้อยลง: ฝน, -ฝน-
Longdo Dictionary ภาษาไทย (TH) - ไทย (TH) (UNAPPROVED version -- use with care )
ฌาณ (n ) ฌาณ หรือ อธิจิต(supraconscious) เป็นจิตที่เป็นที่สุดของปัญญา คือความรู้ชัดธรรมชาติของมนุษย์ว่านี้ทุกข์ นี้ทุกขสมุทัย นี้ทุกขนิโรธ นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา(คือความรู้มรรค 8 การคิดปฏิบัติเพื่อดับทุกข์) เป็นจิตที่อยู่เหนือและสามารถ ควบคุมหรือข่ม ได้ทั้งจิตสำนึก(consious) และจิตใต้สำนึก(subconsious) ซึ่งเป็นความรู้ที่สูดของวิญญาณคือความรู้แจ้งของธรรมชาติของมนุษย์ว่า นี้สุข นี้ทุกข์ นี้มิใช่ทุกข์ มิใช่สุข อธิจิตใช้สำหรับดับกิเลส ซึ่งสามารถทำให้เกิดนิมิตขึ้นมาได้ เพื่อดับกิเลสในเวลาที่เกิดกิเลสขึ้น พระผู้มีพระภาค(พระพุทธเจ้า)ได้ตรัสพระพุทธพจน์นี้ไว้ในพระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๔ มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์๑๐. วิตักกสัณฐานสูตรว่าด้วย อาการแห่งวิตก การเรียกอธิจิตของตนเอง ถ้าไม่มีพรสวรรค์หรือบารมีที่สะสมมาแต่ปางก่อน จะเรียกไม่ได้ เพราะจิตยังไม่มั่นคงพอ จะต้องเรียนรู้และทำความเพียรที่ทนได้ยาก ฝึกฝน จนเกิดความชำนาญ ซึ่งข้าพเจ้ามีความสามารถที่จะให้คนทั่วไปเรียกอธิจิตของตนเองได้ เช่นให้ผู้ป่วยเรียกอธิจิตของเขาออกมารักษาโรคภัยไข้เจ็บทั้งทางกายและใจของเขาที่เป็นอยู่ โดยสั่งให้จิตของเขาตกอยู่ในภาวะภวังค์ ด้วยการสั่งระงับจิตหยาบที่ทำให้เขาเกิดโรคทั้งทางกายและทางใจ เพื่อเขาจะได้มีจิตที่มั่นคงถึงอธิจิตแล้วสั่งยาหรือภูมิต้านทานในตัวของเขาออกมารักษาโรค ซึ่งได้ผลดีกว่าแพทย์แผนปัจจุบัน และแพทย์ทางเลือกวิธีอื่น นี่คือประโยชน์จากการเรียกหรือฝึกเรียกอธิจิตของตนเอง ซึ่งพระพุทธเจ้าสามารถเรียก Stem cell ในพระวรกายของพระองค์ออกมารักษาโรคได้นานมาแล้วหรือมากกว่า 2554 ปี ส่วนนักวิทยาศาสตร์พึ่งจะมาค้นพบวิธีใช้ Stem cell รักษาบางโรคเมื่อ 50 ปีมานี้เอง การรักษายังมีข้อบ่กพร่องและเงื่อนไขในการรักษาเพื่อจะได้ผลลัพท์จนเป็นที่น่าพอใจของแพทย์อยู่อีกมาก แต่วิธีของพระพุทธองค์ไม่มีเงื่อนไข ถ้าคนป่วยสามารถเรียกอธิจิตของตนเองได้ ข้าพเจ้าได้ใช้อธิจิตรักษา โรคปวดตามอวัยวะและโรคหวัดป่วยของข้าพเจ้าเอง และรักษาโรคปวดและอัมพาลให้กับคนป่วยแล้วหลายราย ซึ่งได้รับผลเป็นที่น่าพอใจของข้าพเจ้าและของคนป่วย

Thai-English: NECTEC's Lexitron-2 Dictionary [with local updates]
ฝน[N] rain, Syn. พรรษา, วสันต์, วรุณ, พิรุณ, วรรษ, พรรษ, Example: คนโบราณมีความเชื่อว่าหากทำอะไรวิตถารหรือสัปดนแล้วฝนจะตก เช่น แห่นางแมว, Count unit: เม็ด, ห่า, Thai definition: น้ำที่ตกลงมาจากเมฆเป็นเม็ดๆ
ฝน[V] sharpen, See also: whet, rub, Syn. ขัด, เหลา, ตะไบ, ลับ, ขูด, Example: นายพรานกำลังฝนหินให้มีปลายแหลมคมเพื่อใช้เป็นอาวุธล่าสัตว์, Thai definition: ทำให้แหลม, ทำให้คม
ฝน[V] grind, Syn. บด, ตำ, ถู, โขลก, Example: ผู้ปรุงยาสมุนไพรสมัยก่อนมักใช้วิธีฝนยาเพื่อให้ยาละเอียด, Thai definition: ทำให้ละเอียด, ทำให้เป็นผง
ขอฝน[V] pray for rainfall, Example: ในประเพณีแห่นางแมวชาวบ้านจะขอฟ้าขอฝน ด้วยเหตุที่ฝนมาล่าช้ากว่าปกติ จึงต้องทำพิธีแห่นางแมว เพื่อให้ฝนเทลงมา
ฝนตก[N] rain, Example: ถ้าเรานั่งอยู่ในห้องแล้วสงสัยว่าข้างนอกมีฝนตกหรือไม่ เราจะต้องยื่นมือออกไปรองน้ำฝนดู, Thai definition: ฝนที่โปรยเม็ดลงมา
กันฝน[ADJ] rainproof, Example: ทุกวันนี้ เราต้องนำร่มกันฝนติดตัวไปทุกวันเพราะฤดูกาลในบ้านเราปรวนแปรไป
ตากฝน[V] be exposed to the rain
ติดฝน[V] catch in the rain, Example: เธอกลับบ้านสายเพราะติดฝนอยู่ที่ทำงาน, Thai definition: ไม่อาจเคลื่อนย้ายไปที่ไหนได้เพราะฝนตก
น้ำฝน[N] rain water, See also: rain, Example: ชาวบ้านในชนบทที่ขาดแคลนน้ำมักจะรองน้ำฝนไว้ใช้ดื่มกิน, Thai definition: น้ำจากเมฆที่ตกลงมาแล้วรองไว้ใช้ดื่มกิน
ป่าฝน[N] rainforest, See also: tropical forest, Example: ปัญหาการขาดแคลนน้ำอาจเป็นผลเนื่องมาจากการโค่นทำลายป่าฝนในเขตศูนย์สูตร, Count unit: แห่ง, ที่
ป่าฝน[N] rainforest, See also: tropical forest, Example: ปัญหาการขาดแคลนน้ำอาจเป็นผลเนื่องมาจากการโค่นทำลายป่าฝนในเขตศูนย์สูตร, Count unit: แห่ง, ที่
ฝนกรด[N] acid rain, Example: สาธารณสุขต้องให้ความรู้แก่ชาวบ้านถึงพิษภัยของการบริโภคฝนกรด, Thai definition: น้ำในอากาศที่กลั่นตัวลงสู่พื้นดิน ปนเปื้อนสารเคมีซึ่งมีคุณสมบัติเป็นกรดที่มีความเข้มข้นสูงที่กระจายอยู่ในบรรยากาศ ทำให้น้ำมีคุณสมบัติเป็นกรด ไม่สามารถนำมาใช้อุปโภคบริโภคได้
ฝนฟ้า[N] rain, Syn. ฝน, Example: พิธีไสยศาสตร์เพื่อบังคับธรรมชาติซึ่งสมมติให้มีตัวตนเป็นผีสางเทวดาต้องอำนวยฝนฟ้าให้แก่ตนจะได้ไม่ต้องอดตาย
ฝึกฝน[V] train, See also: practise, drill, Syn. ฝึกปรือ, ฝึก, Example: นักวิชาการและนักปฏิบัติการที่ดีจำเป็นต้องฝึกฝนตนเองให้มีคุณสมบัติเพียงพอ, Thai definition: ขวนขวายหาความรู้ให้ชำนาญ
ฤดูฝน[N] rainy season, Syn. หน้าฝน, Example: ในประเทศไทยจะพบผู้ป่วยโรคภูมิแพ้มากในฤดูฝน, Count unit: ฤดู
สายฝน[N] rain, See also: rainfall, Syn. ฝน
สายฝน[N] falling rain, Example: เขามองจากจุดที่ยืนไปยังถนนใหญ่ที่พร่าเลือนด้วยสายฝน, Thai definition: ฝนที่ตกลงมา
เมฆฝน[N] nimbus, See also: rain cloud, Example: เมฆฝนตั้งเค้าครึ้มทึม และสายลมก็กรรโชกเข้ามาในห้องเป็นครั้งคราว, Thai definition: เมฆลอยต่ำที่จะละลายตัวลงมาเป็นน้ำ
ท้ายฝน[N] end of rainy season, Syn. ปลายฤดูฝน, Ant. ต้นฝน, Example: ช่วงออกพรรษาถือเป็นช่วงท้ายฝน
ฝนปรอย[N] drizzle, Example: วันนี้ฉันไม่ได้ออกไปไหนเลยเพราะข้างนอกมีฝนปรอยลงมาทั้งวัน, Thai definition: ฝนที่ตกเป็นระยะๆ ไม่หนาเม็ด
ฝนหลวง[N] artificial rain, Syn. ฝนเทียม, Example: ปีนี้คงต้องมีฝนหลวงให้ชาวนา เพราะปีนี้แล้งเหลือเกิน, Thai definition: ฝนเทียมพระราชทาน
ฝนแล้ง[N] drought, See also: rain-shortage, dry spell, Example: ถ้าปีใดฝนขาดช่วงหรือฝนแล้ง พืชผลเสียหาย รายได้ของเกษตรกรก็น้อยลงไปด้วย, Thai definition: ภาวะไร้ฝน
พายุฝน[N] rainstorm, Example: กระท่อมหลังน้อยแค่นี้จะไปทนแรงของพายุฝนได้อย่างไร, Thai definition: ฝนตกที่มีลมพัดแรงปนมาด้วย
หน้าฝน[N] rainy season, Syn. ฤดูฝน, Example: เมื่อถึงหน้าฝนชาวบ้านต่างพากันรองน้ำใส่โอ่งใบใหญ่ เพื่อเก็บไว้กิน และใช้ตลอดทั้งปี
หยาดฝน[N] raindrop, Example: หยาดฝนจากชายคาหยดเยาะลงร่องน้ำหน้าบ้าน, Thai definition: เม็ดฝน หรือน้ำค้างที่ไหลยืดหยดลง
เม็ดฝน[N] raindrops, Syn. หยาดฝน
ฝนชะลาน[N] rain washing away the mango inflorescence, See also: January rain, Syn. ฝนชะช่อมะม่วง, Thai definition: ฝนที่ตกชะช่อมะม่วง, ฝนที่ตกในระยะเวลาที่ยังนวดข้าวไม่เสร็จ
ฝนดาวตก[N] meteor shower, Example: นักดาราศาสตร์แจ้งว่าจะเกิดปรากฏการณ์ฝนดาวตกที่ประเทศไทยเร็วๆ นี้, Thai definition: เทหวัตถุแข็งจากอวกาศ เมื่อเกิดเผาไหม้ในชั้นบรรยากาศ จะแลดูสว่างพุ่งเป็นทางเข้าสู่ผิวโลกเป็นปรอยๆ คล้ายสายฝน
ฝนเทียม[N] artificial rain, Syn. ฝนหลวง, Example: การโปรยสารเคมีทำฝนเทียมทำให้อากาศสกปรก, Thai definition: ฝนที่เกิดจากกรรมวิธีทางวิทยาศาสตร์
ละอองฝน[N] drizzle, See also: droplets of rain, mist of rain, Example: วันนี้โดนละอองฝนตอนวิ่งไปขึ้นรถ เลยมีอาการจาม และน้ำมูกไหล, Thai definition: ฝนที่ตกลงมาเป็นฝอย
เสื้อฝน[N] raincoat, See also: waterproof, Syn. เสื้อกันฝน, Example: พี่ว่าเราจะเปียกกันหมดนะเพราะพี่รีบจนลืมเอาเสื้อฝนใส่ตะกร้ามา, Count unit: ตัว, Thai definition: เสื้อที่สวมทับเพื่อป้องกันไม่ให้เปียกฝน, Notes: (ปาก)
การฝึกฝน[N] training, See also: drill, Syn. การฝึกหัด, การฝึกอบรม, Example: ทหารได้รับการฝึกฝนในการบินผาดโผน, Thai definition: การเพียรฝึก, การพยายามฝึก
ฝนลงเม็ด[V] rain, See also: (rain) fall, Syn. ฝนตก, Example: อย่าให้ลูกออกไปเล่นข้างนอกนะ มีฝนลงเม็ดแล้ว
เสื้อกันฝน[N] raincoat, See also: waterproof, Syn. เสื้อฝน, Example: เป้สำหรับเดินป่า ควรใช้ชนิดที่ใส่ของจำเป็นได้หลายอย่าง เช่น ไฟฉาย เสื้อกันฝน เต๊นท์ ถุงนอน เปลสนาม, Count unit: ตัว, Thai definition: เสื้อที่สวมใส่แล้วสามารถป้องกันไม่ให้เปียกน้ำฝนได้
ทันน้ำทันฝน[ADV] in time for the flood season and rainy season, See also: in time for tide or rain, Syn. ทันฤดูกาล, Example: ชาวนาเร่งปลูกข้าวให้ทันน้ำทันฝน, Thai definition: ให้ทันหน้าน้ำหน้าฝน, ให้ทันฤดูกาล
ที่ปัดน้ำฝน[N] wiper, See also: windshield wiper
ปริมาณน้ำฝน[N] rainfall, Example: ภาคอีสานมีปริมาณน้ำฝนมาก แต่ดินเป็นดินทรายจึงเก็บน้ำไม่อยู่, Count unit: ลูกบาศก์เมตร, Thai definition: ความมากน้อยของจำนวนน้ำฝน
ฝนชะช่อมะม่วง[N] rain of January-March period when mango trees produce clusters of inflorescence, Syn. ฝนชะลาน, Example: ฝนชะช่อมะม่วงจะตกในฤดูที่มะม่วงกำลังออกช่อ, Thai definition: ฝนที่ตกเล็กน้อยประปรายในเดือนมกราคมถึงเดือนมีนาคมซึ่งเป็นระยะที่มะม่วงออกช่อพอดี
พลอยฟ้าพลอยฝน[V] get someone into trouble, See also: be involved (in), Example: เขาไม่ได้หนีโรงเรียนแต่ก็พลอยฟ้าพลอยฝนถูกทำโทษไปด้วย, Thai definition: ไม่ได้เกี่ยวข้องก็เป็นตามไปด้วย
ครึ้มฟ้าครึ้มฝน[V] be very cloudy, Syn. ครึ้มฝน, Ant. โล่ง, ปลอดโปร่ง, Example: กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์ว่าพรุ่งนี้จะครึ้มฟ้าครึ้มฝน, Thai definition: ท้องฟ้ามืดมัวด้วยเมฆฝน

