Search result for

*ดูจะ*

(57 entries)
(0.0594 seconds)
ลองค้นหาคำในรูปแบบอื่นๆ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์มากขึ้นหรือน้อยลง: ดูจะ, -ดูจะ-
Thai-English: NECTEC's Lexitron-2 Dictionary [with local updates]
ดูจะ[AUX] seem, See also: look like, Syn. ดูเหมือนจะ, ดูราวกับ, ประหนึ่ง, ดูเหมือน

ไทย-ไทย: พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔
ดูจะว. คงจะ, น่าจะ, เช่น ดูจะเกินไปละ.

อังกฤษ-ไทย: คลังศัพท์ไทย โดย สวทช.
Gorbachev doctrineนโยบายหลักของกอร์บาชอฟ เป็นศัพท์ที่สื่อมวลชนของประเทศฝ่ายตะวันตกบัญญัติขึ้น ในตอนที่กำลังมีการริเริ่มใหม่ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เกี่ยวกับนโยบายต่างประเทศของโซเวียตในด้านความร่วมมือระหว่างประเทศอภิมหา อำนาจตั้งแต่ ค.ศ. 1985 เป็นต้นมา ภายใต้การนำของ นายมิคาอิล กอร์บาชอฟ ในระยะนั้น โซเวียตเริ่มเปลี่ยนทิศทางของสังคมภายในประเทศใหม่ โดยยึดหลักกลาสนอสต์ (Glasnost) ซึ่งหมายความว่า การเปิดกว้าง รวมทั้งหลักเปเรสตรอยก้า (Perestroika) อันหมายถึงการปรับเปลี่ยนโครงสร้างใหม่ในช่วงปี ค.ศ. 1985 ถึง 1986 บุคคลสำคัญชั้นนำของโซเวียตผู้มีอำนาจในการตัดสินใจนี้ ได้เล็งเห็นและสรุปว่าการที่ประเทศพยายามจะรักษาสถานภาพประเทศอภิมหาอำนาจ และครองความเป็นใหญ่ในแง่อุดมคติทางการเมืองของตนนั้นจำต้องแบกภาระทาง เศรษฐกิจอย่างหนักหน่วง แต่ประโยชน์ที่จะได้จริง ๆ นั้นกลับมีเพียงเล็กน้อย เขาเห็นว่า แม้ในสมัยเบรสเนฟ ซึ่งได้เห็นความพยายามอันล้มเหลงโดยสิ้นเชิงของสหรัฐฯ ในสงครามเวียดนาม การปฏิวัติทางสังคมนิยมที่เกิดขึ้นในแองโกล่า โมซัมบิค และในประเทศเอธิโอเปีย รวมทั้งกระแสการปฏิวัติทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นในแถบประเทศละตินอเมริกา ก็มิได้ทำให้สหภาพโซเวียตได้รับประโยชน์ หรือได้เปรียบอย่างเห็นทันตาแต่ประการใด แต่กลับกลายเป็นภาระหนักอย่างยิ่งเสียอีก แองโกล่ากับโมแซมบิคกลายสภาพเป็นลูกหนี้อย่างรวดเร็ว เอธิโอเปียต้องประสบกับภาวะขาดแคลนอาหารอย่างสาหัส และการที่โซเวียตใช้กำลังทหารเข้ารุกรานประเทศอัฟกานิสถานเมื่อปี ค.ศ. 1979 ทำให้ระบบการทหารและเศรษฐกิจของโซเวียตต้องเครียดหนักยิ่งขึ้น และการเกิดวิกฤตด้านพลังงาน (Energy) ในยุโรปภาคตะวันออกระหว่างปี ค.