ไทย-ไทย: พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔
จาบฝนน. ชื่อนกขนาดเล็ก ในวงศ์ Alaudidae รูปร่างอ้วนป้อม สีน้ำตาลเหลือง มีลายจุดที่คอและอก หางสั้น เสียงร้องไพเราะ อยู่ตามทุ่งโล่ง กินแมลงและเมล็ดพืช ในประเทศไทยมี ๓ ชนิด คือ จาบฝนเสียงใส ( Mirafra javanica Horsfield) จาบฝนปีกแดง ( M. assamica Horsfield) และจาบฝนเสียงสวรรค์ ( Alaula gulgula Franklin).
ทันน้ำทันฝนว. ให้ทันหน้าน้ำหน้าฝน, ให้ทันฤดูกาล.
ท้ายฝนน. ปลายฤดูฝน.
น้ำสั่งฟ้า ปลาสั่งฝนสั่งเสียเป็นครั้งสุดท้าย, ทำการอันใดที่เป็นสิ่งสำคัญเพื่อไว้อาลัยก่อนจากไป, ฝนสั่งฟ้า ปลาสั่งหนอง ก็ว่า.
ฝนน. นํ้าที่ตกลงมาจากเมฆเป็นเม็ด ๆ
ฝนลักษณนามใช้นับอายุ หมายความว่า รอบปี, ขวบปี, เช่น ควาย ๓ ฝน คือ ควายที่มีอายุ ๓ ปี เขาผ่านร้อนผ่านหนาวมา ๑๘ ฝน.
ฝนชะช่อมะม่วงน. ฝนที่ตกเล็กน้อยประปรายในเดือนมกราคมถึงเดือนมีนาคม ซึ่งเป็นระยะที่มะม่วงออกช่อพอดี, ฝนชะลาน ก็เรียก.
ฝนชะลานน. ฝนชะช่อมะม่วง ชาวนาเรียกว่า ฝนชะลาน เพราะมักตกในระยะเวลาที่ยังนวดข้าวไม่เสร็จ.
ฝนซู่น. ฝนเม็ดใหญ่ที่ตกลงมาซู่ใหญ่เพียงครู่เดียวแล้วหยุด, ฝนไล่ช้าง ก็เรียก.
ฝนตกก็แช่ง ฝนแล้งก็ด่าการทำอะไร ๆ จะให้ถูกใจคนทั้งหมดนั้นเป็นไปไม่ได้.
ฝนตกก็แช่ง ฝนแล้งก็ด่าว. ทำอย่างไร ๆ ก็ไม่ถูกใจสักอย่าง.
ฝนตกขี้หมูไหลก. พลอยเหลวไหลไปด้วยกัน, มักใช้เข้าคู่กับ คนจัญไรมาพบกัน ว่า ฝนตกขี้หมูไหล คนจัญไรมาพบกัน.
ฝนตกไม่ทั่วฟ้าก. ให้หรือแจกจ่ายอะไรไม่ทั่วถึงกัน.
ฝนตกไม่มีเค้าน. เรื่องที่เกิดขึ้นโดยไม่มีวี่แววหรือไม่ได้คาดคิดไว้ก่อน.
ฝนตกอย่าเชื่อดาวก. อย่าไว้วางใจใครหรืออะไรจนเกินไป, มักใช้เข้าคู่กับ มีเมียสาวอย่าเชื่อแม่ยาย ว่า ฝนตกอย่าเชื่อดาว มีเมียสาวอย่าเชื่อแม่ยาย.
ฝนทองน. เครื่องหมายรูปสระ เป็นรูปรอยขีดเดียวดังนี้  สำหรับเขียนบนสระ อิ เป็นสระ อี
ฝนทองชื่อขนมชนิดหนึ่ง.
ฝนเทียมน. ฝนที่เกิดจากกรรมวิธีทางวิทยาศาสตร์ เช่นโดยการโปรยนํ้าแข็งแห้งในอากาศ.
ฝนไล่ช้างน. ฝนเม็ดใหญ่ที่ตกลงมาซู่ใหญ่เพียงครู่เดียวแล้วหยุด, ฝนซู่ ก็เรียก.
ฝนสั่งฟ้าน. ฝนที่ตกหนักตอนปลายฤดูฝน.
ฝนสั่งฟ้า ปลาสั่งหนองสั่งเสียเป็นครั้งสุดท้าย, ทำการอันใดที่เป็นสิ่งสำคัญเพื่อไว้อาลัยก่อนจากไป, นํ้าสั่งฟ้า ปลาสั่งฝน ก็ว่า.
ฝนหลวงน. ฝนที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ทำขึ้นเพื่อบรรเทาความแห้งแล้ง.
ฝนห่าแก้วน. ฝนลูกเห็บขนาดเล็ก เช่น ฝนห่าแก้วตกแล้วพ้นไป ฝนห่าใหญ่เทลงเทลง.
ฝนก. ถู เช่น ฝนยา
ฝนลับ เช่น ฝนมีด.
ฝนทั่งให้เป็นเข็มก. เพียรพยายามสุดความสามารถจนกว่าจะสำเร็จผล.
ฝนแสนห่า ๑น. วิธีเขียนหนังสืออย่างหนึ่งใช้ตัวเลขแทนตัวหนังสือ
ฝนแสนห่า ๑ชื่อดอกไม้ไฟชนิดหนึ่งมีประกายไฟพุ่งออกมาคล้ายไฟพะเนียง แต่หมุนรอบตัว.
ฝนแสนห่า ๒น. ชื่อไม้เถาชนิด Argyreia capitiformis (Poir.) Ooststr. ในวงศ์ Convolvulaceae เถามียางขาว ใบออกสลับกัน โคนใบเว้าเป็นรูปหัวใจ ดอกใหญ่ สีม่วงแดงหรือสีชมพูลักษณะคล้ายดอกผักบุ้ง.
ฝนแสนห่า ๒ชื่อไม้เถาชนิด Myxopyrum smilacifolium Blume subsp. smilacifoliumในวงศ์ Oleaceae เถาไม่มียาง ใบออกตรงข้ามกัน ดอกเล็กมาก สีเหลืองอ่อน เนื้อไม้ใช้ทำยาได้.
ฝนแสนห่า ๒ดู อบเชย.
ฝึกฝนก. เพียรฝึก, พยายามฝึก, เช่น ฝึกฝนตนเองให้ชำนาญในการเย็บปักถักร้อย.
พยับฝนน. ครึ้มฝน.
พลอยฟ้าพลอยฝนว. ไม่ได้เกี่ยวข้องแต่ก็ร่วมรับเคราะห์ไปกับเขาด้วย.
ไม้ฝนทองน. เครื่องหมายสระ รูปดังนี้ สำหรับเขียนบนพินทุ อิ เป็น สระอี, ไม้เสียบหนู ก็เรียก.
สู้แดดสู้ฝนก. ทนแดดทนฝน.
หินฝนทองน. ชื่อขนมอย่างหนึ่ง.
อ้าวฝนว. ร้อนระงมก่อนฝนตก.
กรก, กรก-(กะหฺรก, กะระกะ-) น. ลูกเห็บ เช่น กรกวรรษ ว่า ฝนลูกเห็บ.
กร่อม ๑, กร่อม ๆว. ช้า ๆ เงื่อง ๆ แต่ทำเรื่อยไป (มักใช้แก่การเดิน พายเรือ หรือลุยนํ้า) เช่น เดินกร่อม ๆ กรำฝนฟ้า พายเรือกร่อม ๆ.
กระแจะ ๒น. ชื่อไม้ต้นขนาดเล็กชนิด Naringi crenulata (Roxb.) Nicolson ในวงศ์ Rutaceae ขึ้นในป่าเบญจพรรณ ต้นและกิ่งมีหนามเปลือกขรุขระสีเทา ดอกเล็กสีขาวเป็นช่อสั้น ยาวประมาณ ๒ เซนติเมตร กลิ่นหอมอ่อน ท่อนไม้ฝนกับนํ้าใช้เป็นเครื่องประทิ่นผิว รากใช้ทำยา, กะแจะ ขะแจะ ตุมตัง หรือ พญายา ก็เรียก.
กระโจมทองน. เครื่องกันแดดและฝนเปิดโล่ง ๔ ด้าน อยู่บนสัปคับหลังช้างพระที่นั่ง เขียนลายปิดทองรดน้ำ.
กระแชง ๑น. เครื่องบังแดดฝน โดยนำใบเตยหรือใบจากเป็นต้นมาเย็บเป็นแผง, ลักษณนามว่า ผืน (เทียบ ม. กระชัง ว่า แผงสำหรับคลุมเรือหรือรถ เย็บด้วยใบไม้)
กระดานชนวนน. แผ่นหินชนวนหน้าเรียบรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า เข้ากรอบไม้ ใช้เขียนด้วยดินสอหินซึ่งทำด้วยหินชนวนตัดและฝนเป็นแท่ง สำหรับฝึกเขียนหนังสือในสมัยก่อน.
กระดูกอึ่งน. ชื่อไม้พุ่ม ๓ ชนิดในสกุล Dendrolobium และ Dicerma วงศ์ Leguminosae คือ ชนิด D. triangulare (Retz.) Schindl. มักขึ้นในที่โล่งตํ่าซึ่งชุ่มแฉะในฤดูฝน ฝักเล็กแบนคอดกิ่วเป็นข้อ ๆ ใช้ทำยาได้, ขมิ้นนาง ขมิ้นลิง ลูกประคำผี หน้านวล เหนียวหมา หรือ อีเหนียว ก็เรียก
กระบูนเลือดน. ชื่อว่านชนิดหนึ่ง หัวและต้นดั่งขมิ้นอ้อย ต้นและใบเขียว หัวขนาดหัวเผือก กลมเกลี้ยงเป็นมัน มีปล้องห่าง ๆ เนื้อขาว ฉุนร้อน ถ้าเคี้ยวจะทำให้ฟันโยก เชื่อกันว่าใช้ฝนกับนํ้าปูนใสหรือต้มเสียก่อนก็ได้ กินแก้ดานเลือด ดานลม และกระชับมดลูกให้แห้งสนิท.
กระสุนพระอินทร์น. ชื่อกิ้งกือในสกุล Sphaerotherium วงศ์ Sphaerotheriidae ยาวประมาณ ๔ เซนติเมตร หัวแบนเล็ก ลำตัวโค้งนูน มี ๑๓ ปล้อง ผิวลำตัวเรียบมัน ด้านหลังสีน้ำตาล ดำ ครีม หรือเขียว เมื่อถูกกระทบจะม้วนเข้าสอดกับปล้องสุดท้ายจนกลมคล้ายลูกกระสุนดินปั้น พบชุกชุมช่วงต้นฤดูฝนตามพื้นที่สูงที่มีใบไม้ทับถมและชุ่มชื้น, ปักษ์ใต้เรียก มวนชิด.
กรำ(กฺรำ) ว. ตรำ, ฝ่า, สู้ทนลำบาก, เช่น กรำแดด กรำฝน, เคี่ยวเข็ญเย็นคํ่ากรำไป ตามวิสัยเชิงเช่นผู้เป็นนาย (พระราชนิพนธ์ ร. ๖).
กลด ๑(กฺลด) น. เครื่องกั้นกันแดดหรือฝน ลักษณะคล้ายร่มขนาดใหญ่ ขอบมีระบาย คันยาว ใช้ถือกั้นเจ้านาย, ราชาศัพท์ว่า พระกลด, เรียกร่มขนาดใหญ่มีด้าม สำหรับพระธุดงค์โดยเฉพาะ, เรียกดวงอาทิตย์หรือดวงจันทร์ที่มีแสงสีรุ้งเป็นวงกลมล้อมรอบ ว่า ดวงอาทิตย์ทรงกลด ดวงจันทร์ทรงกลด.
กลาง(กฺลาง) น. ส่วนที่ไม่ค่อนไปข้างใดข้างหนึ่ง, โดยปริยายหมายความว่า ในที่หรือเวลาระหว่าง เช่น กลางฝน กลางทาง

อังกฤษ-ไทย: ศัพท์บัญญัติราชบัณฑิตยสถาน [เชื่อมโยงจาก royin.go.th แบบอัตโนมัติและผ่านการปรับแก้]
pluvialเกี่ยวกับฝนชุก [ธรณีวิทยา๑๔ ม.ค. ๒๕๔๖]
rain shieldครอบกันฝน [ปรับอากาศ ๗ มี.ค. ๒๕๔๕]
rain insuranceการประกันภัยฝน [ประกันภัย ๒ มี.ค. ๒๕๔๕]
wiper armแขนปัดน้ำฝน [ยานยนต์ ๑๒ มี.ค. ๒๕๔๕]
wiper bladeใบปัดน้ำฝน [ยานยนต์ ๑๒ มี.ค. ๒๕๔๕]

อังกฤษ-ไทย: คลังศัพท์ไทย โดย สวทช.
Acid rainฝนกรด
น้ำฝนที่มีค่า pH ต่ำกว่า 5.6 สาเหตุของฝนกรดคือ ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) และ ออกไซด์ของไนโตรเจน (NOx) ซึ่งเกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงในเครื่องยนต์และโรงงานต่างๆ แล้วถูกปล่อยสู่บรรยากาศ และเกิดการทำปฏิกิริยากับน้ำ ออกซิเจน และสารเคมีอื่นๆ ก่อให้เกิดสารประกอบที่เป็นกรดซัลฟิวริกและกรดไนตริก ซึ่งมีแสงอาทิตย์เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาเหล่านี้ให้มากขึ้น [วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี]
Rain-makingฝนเทียม [วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี]
Droughtฝนแล้ง [วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี]
Rain gaugeเครื่องวัดน้ำฝน [วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี]
Rain-water (Water supply)น้ำฝน [วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี]
ไต้ฝุ่นชื่อพายุหมุนที่มีกำลังแรงจัด ทำให้มีฝนตกหนักมาก เกิดขึ้นในบริเวณภาคตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิกและในทะเลจีน มีความเร็วลมใกล้บริเวณศูนย์กลางตั้งแต่ 64 นอต หรือ 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมงขึ้นไป
คำที่มักเขียนผิด คือ ใต้ฝุ่น [คำที่มักเขียนผิด]
Acid rainฝนกรด [TU Subject Heading]
Rain and rainfallฝน [TU Subject Heading]
Rain-makingฝนเทียม [TU Subject Heading]
Rain-making ritesพิธีขอฝน [TU Subject Heading]
Rain-water (Water-supply)น้ำฝน [TU Subject Heading]
Rainfall frequenciesความถี่ของฝน [TU Subject Heading]
Rainfall intensity duration frequenciesความถี่ความแรงของฝน [TU Subject Heading]
Rainfall probabilitiesพยากรณ์ฝน [TU Subject Heading]
Storm sewersท่อระบายน้ำฝน [TU Subject Heading]
Rain Drop เม็ดฝน
ดู Rain - ฝน [สิ่งแวดล้อม]
Isomer เส้นเปอร์เซ็นต์ฝนเท่า หรือเส้นไอโซเมอร์
เส้นฝนเท่ารายเดือน หรือรายฤดูซึ่งระบุตัวเลขเป็นเปอร์เซ็นต์ของ ฝนรายปี [สิ่งแวดล้อม]
Isohyet เส้นน้ำฝนเท่า หรือเส้นไอโซไฮท์
เส้นที่ลากผ่านจุดต่าง ๆ บนแผนที่ (ตำบลที่ต่าง ๆ กัน) ซึ่งมีปริมาณ ฝนตกเท่ากันในช่วงเวลาเดียวกัน แต่ละเส้นแสดงปริมาณน้ำฝนแตกต่างกัน เส้นเหล่านี้เขียนเป็นวงปิดเสมอ [สิ่งแวดล้อม]
Rain ฝน หรือน้ำฝน หรือพิรุณ
น้ำฟ้าในลักษณะของหยดน้ำซึ่งมีขนาดเส้นผ่า ศูนย์กลางโตกว่า 0.5 ม.ม. (0.02 นิ้ว) แต่ถ้าฝนตกกระจายเป็นบริเวณกว้างขนาดของเม็ดฝน อาจมีเส้นผ่าศูนย์กลางเล็กกว่า 0.5 มม. [สิ่งแวดล้อม]
Freezing Rain ฝนเยือกแข็ง
ฝนซึ่งตกลงมาในรูปของ ๆ เหลว แต่จะเกิดการแข็งตัวเมื่อกระทบพื้นดิน วัตถุบนผิวโลก หรือเครื่องบินขณะบินอยู่กลางอากาศ [สิ่งแวดล้อม]
Agent Orange ฝนเหลือง
ฝนเหลืองเป็นสารกำจัดวัชพืช ซึ่งทางการทหารของสหรัฐอเมริกา ใช้ในสงครามเวียตนาม เพื่อฉีดพ่นทำให้ใบไม้ร่วงเป็นบริเวณกว้าง ระหว่างการสู้รบกับเวียตกง นักวิทยาศาสตร์ให้ความสนใจต่อผลกระทบทางนิเวศวิทยาของสารดังกล่าว อย่างไรก็ตามผลที่มีต่อสุขภาพอนามัยของชาวเวียตนามได้รับความสนใจมากกว่า ผนเหลืองเป็นสารกำจัดวัชพืชประเภทออร์กโนคลอรีน (organochlorine) ซึ่งมีสาร TCDD (tetra chlorodibenzo-para dioxin) เล็กน้อยเจือปนอยู่ [สิ่งแวดล้อม]
Frontal Rain ฝนแนวปะทะ
น้ำฟ้า หรือฝนที่เกิดจากการขยายตัวของอากาศซึ่งลอยตัวขึ้นตาม บริเวณแนวปะทะของกระแสอากาศ [สิ่งแวดล้อม]
Mud Rain ฝนโคลน
น้ำฝนที่มีละอองของดินทราย หรือผงฝุ่นปนอยู่จนทำให้ฝนที่ตกลงมา มีสีคล้ายโคลน ฝุ่นละอองดังกล่าวนี้อาจมาจากถิ่นที่อยู่ไกล ๆ แล้ว ปลิวมากับลม [สิ่งแวดล้อม]
Acid Rain ฝนกรด
ฝนกรดเป็นมลพิษประเภทหนึ่งซึ่งเกิดขึ้นจาก การชะล้างกรดซัลฟูริค และกรดไนตริกเจือจางจากบรรยากาศ มักจะเกิดขึ้นเฉพาะที่หรือเป็นแห่งๆ มากกว่าที่จะเกิดขึ้นทั่วโลก ฝนกรดไม่ได้เกิดกับฝนอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงหิมะ หมอก ลูกเห็บ ก๊าซและฝุ่น ฝนกรดมีผลเสียคือทำลายสมดุลของธรรมชาติ รบกวนระบบนิเวศน์ ทำลายป่าไม้ พืชและการเพาะปลูก ตลอดจนทำลายสิ่งมีชีวิตในน้ำ โดยการเปลี่ยนแปลงสมดุลทางเคมีของทะเลสาบและแม่น้ำ นอกจากนี้ยังทำให้อาคารบ้านเรือนผุพัง [สิ่งแวดล้อม]
Mangoshower ฝนชะช่อมะม่วง หรือฝนชะลาน
ฝนชะช่อมะม่วงนี้เป็นคำเรียกชื่อฝนที่ตกนอกฤดู ฝน คือตกในเดือน มกราคม กุมภาพันธ์ และมีนาคม ซึ่งเป็นระยะเวลาที่ต้นไม้ต่าง ๆ กำลังออกช่อโดยเฉพาะมะม่วง กล่าวกันว่าเมื่อฝนเช่นนี้ตกลงมาใน ระยะที่มะม่วงออกช่อ จะทำให้มะม่วงติดผลและมีผลดก ชาวนาเรียก ฝนนี้ว่า "ฝนชะลาน" (harvest time or January rain) เพราะตกในระยะที่จะทำนวดข้าวบนลาน ในทางอุตุนิยมวิทยาเป็นฝนที่เกิดจากปรกฎการณ์อุตุนิยมวิทยาชนิดเหนึ่งเรียก ว่า คลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันออก (easterly wave) (สนิท เวสารัชชนันท์, 2516) [สิ่งแวดล้อม]
Supercooled Rain ฝนซุปเปอร์คูล หรือฝนเย็นจัดต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง
ฝนที่มีอุณหภูมิต่ำกว่า 0 องศาเซลเซียส และเมื่อตกลงมากระทบกับพื้นดินหรือวัตถุใด จะทำให้เกิดมีน้ำแข็งลักษณะหนาและใสเคลือบบนสิ่งนั้น [สิ่งแวดล้อม]
Rain Shower ฝนซู่ หรือฝนไล่ช้าง
ฝนซู่ (แต่ก่อนเรียกว่าฝนโปรย) คือหยาดน้ำฟ้า หรือฝนตกหนักโดยกระทันหันในระยะเวลาสั้น ๆ มีเสียงดัง เกิดจากเมฆที่ก่อตัวขึ้นโดย กระแสอากาศไหลในทางตั้ง (convective clouds) เม็ดฝน หรือ เม็ดของน้ำฟ้าโดยปกติมีขนาดโตกว่าน้ำฟ้า หรือน้ำฝนชนิดอื่น ฝนซู่ มักตกและหยุดอย่างฉับพลันและมีการเปลี่ยนแปลงความแรงของฝนอย่างรวดเร็ว ลักษณะท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นมืดครื้มน่ากลัวอย่างรวดเร็วเพราะเมฆคิวมูโลนิมบัส (cumulonimbus) และกลับกลายเป็นแจ่มใสในช่วงเวลาสั้นๆ ภายหลังฝนตก [สิ่งแวดล้อม]
Thundery Shower ฝนซู่ฟ้าคะนอง
ฝนตกลงมาแบบฝนซู่โดยมีปรากฏการณ์ฟ้าแลบ ฟ้าร้องเกิดขึ้นด้วย [สิ่งแวดล้อม]
Local Rainfall ฝนท้องถิ่น หรือฝนเฉพาะแห่งหรือบางแห่ง
น้ำฟ้า หรือฝนที่ตกในบริเวณเล็ก ๆ และตกเฉพาะแห่ง ดังนั้น จึงเป็นน้ำฟ้าหรือฝนที่ตกจากเมฆที่ผ่านไป และตกชั่วระยะที่เมฆนั้นลอยผ่าน [สิ่งแวดล้อม]
Cyclonic Rain ฝนพายุหมุน หรือฝนพายุไซโคลน
น้ำฟ้า หรือฝนที่เกิดขึ้นเนื่องจากอิทธิพลของพายุหมุน [สิ่งแวดล้อม]