ศ. 1984-1985 กลับเป็นการสะสมปัญหาที่ยุ่งยากมากขึ้นไปอีก ขณะเดียวกันโซเวียตตกอยู่ในฐานะต้องพึ่งพาอาศัยประเทศภาคตะวันตกมากขึ้นทุก ขณะ ทั้งในด้านวิชาการทางเทคโนโลยี และในทางโภคภัณฑ์ธัญญาหารที่จำเป็นแก่การดำรงชีวิตของพลเมืองของตน ยิ่งไปกว่านั้น การที่เกิดการแข่งขันกันใหม่ด้านอาวุธยุทโธปกรณ์กับสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะแผนยุทธการของสหรัฐฯ ที่เรียกว่า SDI (U.S. Strategic Defense Initiative) ทำให้ต้องแบกภาระอันหนักอึ้งทางการเงินด้วยเหตุนี้โซเวียตจึงต้องทำการ ประเมินเป้าหมายและทิศทางการป้องกันประเทศใหม่ นโยบายหลักของกอร์บาซอฟนี่เองทำให้โซเวียตต้องหันมาญาติดี รวมถึงทำความตกลงกับสหรัฐฯ ในรูปสนธิสัญญาว่าด้วยกำลังนิวเคลียร์ในรัศมีปานกลาง (Intermediate Range Force หรือ INF) ซึ่งได้ลงนามกันในกรุงวอชิงตันเมื่อปี ค.ศ. 1987เหตุการณ์นี้ถือกันว่าเป็นมาตรการที่มีความสำคัญที่สุดในด้านการควบคุม ยุทโธปกรณ์ตั้งแต่เริ่มสงครามเย็น (Cold War) ในปี ค.ศ. 1946 เป็นต้นมา และเริ่มมีผลกระทบต่อทิศทางในการที่โซเวียตเข้าไปพัวพันกับประเทศ อัฟกานิสถาน แอฟริกาภาคใต้ ภาคตะวันออกกลาง และอาณาเขตอ่าวเปอร์เซีย กอร์บาชอฟถึงกับประกาศยอมรับว่า การรุกรานประเทศอัฟกานิสถานเป็นการกระทำที่ผิดพลาด พร้อมทั้งถอนกองกำลังของตนออกไปจากอัฟกานิสถานเมื่อปี ค.ศ. 1989 อนึ่ง เชื่อกันว่าการที่ต้องถอนทหารคิวบาออกไปจากแองโกล่า ก็เป็นเพราะผลกระทบจากนโยบายหลักของกอร์บาชอฟ ซึ่งได้เปลี่ยนท่าทีและบทบาทใหม่ของโซเวียตในภูมิภาคตอนใต้ของแอฟริกานั้น เอง ส่วนในภูมิภาคตะวันออกกลาง นโยบายหลักของกอร์บาชอฟได้เป็นผลให้ นายเอ็ดวาร์ด ชวาดนาเซ่ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งเป็นผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งจากนายกอร์บาชอฟ เริ่มแสดงสันติภาพใหม่ๆ เช่น ทำให้โซเวียตกลับไปรื้อฟื้นสัมพันธภาพทางการทูตกับประเทศอิสราเอล ทำนองเดียวกันในเขตอ่าวเปอร์เซีย โซเวียตก็พยายามคืนดีด้านการทูตกับประเทศอิหร่าน เป็นต้นการเปลี่ยนทิศทางใหม่ทั้งหลายนี้ ถือกันว่ายังผลให้มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายภายในประเทศทั้งด้านเศรษฐกิจและ ด้านสังคมของโซเวียต อันสืบเนื่องมาจากนโยบาย Glasnost and Perestroika ที่กล่าวมาข้างต้นนั่นเองในที่สุด เหตุการณ์ทั้งหลายเหล่านี้ก็ได้นำไปสู่การล่มสลายอย่างกะทันหันของสหภาพ โซเวียตเมื่อปี ค.ศ. 1991 พร้อมกันนี้ โซเวียตเริ่มพยายามปรับปรุงเปลี่ยนแปลง รวมทั้งปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจการเมืองของประเทศให้ทันสมัยอย่างขนานใหญ่ นำเอาทรัพยากรที่ใช้ในด้านการทหารกลับไปใช้ในด้านพลเรือน พฤติกรรมเหล่านี้ทำให้เกิดจิตใจ (Spirit) ของการเป็นมิตรไมตรีต่อกัน (Détente) ขึ้นใหม่ในวงการการเมืองโลก เห็นได้จากสงครามอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งโซเวียตไม่เล่นด้วยกับอิรัก และหันมาสนับสนุนอย่างไม่ออกหน้ากับนโยบายของประเทศฝ่ายสัมพันธมิตรนัก วิเคราะห์เหตุการณ์ต่างประเทศหลายคนเห็นพ้องต้องกันว่า การที่เกิดการผ่อนคลาย และแสวงความเป็นอิสระในยุโรปภาคตะวันออกอย่างกะทันหันนั้น เป็นผลจากนโยบายหลักของกอร์บาชอฟโดยตรง คือเลิกใช้นโยบายของเบรสเนฟที่ต้องการให้สหภาพโซเวียตเข้าแทรกแซงอย่างจริง จังในกิจการภายในของกลุ่มประเทศยุโรปตะวันออก กระนั้นก็ยังมีความรู้สึกห่วงใยกันไม่น้อยว่า อนาคตทางการเมืองของกอร์บาชอฟจะไปได้ไกลสักแค่ไหน รวมทั้งความผูกพันเป็นลูกโซ่ภายในสหภาพโซเวียตเอง ซึ่งยังมีพวกคอมมิวนิสต์หัวรุนแรงหลงเหลืออยู่ภายในประเทศอีกไม่น้อย เพราะแต่เดิม คณะพรรคคอมมิวนิสต์ในสหภาพโซเวียตนั้น เป็นเสมือนจุดรวมที่ทำให้คนสัญชาติต่าง ๆ กว่า 100 สัญชาติภายในสหภาพ ได้รวมกันติดภายในประเทศที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก คือมีพื้นที่ประมาณ 1 ใน 6 ส่วนของพื้นที่โลก และมีพลเมืองทั้งสิ้นประมาณ 280 ล้านคนจึงสังเกตได้ไม่ยากว่า หลังจากสหภาพโซเวียตล่มสลายไปแล้ว พวกหัวเก่าและพวกที่มีความรู้สึกชาตินิยมแรง รวมทั้งพลเมืองเผ่าพันธุ์ต่างๆ เกิดความรู้สึกไม่สงบ เพราะมีการแก่งแย่งแข่งกัน บังเกิดความไม่พอใจกับภาวะเศรษฐกิจที่ตนเองต้องเผชิญอยู่ จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้จักรวรรดิของโซเวียตต้องแตกออกเป็นส่วน ๆ เช่น มีสาธารณรัฐที่มีอำนาจ ?อัตตาธิปไตย? (Autonomous) หลายแห่ง ต้องการมีความสัมพันธ์ในรูปแบบใหม่กับรัสเซีย เช่น สาธารณรัฐยูเกรน ไบโลรัสเซีย มอลดาเวีย อาร์เมเนีย และอุสเบคิสถาน เป็นต้น แต่ก็เป็นการรวมกันอย่างหลวม ๆ มากกว่า และอธิปไตยที่เป็นอยู่ขณะนี้ดูจะเป็นอธิปไตยที่มีขอบเขตจำกัดมากกว่าเช่นกัน โดยเฉพาะสาธารณรัฐมุสลิมในสหภาพโซเวียตเดิม ซึ่งมีพลเมืองรวมกันเกือบ 50 ล้านคน ก็กำลังเป็นปัญหาต่อเชื้อชาติสลาฟ และการที่พวกมุสลิมที่เคร่งครัดต่อหลักการเดิม (Fundamentalism) ได้เปิดประตูไปมีความสัมพันธ์อันดีกับประะเทศอิหร่านและตุรกีจึงทำให้มีข้อ สงสัยและครุ่นคิดกันว่า เมื่อสหภาพโซเวียตแตกสลายออกเป็นเสี่ยง ๆ ดังนี้แล้ว นโยบายหลักของกอร์บาชอฟจะมีทางอยู่รอดต่อไปหรือไม่ ซึ่งเป็นเรื่องที่ถกเถียงและอภิปรายกันอยู่พักใหญ่และแล้ว เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม ค.