Thundery Rain ฝนฟ้าคะนอง
น้ำฟ้าซึ่งอาจเป็นฝน ลูกเห็บ หิมะ ฯลฯ ตกลงมาเป็นครั้งคราว หรือ ตกเป็นระยะๆ ประเดี๋ยวแรงประเดี๋ยวเบา โดยมากจะมีฟ้าแลบ หรือ ฟ้าคะนองด้วยแต่ไม่เสมอไป [สิ่งแวดล้อม]
Orographic Rain ฝนภูเขา
น้ำฟ้า หรือฝนที่เกิดจากอากาศลอยตัวขึ้นเมื่อพัดข้ามที่สูง ๆ เช่น ภูเขา หรือสิ่งกีดขวางซึ่งทำหน้าที่คล้ายทิวเขา [สิ่งแวดล้อม]
Monsoon Rain ฝนมรสุม
ฝนที่เกิดขึ้นเนื่องจากอิทธิพลของร่องมรสุม (monsoon trough) [สิ่งแวดล้อม]
Drizzle ฝนละออง หรือฝนหยิม
หยาดน้ำฝนที่เป็นเม็ดมีขนาดเล็กละเอียดเป็น ละออง หรือเป็นฝอยบาง ๆ มีเส้นผ่าศูนย์กลางเล็กกว่า 0.5 ม.ม. (0.02 นิ้ว) ตกค่อนข้างสม่ำเสมอ เนื่องจากเป็นเม็ดเล็กละเอียด และอยู่ใกล้ชิดกันมากสามารถลอยปลิวไป มาตามกระแสลมได้ และมักตกจากเมฆสเตรตัสชั้นต่ำ จึงทำให้ทัศนวิสัยไม่ดี แตกต่างจากหมอกตรงที่ฝนละอองนี้จะตกจากท้องฟ้าลงสู่ดิน [สิ่งแวดล้อม]
Freezing Drizzle ฝนละอองเยือกแข็ง
เม็ดฝนละอองซึ่งจะแข็งตัวเมื่อกระทบพื้นดิน วัตถุบนผิวโลก หรือ เครื่องบินขณะบินอยู่กลางอากาศ [สิ่งแวดล้อม]
Sulphur Rain ฝนสีเหลือง หรือฝนกำมะถัน
ฝนที่มีละอองของฝุ่นสีเหลืองผสมอยู่ จนทำให้น้ำฝนที่ตกลงมามีสีเหลือง คล้ายกำมะถัน ฝุ่นละอองสีเหลืองนี้เกิดจากละอองเกษรดอกไม้ หรือ จากฝุ่นที่มีสีเหลือง ฯลฯ [สิ่งแวดล้อม]
Blood Rain ฝนสีแดงเรื่อ หรือฝนสีสนิม
ฝนที่มีละอองของฝุ่นสีแดงผสมอยู่ จนทำให้น้ำฝนที่ตกลงมามีสีแดง คล้ายเลือด เกิดขึ้นจากเม็ดฝนที่กระแสลมภายในก้อนเมฆหอบกลับ ขึ้นสู่เบื้องบนก่อนตกลงถึงพื้นดินและได้ซับเอาฝุ่นละอองสีแดง เข้าไปในเม็ดฝน ฝุ่นละอองสีแดงนี้เกิดจากละอองเกษรดอกไม้ หรือ จากฝุ่นที่มีเหล็กอ๊อกไซด์สีแดงปนอยู่ ฯลฯ น้ำฝนที่มีสีแดงจะอ่อนหรือเข้มแล้วแต่ปริมาณฝุ่นที่ปนอยู่ [สิ่งแวดล้อม]
Rain Shadow พื้นที่อับฝน หรือเงาฝน
บริเวณที่อยู่ด้านหลังภูเขาหรือทิวเขา ซึ่งมีฝนตกน้อยกว่าบริเวณด้านหน้า ซึ่งเป็นด้านรับลม หรือพื้นที่ทางด้านปลายลมซึ่งมีค่าปริมาณฝนเฉลี่ย น้อยกว่าพื้นที่ทางด้านต้นลม เนื่องจากมีสิ่งกีดขวางทางธรรมชาติ เช่น มียอดเขาสูงกั้นขวางทิศทางลมที่พาเอาฝนมาตก (พจนานุกรมศัพท์ภูมิศาสตร์ ฉบับราชบัณฑิตยสถาน, 2516) [สิ่งแวดล้อม]
Political Appointeeหมายถึง บุคคลที่ได้รับแต่งตั้งด้วยเหตุผลทางการเมือง คือ ผู้ที่มิได้มีอาชีพทางการทูตโดยแท้ได้รับแต่งตั้งให้เป็นทูต ซึ่งต่างกับนักการทูตอาชีพ (Career diplomat) ในประเทศอังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี และสหภาพโซเวียต ธรรมเนียมปฏิบัติโดยทั่วไปจะแต่งตั้งเฉพาะบุคคลที่มีอาชีพนักการทูตแท้ ๆ เข้าดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตและอัครราชทูต อย่างไรก็ดี เฉพาะในกรณีพิเศษจริง ๆ เท่านั้นจึงจะแต่งตั้งบุคคลจากภายนอก และบุคคลจากภายนอกที่ได้รับแต่งตั้งเป็นเอกอัครราชทูตได้รับผลสำเร็จในการ ปฏิบัติหน้าที่ก็มีอยู่หลายราย ทั้งในประเทศไทยและประเทศอื่น ๆ ทั่วโลก แฮโรลด์ นิโคลสัน ได้ให้ความเห็นไว้ในหนังสือเรื่องการทูตของท่านว่า ในประเทศใหญ่ ๆ เป็นที่พึงปรารถนาอย่างยิ่งที่จะให้นักการทูตอาชีพเท่านั้นเป็นผู้รับผิดชอบ ในการดำเนินนโยบายการต่างประเทศ เพราะได้ผ่านการศึกษาและฝึกฝนในวิชาการทูตมาเป็นอย่างดีแล้ว ส่วนเอกอัครราชทูตที่แต่งตั้งจากคนภายนอกจะมีข้อเสียบางอย่าง เช่น ในการเขียนรายงานไปยังรัฐบาล เช่น รายงานการเมือง เขาอาจมุ่งแต่จะอวดความเฉียบแหลมของเขาเอง และร้อยกรองคำอย่างไพเราะเพราะพริ้ง มากกว่าที่จะมุ่งเสนอรายงานข้อเท็จจริงอย่างรอบคอบและมีเหตุผลอันสมควร เป็นต้น [การทูต]
United Nations Universityมหาวิทยาลัยสหประชาชาติ จัดตั้งขึ้นเมื่อ ค.ศ. 1973 ตั้งอยู่ในกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เป็นสถาบันอิสระที่บริหารปกครองตนเองภายในโครงร่างของสหประชาชาติ เรียกได้ว่าเป็นสถาบันการศึกษาที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมความร่วมมือ ระหว่างประเทศในเชิงวิชาการ ในอันที่จะมีส่วนช่วยเหลือเกื้อกูลต่อการแก้ปัญหาเร่งด่วนต่าง ๆ ของโลก มหาวิทยาลัยนี้มีลักษณะไม่เหมือนกับมหาวิทยาลัยอื่นทั่ว ๆ ไป ทั้งในด้านโครางสร้างและแบบอย่างการดำเนินงาน กล่าวคือ ไม่มีนิสิตนักศึกษาของตนเอง ไม่มีคณะในมหาวิทยาลัย และไม่มีบริเวณมหาวิทยาลัย (campus) ดำเนินงานภายในเครือข่ายของสถาบันวิจัยและวิชาการต่าง ๆ ทั่วโลก รวมทั้งศูนย์ฝึกและศูนย์วิจัยของตนเอง ทั้งยังรวมไปถึงผู้คงแก่เรียนเป็นรายบุคคลด้วย ทั้งนี้ เพื่อร่วมกันหาทางแก้ปัญหาต่าง ๆ ของโลกเป็นจุดสำคัญเรื่องที่มหาวิทยาลัยสหประชาชาติกำลังกังวลและสนใจอยู่ใน ขณะนี้ คือ เรื่องเกี่ยวกับค่านิยมของมนุษย์ทั่วโลก รวมทั้งความรับผิดชอบทั้งหลายที่มนุษย์ทั่วโลกจะพึงมี เรื่องทิศทางใหม่ ๆ ในภาวะเศรษฐกิจที่กลังปรากฏอยู่ในโลก รวมทั้งเรื่องความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และวิทยาการทางเทคโนโลยีเรื่องพลัง ที่ทำให้เกิดความผันแปรระหว่างพลเมืองของโลก ตลอดจนเรื่องสวัสดิภาพและความเป็นอยู่ของมนุษย์ มหาวิทยาลัยแห่งนี้ ยังมุ่งหมายที่จะช่วยเพิ่มพูนศักยภาพในการวิจัย และการฝึกในประเทศที่กำลังพัฒนาทั้งหลายด้วย และภายในมหาวิทยาลัยเองก็กำลังสนใจด้านวิจัยและการฝึกฝนในบางเรื่องโดยเฉพาะ [การทูต]
Ethylene propylene diene rubberยาง EPDM เป็นยางสังเคราะห์ที่พัฒนามาจากยาง EPM โดยเติมมอนอเมอร์ตัวที่สาม คือ ไดอีน ลงไปเล็กน้อยในระหว่างการเกิดปฏิกิริยาพอลิเมอไรเซชัน ทำให้ยางที่ได้มีส่วนที่ไม่อิ่มตัว (พันธะคู่) อยู่ในสายโซ่โมเลกุล ยางชนิดนี้จึงสามารถคงรูปได้ด้วยกำมะถัน แต่ไดอีนที่เติมลงไปไม่ได้ไปแทรกอยู่ที่สายโซ่หลักของโมเลกุล ดังนั้นสายโซ่หลักก็ยังคงเหมือนเดิมหรือไม่มีผลต่อสายโซ่หลักมากนัก จึงทำให้ยาง EPDM ยังคงมีสมบัติเด่นในเรื่องการทนทานต่อการเสื่อมสภาพอันเนื่องมาจากความร้อน แสงแดด ออกซิเจน โอโซน สารเคมี กรด ด่างได้ดีมาก และมีความยืดหยุ่นตัวได้ดีที่อุณหภูมิต่ำเมื่อเทียบกับ ยางธรรมชาติ มักใช้ทำผลิตภัณฑ์ยางที่ใช้ภายนอกเนื่องจากทนต่อสภาพอากาศได้ดีและใช้ผลิต ชิ้นส่วนยานยนต์เป็นส่วนใหญ่ เช่น ยางขอบกระจก ยางปัดน้ำฝน ท่อยางของหม้อน้ำรถยนต์ เป็นต้น นอกจากนี้ยังใช้เป็นฉนวนหุ้มสายเคเบิล สายพานลำเลียง แผ่นยางกันน้ำ แผ่นยางมุงหลังคา [เทคโนโลยียาง]
Equatorial Rain Beltแถบที่มีฝนตกชุก [การแพทย์]
Exercise Trainingการฝึกฝนออกกำลังกาย [การแพทย์]
Freezing rainฝนเยือกแข็ง [อุตุนิยมวิทยา]
Rain dropเม็ดฝน [อุตุนิยมวิทยา]
Drizzleฝนละออง หรือ ฝนหยิม [อุตุนิยมวิทยา]
Drizzle dropเม็ดฝนละออง [อุตุนิยมวิทยา]
Showerฝนซู่หรือฝนไล่ช้าง [อุตุนิยมวิทยา]
Rain showerฝนซู่ หรือ ฝนไล่ช้าง [อุตุนิยมวิทยา]
Frontal rainฝนแนวปะทะ [อุตุนิยมวิทยา]