ศ. 1991 ก็ได้เกิดความพยายามที่จะถอยหลังเข้าคลอง คือกลับนโยบายผ่อนเสรีของ Glasnost และ Perestroika ทั้งภายในประเทศและภายนอกประเทศโดยมีผุ้ที่ไม่พอใจได้พยายามจะก่อรัฐประหาร ขึ้นต่อรัฐบาลของนายกอร์บาชอฟ แม้การก่อรัฐประหารซึ่งกินเวลาอยู่เพียงไม่กี่วันจะไม่ประสบผลสำเร็จ แต่เหตุการณ์นี้ก่อให้เกิดผลสะท้อนลึกซึ้งมาก คือเป็นการแสดงว่า อำนาจของรัฐบาลกลางย้ายจากศูนย์กลางไปอยู่ตามเขตรอบนอกของประเทศ คือสาธารณรัฐต่างๆ ซึ่งก็ต้องประสบกับปัญหานานัปการ จากการที่ประเทศเป็นภาคีอยู่กับสนธิสัญญาระหว่างประเทศต่างๆ โดยเฉพาะความตกลงเกี่ยวกับการควบคุมอาวุธยุทโธปกรณ์ ซึ่งสหภาพโซเวียตเดิมได้ลงนามไว้หลายฉบับผู้นำของสาธารณรัฐที่ใหญ่ที่สุดคือ นายบอริส เยลท์ซินได้ประกาศว่า สหพันธ์รัฐรัสเซียยังถือว่า พรมแดนที่เป็นอยู่ขณะนี้ย่อมเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้ ไม่ใช่เป็นสิ่งที่จะแก้ไขเสียมิได้และในสภาพการณ์ด้านต่างประทเศที่เป็นอยู่ ในขณะนี้ การที่โซเวียตหมดสภาพเป็นประเทศอภิมหาอำนาจ ทำให้โลกกลับต้องประสบปัญหายากลำบากหลายอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาเศรษฐกิจระหว่างสาธารณรัฐต่างๆ ที่เคยสังกัดอยู่ในสหภาพโซเวียตเดิม จึงเห็นได้ชัดว่า สหภาพโซเวียตเดิมได้ถูกแทนที่โดยการรวมตัวกันระหว่างสาธารณรัฐต่างๆ อย่างหลวมๆ ในขณะนี้ คล้ายกับการรวมตัวกันระหว่างสาธารณรัฐภายในรูปเครือจักรภพหรือภายในรูป สมาพันธรัฐมากกว่า และนโยบายหลักของกอร์บาชอฟก็ได้ทำให้สหภาพโซเวียตหมดสภาพความเป็นตัวตนใน เชิงภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) [การทูต]
International Conferencesคือการประชุมระหว่างประเทศอย่างเป็นทางการระหว่าง ผู้แทนผู้มีอำนาจเต็มจากหลาย ๆ ประเทศ เพื่อพิจารณาหาทางระงับปัญหาระหว่างประเทศ การประชุมเช่นนี้บางทีเรียกว่า คองเกรสระหว่างประเทศ แม้จะเรียกต่างกัน แต่ก็ไม่มีอะไรแตกต่างกันที่สำคัญระหว่างสองคำนี้ บ้างมีความเห็นว่า ใช้คำคองเกรส ดูจะมีความสำคัญและมีลักษณะเป็นทางการมากกว่าใช้คำ คอนเฟอเรนซ์ผู้แทนจากประเทศที่ร่วมการประชุมในบางโอกาส ได้แก่บุคคลในระดับนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ หรือเอกอัครราชทูต แล้วแต่ว่าการประชุมนั้น ๆ มีความสำคัญระดับใดในการประชุมระหว่างประเทศ แต่เดิมใช้ภาษาอังกฤษและภาษาฝรั่งเศสกันมากทั้งสองภาษา มาในภายหลังมักนิยมใช้ภาษาอังกฤษเกือบทั้งหมด ส่วนการประชุมระหว่างประเทศที่องค์การสหประชาชาติเป็นผู้จัด จะใช้ภาษาอังกฤษ ฝรั่งเศส สเปน รัสเซีย และจีน รวม 5 ภาษาตามปกติ มักจะเลือกหัวหน้าคณะผู้แทนของประเทศเจ้าภาพให้ทำหน้าที่ประธานการประชุม ส่วนเจ้าหน้าที่อื่น ๆ ของการประชุม ได้แก่ รองประธาน เลขานุการของการประชุม ประธานกรรมการ และผู้บันทึกรายงานสำหรับรายงานการประชุม ข้อมติของที่ประชุมและข้อเสนอแนะนั้น จะรวมเข้าไว้ในเอกสารที่เรียกว่า กรรมสารสุดท้าย (Final Act) ซึ่งผู้แทนประเทศผู้มีอำนาจเต็มจะเป็นผู้ลงนามในเอกสารนั้นในการประชุมครั้ง สุดท้าย [การทูต]
New World Orderระเบียบใหม่ของโลก คำนี้มีส่วนเกี่ยวพันกับอดีตประธานาธิบดียอร์ช บุช และเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางใจสมัยหลังจากที่ประเทศอิรักได้ใช้กำลัง ทหารรุกรานประเทศคูเวต เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม ค.ศ. 1990 กล่าวคือ ประธานาธิบดียอร์ช บุช มีความวิตกห่วงใยว่า การที่สหรัฐอเมริกาแสดงปฏิกิริยาต่อการรุกรานของอิรักนี้ ไม่ควรจะให้โลกมองไปในแง่ที่ว่า เป็นการปฏิบัติการของสหรัฐแต่ฝ่ายเดียวหากควรจะมองว่าเป็นเรื่องของหลักความ มั่นคงร่วมกัน (Collective Security ) ที่นำออกมาใช้ใหม่ในสมัยหลังสงครามเย็นในสุนทรพจน์ต่อที่ประชุมสภาร่วมทั้ง สองของรัฐสภาอเมริกันเมื่อวันที่ 11 กันยายน ค.ศ. 1990 ประธานาธิบดีบุชได้วางหลักการง่าย ๆ 5 ข้อ ซึ่งประกอบเป็นโครงร่างของระเบียบใหม่ของโลก ตามระเบียบใหม่ของโลกนี้ โลกจะปลอดพ้นมากขึ้นจากการขู่เข็ญหรือการก่อการร้าย ให้ใช้มาตรการที่เข้มแข็งในการแสวงความยุติธรรม ตลอดจนให้บังเกิดความมั่นคงยิ่งขึ้นในการแสวงสันติสุข ซึ่งจะเป็นยุคที่ประชาชาติทั้งหลายในโลก ไม่ว่าจะอยู่ในภาคตะวันออก ตะวันตก ภาคเหนือหรือภาคใต้ ต่างมีโอกาสเจริญรุ่งเรืองและมีชีวิตอยู่ร่วมกันอย่างกลมเกลียวแม้ว่า ระเบียบใหม่ของโลก ดูจะยังไม่หลุดพ้นจากความคิดขั้นหลักการมาเป็นขั้นปฏิบัติอย่างจริงจังก็ตาม แต่นักวิจารณ์ส่วนใหญ่เห็นพ้องต้องกันว่า อย่างน้อยก็เป็นการส่อให้เห็นเจตนาอันแน่วแน่ที่จะกระชับความร่วมมือระหว่าง ประเทศใหญ่ ๆ ทั้งหลายให้มากยิ่งขึ้น ส่งเสริมให้องค์การระหว่างประเทศมีฐานะเข้มแข็งขึ้น และให้กฎหมายระหว่างประเทศมีความศักดิ์สิทธิ์ยิ่งขึ้น ต่อมา เหตุการณ์ที่ได้เกิดขึ้นในด้านการเมืองของโลกระหว่างปี ค.ศ. 1989 ถึง ค.ศ. 1991 ทำให้หลายคนเชื่อกันว่า ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศกำลังผันไปสู่หัวเลี้ยวหัวต่อใหม่ กล่าวคือ ความล่มสลายของลัทธิคอมมิวนิสต์ในยุโรปภาคตะวันออก อวสานของสหภาพโซเวียตในฐานะประเทศอภิมหาอำนาจ การยุติของกติกาสัญญาวอร์ซอว์และสงครามเย็น การรวมเยอรมนีเข้าเป็นประเทศเดียว และการสิ้นสุดของลัทธิอะพาไทด์ในแอฟริกาใต้ (คือลัทธิกีดกันและแบ่งแยกผิว) เหล่านี้ทำให้เกิด ?