ตัวอย่างประโยค (EN,TH,DE,JA,CN) จาก Open Subtitles
-Hey. -Hey.เราจะให้มันเป็นฝนตกพรำๆไม่ได้ It's a Wonderful Lie (2008)
Why?ศพ สำหรับการฝึกฝนภาคปฏิบัติ Rise Up (2008)
Good morning,cristina.เธอต้องฝึกฝนทักษะ Rise Up (2008)
mike, my ceiling's raining here.ไมค์ เพดานผมอยั่งกะฝนตก Here Comes the Flood (2008)
"mrs. Van de kamp's colorful stories of her upbringingสูตรอาหารที่น่าสนใจของคุณนายแวน ดี แคมป์ ที่เธอได้ฝึกฝนไว้นั้น What More Do I Need? (2008)
Are in effect until 8:00 am tomorrow morning.-That's great.และฝนจะตกจนกระทั่ง 8 โมงเช้าวันพรุ่งนี้ เยี่ยม Paradise (2008)
And severe thunderstorms and localized downpoursมีฝนฟ้าคะนองและฝนตกชุก Paradise (2008)
Suddenly, it started raining glass.ทันใดนั้น ฝนก็ตกลงมาเป็นแก้ว Wrecking Crew (2008)
You are training killers here,aren't you?คุณฝึกฝนนักฆ่าที่นี่ใช่มั๊ย? Raging Cannibal (2008)
which is like saying rain is caused by a wet compound.คงพอๆกับบอกว่า ฝนเกิดจากสารประกอบแบบเปียก Pilot (2008)
Police let fly with a hail of bullets.ตำรวจสาดกระสุนใส่มันเป็นห่าฝน Self Made Man (2008)
The AI needs to be trained.สมองกลต้องฝึกฝน Strange Things Happen at the One Two Point (2008)
You know, kind of like a rain check for yesterday.คุณได้ดูพยากรณ์อากาศรึเปล่า ฝนจะตกนะ Turning Biminese (2008)
So too are the relationships I cultivate.ความสัมพันธ์ก็เหมือนกัน ผมฝึกฝนเอง Our Father (2008)
There are clouds due east, which could mean a body of water, vegetation... so, food and shelter.มีเมฆฝนทางทิศตะวันออก นั่นหมายถึง น่าจะมีน้ำ ต้นไม้ อาหาร แล้วก็ที่พัก Episode #2.5 (2008)
Take your training to the next level.ฝึกฝนไปยังขั้นต่อไป Chuck Versus the Sensei (2008)
It's like the beach after the rains.กลิ่นคล้ายกับหาดทราย หลังฝนตกเลย Chuck Versus the DeLorean (2008)
No, wait a minute. I admit Ahsoka is a little rough around the edges.เดี๋ยว ฟังข้าก่อนสิ ข้ายอมรับว่าอโศกายังต้องฝึกฝนอีกค่อนข่างมาก Star Wars: The Clone Wars (2008)
And it's part of a Jedi's responsibility to help train the next generation.และเป็นส่วนหนึ่งของความรับผิดชอบของเจได ในการช่วยฝึกฝนคนรุ่นใหม่ Star Wars: The Clone Wars (2008)
Rainfall's been below average for the monthมีฝนตกตั้งแต่เดือนที่แล้ว Episode #2.4 (2008)
If you want the rainbow, why, you just must have the rain.หากเธออยากเห็นรุ้งงาม ก็ต้องทนผ่านสายฝนไปให้ได้ Sita Sings the Blues (2008)
If you want the rainbow then you must have the rain.หากเธออยากเห็นรุ้งงาม ก็ต้องทนผ่านสายฝนไปให้ได้ Sita Sings the Blues (2008)
If you want the rainbow then you must have the rain.หากเธออยากเห็นรุ้งงาม ก็ต้องทนผ่านสายฝนไปให้ได้ Sita Sings the Blues (2008)
If you want the rainbow, you must have the rain.หากเธออยากเห็นรุ้งงาม ก็ต้องทนผ่านสายฝนไปให้ได้ Sita Sings the Blues (2008)
Sadness ends in gladness, showers are not in vainความเศร้าจบลงด้วยความสุข หยาดฝนมิได้ไร้ความหมาย Sita Sings the Blues (2008)
If you want the rainbow, you must have the rain.หากเธออยากเห็นสายรุ้ง ก็ต้องทนผ่านสายฝนไปให้ได้ Sita Sings the Blues (2008)
If you want the rainbow, you must have the rain.หากเธออยากเห็นรุ้งงาม ก็ต้องทนผ่านสายฝนไปให้ได้ Sita Sings the Blues (2008)
The rain descending should not make you blueเธอไม่ควรจะเศร้าเพราะฝนตกหรอกนะ Sita Sings the Blues (2008)
What does it matter if rain comes your way and raindrops patter along?จะเป็นอะไรไป ถ้าเธอต้องเจอกับวันที่ฝนตก ได้ยินแต่เสียงฝนพรำ? Sita Sings the Blues (2008)
What I hear is probably the sound of the rainได้ยินบางอย่างคล้ายเสียงฝน Kikoete kuru nowa tabun ame no oto Eiga: Kurosagi (2008)
Iijima Naoko Shoufukutei Tsurubeอิจิมะ นาโอโกะ \ โชฟุคุเทอิ ซึรุเบะ สิ่งที่ฉันได้ยินนั้นน่าจะเป็นเสียงของฝน ได้ยินบางอย่างคล้ายเสียงฝน Eiga: Kurosagi (2008)
Beyond the skill and strength I'm told you possess, the first requirement is an absolute and unwavering loyalty to me, your king.จากฝีมือและความแข็งแกร่ง ที่ข้าฝีกฝนเจ้ามา คำสั่งแรกคือ ความภักดีต่อข้า โดยไม่มีข้อแม้ ต่อกษัตริย์ของเจ้า The Scorpion King: Rise of a Warrior (2008)
You have trained hard.เจ้าฝึกฝนอย่างยากลำบาก The Scorpion King: Rise of a Warrior (2008)
And as he would shortly learn, much had changed while he was gone.และช่วงเวลาที่เขาไปฝึกฝน หลายสิ่งได้เปลี่ยนไป The Scorpion King: Rise of a Warrior (2008)
Even if someone had found it, the rain would have made the notes illegible.ถึงแม้ว่าจะมีคนพบมัน ฝนคงจะชะล้างเสียจนอ่านไม่ได้อยู่ดี Goth (2008)
It was raining the day she found it.เพราะเธอถูกพบในวันที่ฝนตก Goth (2008)
is it raining?ฝนตกไหม Goth (2008)
If you hate the cold and the rain so much, why'd you move to the wettest place in the continental US?ถ้าคุณไม่ชอบอากาศหนาว กับฝนนัก ทำไมคุณถึงย้ายมาอยู่ที่ๆเปียกที่สุด Twilight (2008)
Well, I don't really like the rain.คือ, ฉันไม่ค่อยชอบฝนเท่าไหร่ Twilight (2008)
So are you enjoying the rain? (ANXIOUS LAUGH)คุณชอบฝนมั้ย Twilight (2008)
Better get used to it, girl.ชอบฝนไหมสาวน้อย Twilight (2008)
There's a small town named Forks.ภายใต้เมฆหมอกและฝน ที่บดบังอยู่นั้น Twilight (2008)
Oh, it's raining?ให้ตาย ฝนตกละ Goth (2008)
It was gonna stuff it but I left it back out.อาจดูปัญญาอ่อนแต่ฉันเก็บมันมาได้ ฝนตกหนักมาก The Fourth Man in the Fire (2008)
It's like I can close my eyes and I can see the farm the pig lived on, and feel the sun and the rain on my face, and even taste the earth that the herbs grew out of.ฟาร์มที่พวกหมูมันอยู่ เหมือนได้กลิ่นแดดกลิ่นฝน มีรสเหมือนหญ้าที่มันกำลังโต The First Taste (2008)
I am the gentle autumn's rain."เป็นฝนโปรยในฤดูใบไม้ผลิ Welcome to Kanagawa (2008)
Rain.ฝน Virgin Snow (2007)
Rain much much is 'Jangma' in Korean.ฝนมากมาก ในเกาหลีก็ "จังหม่า" Virgin Snow (2007)
- Rain much much. - Rain much much.ฝนมากมาก ฝนมากมาก Virgin Snow (2007)
'Tsuyu' is rain much much.ซึยุ คือ ฝนมากมาก Virgin Snow (2007)

Thai-English-French: Volubilis Dictionary 1.0
บริเวณแถบฝน [n. exp.] (børiwēn thaēp fon) EN: rainbands   
ฝึกฝน[v.] (feukfon) EN: train ; practise ; drill   
ฝน[n.] (fon) EN: rain   FR: pluie [f]
ฝน[v.] (fon) EN: sharpen ; grind ; whet   
ฝนชะช่อมะม่วง[n.] (fonchachømamūng) EN: rain of January-March period when mango trees produce clusters of inflorescence   
ฝนชะลาน[n.] (fonchalān) EN: rain washing away the mango inflorescence   
ฝนชุก[v. exp.] (fon chuk) EN: be rainy, ; be wet   
ฝนดาวตก[n. exp.] (fon dāotok) EN: meteor shower   FR: pluie de météorites [f]
ฝนฟ้า[n. exp.] (fon fā) EN: rain ; weather   
ฝนฟ้าอากาศ[n. exp.] (fon fā akāt) EN: weather   
ฝนจะตก[xp] (fon ja tok) FR: il va pleuvoir ; la pluie va arriver
ฝนขาดเม็ด[v. exp.] (fon khātmet) EN: stop raining   
ฝนขวาน[v. exp.] (fon khwān) EN: grind an axe   
ฝนกรด[n. exp.] (fon krot) EN: acid rain   FR: pluie acide [f]
ฝนแล้ง[n.] (fonlaēng) EN: drought ; rain-shortage ; dry spell ; lack of rain ; drought condition ; no rain ; little rain   FR: sécheresse [f] ; aridité [f]
ฝนแล้ง[v.] (fonlaēng) EN: be dry ; have a dry spell   
ฝนไล่ช้าง[n.] (fonlaichāng) EN: heavy brief and abrupt rain   
ฝนเหล็ก[n. exp.] (fon lek) EN: rain of bombs   
ฝนเหลือง [n. exp.] (fon leūang) EN: yellow rain   
ฝนลงเม็ด[v. exp.] (fon long met) EN: start to rain ; rain   
ฝนหลวง[n. exp.] (fon lūang) EN: artificial rain   FR: pluie artificielle [f]
ฝนมีด[v. exp.] (fon mīt) EN: whet a knife ; sharpen a knife   
ฝนพันปี[n. exp.] (fon phanpī) EN: endless heavy rain   
ฝนพรำ[v. exp.] (fon phram) EN: shower   
ฝนโปรย[n. exp.] (fon prōi) FR: bruiner ; il bruine
ฝนปรอย[v. exp.] (fon prøi) EN: drizzle   FR: bruiner ; il bruine
ฝนสั่งฟ้า[n. exp.] (fon sang fā) EN: last rain of the rainy season   
ฝนสาด[v.] (fon sāt) EN: rain in   
ฝนซู่[n.] (fonsū) EN: heavy brief and abrupt rain   FR: pluie battante [f] ; drache [f] (Belg.)
ฝนตะไบ[v. exp.] (fon tabai) EN: use a file to rub something smooth/sharp   
ฝนตั้งเค้า[v. exp.] (fon tangkhao) EN: look like rain   
ฝนแท่งหมึกจีน[v. exp.] (fon thaeng meuk Jīn) EN: rub an ink stick   
ฝนเทียม[n. exp.] (fon thīem) EN: artificial rain   FR: pluie artificielle [f]
ฝนทิ้งช่วง[X] (fon thing chūang) EN: have a dry spell   
ฝนทอง[n.] (fonthøng) EN: vowel mark –่   FR: signe vocalique –่
ฝนตก[n.] (fontok) EN: rain   FR: pluie [f] ; flotte [f] (fam.)
ฝนตก[v.] (fontok) EN: rain ; it is raining   FR: pleuvoir ; il pleut ; flotter (fam.)
ฝนตกแล้ว[v. exp.] (fontok laēo) EN: it's starting raining   FR: il commence à pleuvoir
ฝนตกไม่ทั่วฟ้า[xp] (fontok mai thūa fā) EN: It does not rain everywhere at once ; There is bound to be some discrimination and favoritism   
ฝนตกหนัก[n. exp.] (fontok nak) EN: heavy rain ; heavy rainfall ; downpour   FR: fortes pluies [fpl]
ฝนตกหนัก[v. exp.] (fontok nak) EN: rain heavily ; rain cats and dogs ; rain hard   FR: pleuvoir abondamment ; pleuvoir des cordes ; il pleut à verse ; il tombe des cordes
ฝนตกพรำ ๆ[n. exp.] (fontok phram-phram) EN: light rain ; steady rain   
ฝนตกพรำ ๆ[v. exp.] (fontok phram-phram) EN: drizzle ; be drizzling   
ฝนตกปรอย ๆ[v. exp.] (fontok prøi-prøi) EN: drizzle   FR: bruiner
ฝนตกหยิม ๆ[v. exp.] (fontok yim-yim) EN: drizzle   FR: bruiner
หินฝนทอง[n. exp.] (hin fon thøng) EN: touch stone ; Thai sweet   
กำบังฝน[v. exp.] (kambang fon) EN: shelter from the rain ; keep off the rain   FR: protéger de la pluie
การฝึกฝน[n.] (kān feukfon) EN: training ; drill   
กันฝน [adj.] (kanfon) EN: rainproof   FR: imperméable
ครึ้มฟ้าครึ้มฝน[xp] (khreum fā khreum fon) EN: be very cloudy   FR: le temps est maussade ; le ciel est couvert

English-Thai: Longdo Dictionary
barista(n) นักชงกาแฟเอสเปรสโซ ผู้ที่ได้รับการฝึกฝนมาเพื่อชงกาแฟเอสเปรสโซ, R. espresso
internship(n) การฝึกงาน, ช่วงเวลาที่ได้ฝึกฝนเพิ่มเติมเพื่อให้มีความเชี่ยวชาญ เช่น A successful internship can help pave the way toward possible full-time employment opportunities after graduation.
nimboฝน, น้ำ (เป็น prefix ของเมฆที่สามารถก่อตัวให้เกิดฝนได้) เช่น The low, gray clouds that fill the skies are Nimbo stratus.
gloriosa lily(n) ดองดึง, ก้ามปู เป็น ดอกไม้สกุลลิลลี่(Liliaceae, Lily Family) มีหัวใด้ดิน มี 6 กลีบ ดอกอ่อนสีเขียว พอบานจะเป็นสีเหลืองปลายกลีบเป็นสีแดง และเมื่อใกล้โรยจะเป็นสีแดงเข้ม และจะกลายเป็นฝักในที่สุด มีเกษรเพศผู้และเมียแยกกัน ออกดอกช่วงฤดูฝน
Image:
rain check(n, idiom (สำนวน) ) เลื่อนไปก่อน ไว้ค่อยทำในอนาคต เช่น Can I have a rain check? ขอเลื่อนไปวันหลังได้ไหม คำนี้มีที่มาจากการแข่งขันกีฬาในสมัยก่อน ซึ่งหากฝนตกหรืออากาศไม่ดี ทำให้ไม่สามารถแข่งขันได้ ผู้เข้าชมสามารถขอรับหางตั๋ว หรือ คูปองกระดาษ (เรียกว่า rain check) เพื่อในครั้งต่อไปที่มา จะได้สามารถแสดงหางตั๋วนี้ และเข้าชมได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

English-Thai: NECTEC's Lexitron-2 Dictionary [with local updates]
accomplishment[N] ทักษะ (ส่วนใหญ่ใช้ในรูปพหูพจน์), See also: ความสามารถพิเศษที่ฝึกฝน
acid rain[N] ฝนกรด, See also: ฝนที่ปนเปื้อนด้วยมลพิษทางเคมี ซึ่งเกิดจากมลพิษทางอากาศ เช่น ควันจากท่อไอเสียรถยนต์หรื
anesthetist[N] ผู้ที่ถูกฝึกฝนในการใช้ยาชา
buildup[N] การเตรียมการ, See also: การฝึกฝน
be rained out[IDM] เลื่อนเพราะฝนตก
beat against[PHRV] ฟาด, See also: ตีซ้ำๆที่, กระแทก, (ฝน)กระทบ, Syn. knock against
cagoule[N] เสื้อแจ๊คเกตมีหมวกคลุมหัวและสามารถกันลมและฝนได้
cloudburst[N] ฝนที่ตกหนักอย่างกะทันหัน, Syn. deluge, rain, downpour
cultivate[VT] ฝึกฝน, See also: ให้การศึกษา, ปลูกฝัง, Syn. nurture, educate, teach
coach for[PHRV] ฝึกฝนมาเพื่อ
drizzle down[PHRV] (ฝน) ตกพรำๆ, See also: ตกปรอยๆ
deluge[VT] ท่วมท้น, See also: ล้นหลาม, ตกหนัก (ฝน), Syn. flood, inundate, soak, rain cats and dogs, Ant. sprinkle
deluge[N] ฝนตกหนัก, Syn. downpour, rain
discipline[N] การฝึกฝน, Syn. self-control, moderation, Ant. immoderation
discipline[VT] อบรม, See also: ฝึกฝน, Syn. train, coach, tutor
downpour[N] ฝนห่าใหญ่, See also: ฝนตกหนักมาก, พายุฝน, Syn. rain, shower, rainstorm
drench[VT] ตกหนัก (ฝน)
drill[N] การฝึกฝน, See also: การฝึกหัด, Syn. practice, rehearsal
drill[VT] ฝึกฝน, See also: หัด, ฝึก, ฝึกหัด, ฝึกปรือ
drizzle[VI] (ฝน) ตกปรอยๆ, See also: ตกพรำๆ, Syn. drop, sprinkle, spray
drizzle[N] ฝนตกปรอยปราย, Syn. mist, drip
esquire[N] เด็กรับใช้ประจำอัศวิน (ซึ่งกำลังฝึกฝนที่จะเป็นอัศวินเองในอนาคต)
experienced[ADJ] ซึ่งได้รับการฝึกฝน, See also: ซึ่งมีประสบการณ์, ชำนาญ, ช่ำชอง, เชี่ยวชาญ, ชำนิชำนาญ, โชกโชน, ซึ่งจัดเจน, Syn. skillful
flurry[N] ปริมาณฝนหรือหิมะที่ตกลงมาเล็กน้อยในเวลาสั้นๆ, Syn. gust, squall
get into[PHRV] เริ่มเรียนรู้หรือฝึกฝน, Syn. be in, keep in
gabardine[N] ผ้าแกเบอร์ดีน, See also: ผ้าเนื้อแน่นหยาบใช้ทำเสื้อกันฝนหรือเสื้อกันหนาว, Syn. homespun, difful
gabardine[N] เสื้อกันฝน, See also: เสื้อกันหนาวที่ทำจากผ้าแกเบอร์ดีน, Syn. mackintosh, slicker
gaberdine[N] ผ้าแกเบอร์ดีน, See also: ผ้าเนื้อแน่นหยาบใช้ทำเสื้อกันฝน / เสื้อกันหนาว, Syn. homespun
gaberdine[N] เสื้อกันฝนหรือเสื้อกันหนาวซึ่งทำด้วยผ้าแกเบอร์ดีน, See also: เสื้อคลุมยาวและหลวมแบบที่ชาวยิวสวม, Syn. mackintosh, slicker
grinder[N] เครื่องบด, See also: เครื่องปั่น, เครื่องโม่, คนฝน, คนบด, Syn. blender, mill
out of practice[IDM] แสดงไม่ดีเพราะขาดการฝึกฝน, See also: ไม่ได้ฝึกฝน, ไม่ได้ซ้อม
Practice makes perfect.[IDM] ฝึกฝนบ่อยๆ ทำให้เก่งได้, See also: คนเราไม่ได้เก่งตั้งแต่เกิด
rain cats and dogs[IDM] (ฝน) ตกหนัก
rain or shine[IDM] ไม่ว่าฝนจะตกหรือแดดออก (คำไม่เป็นทางการ)
The heavens opened[IDM] ฝนตกหนักมาก
keep in training[IDM] ฝึกฝน (เพื่อการกีฬาหรือการแข่งขัน), Syn. get into
keep one's hand in[IDM] หมั่นฝึกฝน, Syn. get in
lash down[PHRV] กระหน่ำลงมา (เช่น ฝน), See also: เทลงมา
journeyman[N] ช่างที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี
lash[VT] กระทบอย่างแรง (คลื่น, ฝน), See also: สาด, ซัด, Syn. beat
lash[N] การกระทบอย่างแรงของคลื่นหรือสายฝน, See also: การซัด, การสาด, Syn. beat, impact
learn[VT] ท่องจำ, See also: ท่อง, ฝึกฝน, Syn. memorize
light[ADJ] เบาๆ อ่อนๆ (ลม, ฝน), Syn. soft, gentle, Ant. heavy
lowering[ADJ] มืดครึ้ม (ท้องฟ้า), See also: เหมือนฝนจะตก, Syn. dark, threatening, overcast, cloudy, gloomy, Ant. clear
mackintosh[N] เสื้อกันฝน, Syn. raincoat
meteor[N] ดาวตก, See also: ฝนดาวตก, ผีพุ่งไต้, Syn. falling star, shooting star, meteorite
nimbus[N] เมฆฝน
patter[N] เสียงเปาะแปะ (คล้ายเสียงฝนตก), Syn. tapping, patting, sound
pluvial[ADJ] เกี่ยวกับฝน, See also: เกิดขึ้นจากฝน
poncho[N] ผ้าคลุมที่มีรูตรงกลางสำหรับสวมที่ศีรษะมักใช้เป็นเสื้อกันฝน, Syn. cape, cloak, shawl