ศักราชใหม่? ของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ดังจะเห็นได้ว่า บรรดาประเทศต่าง ๆ บัดนี้ต่างพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันมากขึ้น องค์การสหประชาชาติและคณะมนตรีความมั่นคงมีศักยภาพสูงขึ้น กำลังทหารมีประโยชน์น้อยลง เสียงที่กำลังกล่าวขวัญกันหนาหูเกี่ยวกับระเบียบใหม่ของโลกในขณะนี้ คือความพยายามที่จะปฏิรูปองค์การสหประชาติใหม่ และปรับกลไกเกี่ยวกับรักษาความมั่นคงร่วมกันให้เข้มแข็งขึ้นอีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้สิทธิ์ยับยั้ง (Veto) ในคณะมนตรีความมั่นคง ควรจะเปลี่ยนแปลงเสียใหม่ โดยจะให้สมาชิกที่มีอำนาจใช้สิทธิ์ยับยั้งนั้นได้แก่สมาชิกในรูปกลุ่มประเทศ (Blocs of States) แทนที่จะเป็นประเทศสมาชิกถาวร 5 ประเทศเช่นในปัจจุบันอย่างไรก็ดี การสงครามอ่าวเปอร์เซียถึงจะกระทำในนามของสหประชาชาติ แต่ฝ่ายที่รับหน้าที่มากที่สุดคือสหรัฐอเมริกา แม่ว่าฝ่ายที่รับภาระทางการเงินมากที่สุดในการทำสงครามจะได้แก่ซาอุดิอาระ เบียและญี่ปุ่นก็ตาม ถึงแม้ว่าคติของระเบียบใหม่ของโลกจะผันต่อไปในรูปใดก็ดี สิ่งที่แน่นอนที่สุดก็คือ โลกจะยังคงต้องอาศัยพลังอำนาจ การเป็นผู้นำ และอิทธิพลของสหรัฐอเมริกาต่อไปอยู่นั่นเอง [การทูต]

ตัวอย่างประโยค (EN,TH,DE,JA,CN) จาก Open Subtitles
Looks exactly like eleanor waldorf's."ดูจะเหมือน อิลินอร์ วอดอฟ อย่างพอดิบพอดี Pret-a-Poor-J (2008)
That sounds like a fast track to success.ฟังดูจะประสบผลสำเร็จเร็วมาก Pret-a-Poor-J (2008)
It's a little late to talk about but would A-kunมันดูจะช้าไปรึป่าวถ้าจะพูดเรื่อง อัคคุง Akai ito (2008)
Well, I was leading the mission, and it seemed like a good idea at the time.แหม ก็ข้าเป็นผู้นำนี่ มันดูจะเปนความคิดที่ดี ในตอนนั้น Duel of the Droids (2008)
Thisa one big mess.นี่ดูจะยุ่งกว่าที่คิด Bombad Jedi (2008)
You'll do more harm than good.นั่นมันดูจะเสี่ยงมากกว่าจะดีนะ Bombad Jedi (2008)
Add in strings. It's a classic!แล้วก็วงออเคสตร้านะ คนดูจะบ้าคลั่งไปเลยล่ะ Scandal Makers (2008)
Do you think their mistakes will be overlooked?นายคิดว่าคนดูจะมองข้ามความผิดพลาดของพวกเขาหรอ? Beethoven Virus (2008)
You do have a bit of a grudge.คุณดูจะไม่ค่อยพอใจนะครับ Beethoven Virus (2008)
He's feeling little hmm... too good.เขาดูจะรู้สึก ...สบายดีเกินไปหน่อย Passengers (2008)