English-Thai: HOPE Dictionary [with local updates]
cataract(แคท'ทะแรคทฺ) n. น้ำตกขนาดใหญ่,การไหลเชี่ยวของน้ำ,ฝนที่เทกระหน่ำลงมา,น้ำป่า,แก่งในแม่น้ำ,ต้อกระจก
catchpitบ่อหรือท่อที่ใช้รับน้ำฝน
cloudburstn. ฝนที่ตกอย่างหนักมากและกะทันหันปานฟ้ารั่ว,พายุฝน
deluge(เดล'ลิวจฺ) n. อุทกภัย,น้ำท่วม,ฝนที่ห่าลงมาพักใหญ่,การไหลทะลัก -Phr. (the Deluge n. น้ำท่วมโลกสมัยNoahvt. ท่วม), Syn. flood
discipline(ดิส'ซะพลิน) n. วินัย,ระเบียบวินัย,การฝึกฝน,การลงโทษ,สาขาวิชา,ศิลปปฎิบัติ,วินัยทางศาสนา vt. ฝึกฝน,ทำให้มีวินัย,ลงโทษ,แก้ไข., See also: discipliner n., Syn. order
downpour(ดาว'พอร์) n. ฝนที่เทลงอย่างมากและกะทันหัน,ฝนห่าใหญ่, Syn. heavy rain
dribble(ดริบ'เบิล) {dribbled,dribbling,dribbles} vi.,n. (การ) หยุด,ไหลริน,ไหลหยด,ค่อย ๆ เคลื่อน,ค่อย ๆ หายไป,จำนวนหรือปริมาณเล็กน้อย,ฝนลงเล็กน้อย,ฝนตกปรอย ๆ
drill(ดรีล) {drilled,drilling,drills} n. สว่าน,เครื่องเจาะ vt.,vi. เจาะไซ,ยิงทะลุ,ฝึกฝน. vi. เจาะรู,ฝึกฝน, See also: drillable adj. ดูdrill driller n., Syn. exercise,practice,bore,tteach
drilling(ดริล'ลิง) n. การเจาะ,ผู้เจาะ,การฝึกฝน,ผู้ฝึกฝน
drillmastern. ผู้ฝึกฝน,ครูฝึก,ทหารครูฝึก
drizzle(ดริซ'เซิล) {drizzled,drizzling,drizzles} vt.,vi.,n. ฝนตกประปราย,ฝนตกพรำ, See also: drizzly adv.
droughty(เดรา'ที) adj. แห้งแล้ง,ไร้ฝน,กระหายน้ำ, See also: droughtiness n., Syn. dry
educate(เอด'จุเคท) vt. ให้การศึกษา,สั่งสอน,อบรม,ฝึกฝน,ให้ความรู้ vi. อบรม,สั่งสอน
education(เอดจุเค,'เชิน) n. การศึกษา,การสั่งสอน,การฝึกฝน,คุรุศาสตร์,ศึกษาศาสตร์, See also: educational adj. ดูeducation, Syn. schooling,training
exercise(เอค'เซอไซซ) v.,n. (การ) ออกกำลังกาย,ฝึกหัด,การฝึกฝน,ปฏิบัติ,ดำเนินการ,เป็นห่วง,ทำให้เป็นห่วง., See also: exercisable adj. exerciser n.
exposition(เอคซฺพะซิส'เชิน) n. การแสดงออก,นิทรรศการ,การเปิดเผย,การออกจากที่กำบัง,การผึ่งแดดผึ่งฝนหรือผึ่งลม.
fag(แฟก) {fagged,fagging,fags} vt.ทำให้หมดกำลัง,บีบบังคับให้รับใช้,ฝนให้กร่อนหรือสึก. vi. หมดกำลัง,เมื่อยล้า,ทำงานอาบเหงื่อต่างน้ำ. -n. งานหนัก,ความเหน็ดเหนื่อย,บุหรี่,ผู้รักร่วมเพศชาย,มัดฟืน
fence(เฟนซฺ) {fenced,fencing,fences} n. รั้ว,เครื่องกั้น,คอกล้อม,พะเนียด,ศิลปะหรือกีฬาฟันดาบ,ความชำนาญในการโต้แย้ง,บุคคลผู้รับและจำหน่ายของโจร,สถานที่รับและจำหน่ายของโจร. -Phr. (sit on the fence เป็นกลาง,ไม่เข้าข้างฝ่ายใด) . vi. เล่นหรือฝึกฝนการฟันดาบ,ล้อมรั้ว,
fencern. ผู้ล้อมรั้ว,ผู้ฟันดาบ,นักดาบ,ม้าที่ได้รับการฝึกฝนกระโดดข้ามรั้ว,นักวิ่งกระโดดข้ามเครื่องกีดขวาง,ผู้มีอาชีพซ่อมแซมและสร้างรั้ว
flurry(เฟลอ'รี) n. หิมะที่ตกปรอย ๆ ,ฝนตกลงมาอย่างประปราย,ความตื่นเต้นหรืองงงวยที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน,ความเกรียวกราว,ความหวั่นไหวของตลาดหุ้น,ลมที่พัดมาอย่างกะทันหัน. vt. ทำให้ยุ่งใจ,ทำให้ตื่นเต้น, Syn. fluster
gabardeen(แกบ'บะดีน) ผ้าเนื้อแน่นหยาบใช้ทำเสื้อกันฝนชนิดหนึ่ง,เสื้อผ้าหยาบหลวมที่ทำด้วยผ้าดังกล่าวที่คนยิวสวมใส่
garbadine(แกบ'บะดีน) ผ้าเนื้อแน่นหยาบใช้ทำเสื้อกันฝนชนิดหนึ่ง,เสื้อผ้าหยาบหลวมที่ทำด้วยผ้าดังกล่าวที่คนยิวสวมใส่
gargoyle(การ์'กอยล์) n. หัวรูปสัตว์ประหลาดที่เป็นปากท่อต่อจากรางน้ำฝน หัวรูปสัตว์ประหลาด, See also: gargoyled adj.
grind(ไกรดฺ) {ground,grinding,grinds} vt.,vi.,n. (การ) ฝน,บด,โม่,ถูอย่างแรง,บรรเลงเพลงดังลั่น,กดขี่,เคี่ยวเข็ญ,รบกวน,เสียงฝน,งานหนัก,นักเรียนที่ขยันมากผิดปกติ,ระบำส่ายตะโพก., See also: grindable adj. grindingly adv., Syn. cr
grinder(ไกร'เดอะ) n. คนบด,คนฝน,เครื่องบด,เครื่องฝน,ฟันกราม
grinding wheelล้อฝน
gusty(กัส'ที) adj. เกี่ยวกับลมแรง-ฝน-ไฟหรืออารมณ์ที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันเป็นพัก ๆ ,พูดพล่าม,รุนแรง,อย่างยิ่ง,มีรสชาติ,เอร็ดอร่อย, See also: gustily adv. gustiness n., Syn. fitful
hail(เฮล) vt. ต้อนรับ,ทักทาย,เรียก,โห่ร้องอวยชัยแก่. vi. เรียก,ร้องเชิญ,ลูกเห็บลง n.การร้องเรียก,การร้องเชิญ,การต้อนรับ,การทักทาย,การตกของลูกเห็บ,ฝนมีลูกเห็บ,ห่ากระสุนหรืออื่น ๆ interj. คำอุทานแสดงการต้อนรับ,การร้องเรียกหรือร้องเชิญ คำที่มีความหมายเหมือนกั
havelockn. หมวกแก๊ปกันแดดกันฝนชนิดหนึ่ง
learning(เลิร์น'นิง) n. การเรียนรู้,การศึกษา,ความรู้,การปรับบุคลิกภาพจากการปฏิบัติฝึกฝนหรือประสบการณ์, Syn. education
lowering(โล'เออริง) adj. มืดฟ้า,อากาศทำท่าจะมีฝน,ขมวดคิ้ว,บูดบึ้ง,หดหู่ใจ,โกรธ., Syn. louring,dark
mackintosh(แมค'คินทอช) n. เสื้อฝนชนิดหนึ่งที่ทำด้วยผ้ายาง,ผ้าดังกล่าว, Syn. macintosh.
mist(มิสทฺ) n. หมอก,สิ่งที่คล้ายหมอก,ความพร่ามัว. vi. พร่ามัว,ฝนตกเป็นเม็ดเล็กมาก. vt. ทำให้พร่ามัว, Syn. fog,haze
mold(โมลดฺ) n. รา,ขี้รา,เชื้อรามแม่พิมพ์,สิ่งที่เป็นรูปร่างจากแม่พิมพ์,รูปแบบ,ตัวอย่าง,ดินร่วน,ดิน,พื้นดิน vt. เกิดเชื้อรา,ก่อเป็นรูปร่างขึ้นจากแม่พิมพ์,ก่อร่างหล่อขึ้น,ฝึกฝน, See also: moldability n. moldable adj., Syn. m
molder(โมล'เดอะ) vi. เป็นฝุ่นเนื่องจากการเน่าเปื่อย,ผุพัง. vt. ทำให้ผุพัง n. ผู้พิมพ์แบบ,ผู้ปั้น,ผู้หล่อ,ผู้ฝึกฝน
molding(โมล'ดิง) n. การพิมพ์แบบ,การปั้น,การหล่อ,การฝึกฝน,สิ่งที่หล่อขึ้น,สิ่งที่พิมพ์ขึ้น,คิ้วที่หล่อบนผนังหรือมุมตึก
monsoon(มอนซูน') n. ลมมรสุม,ลมฝน,ฤดูลมมรสุม,
mould(โมลดฺ) n. รา,ขี้รา,เชื้อรามแม่พิมพ์,สิ่งที่เป็นรูปร่างจากแม่พิมพ์,รูปแบบ,ตัวอย่าง,ดินร่วน,ดิน,พื้นดิน vt. เกิดเชื้อรา,ก่อเป็นรูปร่างขึ้นจากแม่พิมพ์,ก่อร่างหล่อขึ้น,ฝึกฝน, See also: moldability n. moldable adj.
moulder(โมล'เดอะ) vi. เป็นฝุ่นเนื่องจากการเน่าเปื่อย,ผุพัง. vt. ทำให้ผุพัง n. ผู้พิมพ์แบบ,ผู้ปั้น,ผู้หล่อ,ผู้ฝึกฝน
moulding(โมล'ดิง) n. การพิมพ์แบบ,การปั้น,การหล่อ,การฝึกฝน,สิ่งที่หล่อขึ้น,สิ่งที่พิมพ์ขึ้น,คิ้วที่หล่อบนผนังหรือมุมตึก
nimbo-Pref. เมฆฝน,ทรงกลดรอบพระเศียร
nurture(เนอ'เชอะ) vt. อุปถัมภ์,เลี้ยง,บำรุง,ทะนุถนอม,ฝึกฝน,ให้การศึกษา n. อาหาร,เครื่องบำรุง,การบำรุง, See also: nurturable adj. nurturer n., Syn. feed,raise
pelt(เพลทฺ) vt. ระดมยิง,ระดมขว้าง,โจมตีอย่างดุเดือด,วิ่ง,ต่อยหรือตีอย่างดุเดือด,ฝนตกอย่างกระหน่ำ,ลอกหนัง n. การต่อย,การยิง,การตี,การพัดอย่างดุเดือด,การตกอย่างกระหน่ำ,การกระหน่ำ,หนังสัตว์,ผิวหนัง, Syn. strike,beat,rush,speed
pour(พอ,พอร์) vt.,vi.,n. (การ) เท,ริน,ราด,หลั่ง,กรอก,ระบาย,ปล่อยออก, (ฝน) ตกลงมาอย่างแรง., See also: pourability n. pourable adj. pourer n. pouringly adv.
precipitate(พรีซิพ'พิเทท) vt. เร่งให้เกิดขึ้น,ทำให้ตกตะกอน,ทำให้ฝนตก,ผลัก,ส่ง,ทุ่ม,โยน. vi. ตกตะกอน, (ฝน) ตก,ถลำเข้าสู่. adj. พุ่งลง,รีบด่วน,หุนหัน,ใจร้อน. n. ตะกอน, See also: precipitateness n. precipitative adj. precipitator n.
precipitation(พรีซิพ'พิเท'เชิน) n. การเร่งให้เกิดขึ้น,การตกตะกอน,การถลำเข้าสู่,การพุ่ง,การถลำ,ความใจร้อน,ความเร่งรีบ,ความหุนหันพลันแล่น,ตะกอน,ผลิตผลการรวมตัวกันของไอน้ำในอากาศ (ฝน,หิมะ,ลูกเห็บ,น้ำค้าง) ,ปริมาณที่รวมตัวกันดังกล่าว
rain(เรน) n. ฝน,น้ำฝน vi. ฝนตก,ตกลงมาคล้ายฝน. vt. ส่งลงมา,ทำให้ตกลงมาเป็นจำนวนมาก,ให้อย่างมากมาย,เสนอให้อย่างมากมาย, -Phr. (rain cats and dogs ฝนตกลงมาอย่างหนักหรือไม่ขาดสาย), See also: rains n. ฤดูฝน,หน้าฝน,การหลั่งไหลลงมาอย่างแรง
rain gagen. เครื่องวัดปริมาณน้ำฝน,มาตรวัดน้ำฝน
rain gaugen. เครื่องวัดปริมาณน้ำฝน,มาตรวัดน้ำฝน
rain showern. ฝนที่สาดลงมาเพียงชั่วครู่

English-Thai: Nontri Dictionary
cultivate(vt) เพาะปลูก,ศึกษา,ฝึกฝน,อบรม,ปลูกฝัง
discipline(n) ระเบียบข้อบังคับ,ระเบียบวินัย,การลงโทษ,การฝึกฝน
discipline(vt) ทำให้มีวินัย,บังคับ,ลงโทษ,ฝึกฝน,ฝึกหัด
downpour(n) ฝนตกหนัก,ฝนห่าใหญ่
dribble(n) การไหลริน,ฝนปรอย
drill(n) การฝึกฝน,สิ่ว,สว่าน,เครื่องเจาะ,เครื่องไข,ช่องว่างในเมล็ด
drill(vt) ฝึกฝน,ไช,เจาะรู,ยิงทะลุ
drizzle(n) ฝนปรอย,ฝนพรำ
drizzle(vi) ฝนปรอย,ฝนตกพรำ,ฝนตกประปราย
drought(n) ความแห้งแล้ง,ความกระหายน้ำ,สภาวะไร้ฝน
educate(vt) สอน,อบรม,ฝึกฝน,ให้การศึกษา,ให้ความรู้
exercise(n) แบบฝึกหัด,การบ้าน,การออกกำลังกาย,การฝึกหัด,การฝึกฝน
exercise(vi,vt) ใช้,ฝึกหัด,ฝึกฝน,ฝึก,ปฏิบัติ,ออกกำลังกาย
flurry(n) สายฝนอ่อน,ความอลหม่าน,ความวุ่นวาย,ความเกรียวกราว
gargoyle(n) รางน้ำฝนรูปสัตว์
grind(vt) โม่,ป่น,บด,ลับ(มีด),ขบ(ฟัน),เจียระไน,ฝน,ถู
gutter(n) รางน้ำฝน,ท้องร่อง,ท่อ,ร่องน้ำ
mackintosh(n) เสื้อฝน
monsoon(n) ลมมรสุม,ฤดูฝน,ฤดูมรสุม
rain(n) ฝน
rain(vi) โปรยปราย,ฝนตก
raincloud(n) เมฆฝน
raincoat(n) เสื้อฝน,เสื้อกันฝน
raindrop(n) น้ำฝน,หยดฝน
rainfall(n) ปริมาณน้ำฝน
rainmaking(n) การทำฝนเทียม,การขอฝน
rains(n) หน้าฝน,ฤดูฝน,วสันต์ฤดู
rainstorm(n) พายุฝน
rainy(adj) มีฝนชุก,เปียกฝน
sharpen(vt) ฝน,เหลา,ทำให้แหลม,ทำให้คม
sharpener(n) ผู้ฝน,ผู้ลับ,เครื่องเหลา,กบเหลาดินสอ
shower(n) ฝักบัว,ห่าฝน,จำนวนมากมาย,การโปรย
sleet(n) หิมะฝน,ฝนลูกเห็บ
soppy(adj) โชก,ชุ่ม,มีฝนมาก
sprinkle(n) การพรม,จำนวนน้อย,การโปรย,การหว่าน,ฝนโปรยปราย
squall(n) เสียงดัง,พายุ,ฝนไล่ช้าง,ความโกลาหล
thunderstorm(n) พายุฝนฟ้าคะนอง
train(vi,vt) ฝึกฝน,อบรม,สั่งสอน,ดัด,เล็ง,จัดการ,ฝึกหัด
training(n) การฝึกหัด,การอบรม,การฝึกฝน,การศึกษา
waterproof(n) สัมภาระที่น้ำเข้าไม่ได้,เสื้อกันฝน,ผ้าน้ำมัน
weather(vt) ตากฝน,ตากลม,ผุกร่อน
WEATHER-weather-beaten(adj) คล้ำแดดคล้ำฝน,สึกกร่อน
wet(adj) เปียก,โชก,แฉะ,มีฝนมาก
whet(vt) ลับให้คม,ทำให้แหลมขึ้น,ฝน

English-Thai: Longdo Dictionary (UNAPPROVED version -- use with care )
Hedge (n vi ) [Linguistics: Pragmatics] n. คำบ่งชี้ความไม่แน่ใจ คำบ่งชี้การพูดออกตัว การพูดออกตัว โดยใช้ คำ วลี หรือประพจน์เพื่อป้องกันตัวของผู้พูดในกรณีที่พูดผิด ไม่มั่นใจ เช่น วันนี้ฝนอาจจะตก คำว่า อาจจะ คือ hedge ชนิดหนึ่งที่บ่งชี้ว่าผู้พูดมีความไม่มั่นใจ มีความกำกวม ซึ่งฝนจะตกหรือไม่ตกผู้พูดก็ไม่ได้พูดผิด เพราะคำว่า อาจจะ มีความเป็นไปได้และเป็นไปไม่ได้ที่จะเกิด 50/50 v. พูดออกตัว พูดกำกวม พูดป้องกันตัว
See also: S. mitigator, softener, downtoner, understatement, weakener, tentativeness, stance m
semiarid (adj) ที่ที่มีฝนตกน้อย
thundershower (n) พายุฝนฟ้าคะนองที่ตกปรอย ๆ สั้น ๆ
weathering (n vt adj adv ) การผุกร่อน (ตามสภาพดินฟ้าอากาศ) [โยธา] ; ลาดน้ำไหล, พื้นลาดเอียงระบายน้ำฝน [ช่างก่อสร้าง] ; การเปลี่ยนสภาพโดยลมฟ้าอากาศ[ป่าไม้]

Japanese-Thai: Longdo Dictionary
スコール[すこーる, suko-ru] (n) เสียงดัง,พายุ,ฝนไล่ช้าง,ความโกลาหล
梅雨[つゆ, tsuyu] (n) ฤดูฝน (ช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิ ย่างเข้าฤดูร้อนของญี่ปุ่น)
降る[ふる, furu] (vt) (ฝน,หิมะ)ตก
雨季[うき, uki] (n) ฤดูฝน

Japanese-Thai: Longdo Dictionary (UNAPPROVED version -- use with care )
人工降雨[じんこうこうう, jinkoukouu] (n) ฝนเทียม
テルテル坊主[てるてるぼうず, teruterubouzu] (n) ตุ๊กตาไล่ฝน
春雨[はるさめ, harusame] (n ) ฝนในฤดูใบไม้ผลิ
雨宿り[あめやどり, ameyadori] (n ) ที่หลบฝน

Japanese-Thai: Saikam Dictionary
極める[きわめる, kiwameru] Thai: ฝึกฝนให้เชี่ยวชาญ English: to master
みぞれ[みぞれ, mizore] Thai: ฝนปนหิมะ หิมะที่ตกลงมาและกลายเป็นฝน
晴れる[はれる, hareru] Thai: ฝนหยุดตก
にわか雨[にわかあめ, niwakaame] Thai: ฝนตกที่ตกแรงชั่วครู่แล้วหยุดตก English: a (sudden) shower
[みぞれ, mizore] Thai: ฝนปนหิมะ หิมะที่ตกลงมาและกลายเป็นฝน English: sleet
漏る[もる, moru] Thai: (น้ำฝน)รั่ว English: to leak
雨水[うすい, usui] Thai: น้ำฝน English: rain water

German-Thai: Longdo Dictionary
regnen(vt) |regnete, hat geregnet| Es regnet. ฝนตก, See also: der Regen
Regen(n) |der, nur Sg.| ฝน, See also: regnen vt.
Regenzeit(n) |die| ฤดูฝน
Regenschirm(n) |der, pl. Regenschirme| ร่มกันฝน
etw. führen zu etw.นำไปสู่, ก่อให้เกิด เช่น Starker Regen können zur Überschwemmung führen. ฝนที่ตกหนักสามารถนำไปสู่น้ำท่วมได้ , See also: S. verursachen,,
jederzeit(adv) เป็นไปได้ในทุกโอกาส เช่น Es kann jederzeit regnen. ฝนอาจตกได้ตลอดเวลา , See also: S. jeden Augenblick,
üben(vi vt) |übte, hat geübt| ฝึก, ฝึกฝน เช่น Gehst du heute Karate üben? วันนี้เธอไปฝึกคาราเต้หรือไม่
Scheibenwischer(n) |der, pl. Scheibenwischer| ที่ปัดน้ำฝนของรถยนต์
Bauer(n) |der, pl. Bauern| ชาวนา, เกษตรกร เช่น Bauern freuen sich auf Regen. เกษตรกรยินดีกับการมาของฝน

German-Thai: Longdo Dictionary (UNAPPROVED version -- use with care )
Nieselregen {m}; Sprühregen {m} (n ) (ฝน) ตกพรำๆ

French-Thai: Longdo Dictionary
pluie(n) |f| ฝน
parapluie(n) |m| ร่มกันฝน

Are you satisfied with the result?


Discussions

Go to Top