Smell that? That smells like douche.ดูจะอย่างนั้นเลย Harold & Kumar Escape from Guantanamo Bay (2008)
Oh, no wonder he was so excited when we got home.อ่อ ไม่แปลกใจเลยที่เขาดูจะตื่นเต้นตอนเราไปถึงบ้าน New York, I Love You (2008)
After I trashed my reputation and everything else I valued in life, trying to put a stop to RIPLEY, suicide seemed like a believable way out.หลังจากฉันละทิ้งชื่อเสียง และทุกอย่างในชีวิต เพื่อพยายามที่จะหยุดริปลี่ การฆ่าตัวตาย ดูจะเป็นทางออกที่ดี WarGames: The Dead Code (2008)
I just figured doing it with Frost would be a whole lot easier than doing it with Mike Wallace.ดูจะแล้วง่ายกว่า ไปออกรายการของไมค์ วอลแลค Frost/Nixon (2008)
Like you say, they're a bit strange.อย่างที่ลูกว่าแหละ.. พวกเค้าดูจะแปลกๆ.. The Boy in the Striped Pajamas (2008)
The children, in particular, enjoy the pastries and cakes on offer.โดยเฉพาะพวกเด็กๆ ดูจะมีความสุขกับบรรดาเค้ก และของหวานต่างๆ The Boy in the Striped Pajamas (2008)
She's got a healthy appetite.เธอดูจะใส่ใจสุขภาพการเจริญอาหารมากเลยนะ Cyborg Girl (2008)
We worked really hard on a movie that we believed in and the marketing people just come along and change the whole ending?\ เราเหนื่อยกันมาแทบกับหนัง เราเชื่อว่าคนดูจะต้องชอบมันแน่ ดันจะมาเปลี่ยนตอนจบงั้นรึ? Loyal and True (2008)
Taking down the company sounds a little bigger than a two-man job, no?ล้มล้างองค์กร ฟังดูจะใหญ่โตเกินไป สำหรับคน 2 คน .. ไม่ Scylla (2008)
You'd rather I be your ally than your enemy, wouldn't you?ฉันดูจะเป็นมิตร มากกว่าศัตรู นายว่าไหม ? Boxed In (2008)
He's kind of cute.เค้าดูจะน่ารักดีนะ I Love You, Beth Cooper (2009)
Kind of.ดูจะ I Love You, Beth Cooper (2009)
Who knows what lives up there.คิดดูจะมีความสุขแค่ไหน Up (2009)
But mr. Danko has proved resourceful.แต่แดนโกดูจะฉลาดเกินไป Chapter Ten '1961' (2009)
Yeah, I know. It looks that way.ผมรู้, มันดูจะเป็นอย่างนั้น Day 7: 11:00 p.m.-12:00 a.m. (2009)
Chelsea would appear to have the potential to satisfy in the goth or girl-next-door modes.ด้วยนัยน์ตาสีเทา ผมตรง และร่างเพรียวลมสมส่วน เชลซีดูจะมีความเป็นไปได้ว่า The Girlfriend Experience (2009)
No. Mr. Purcell really seems to like you.ไม่ คุณเพอร์เซล ดูจะชอบคุณ London. Of Course (2009)
Mr. Grey's recent nomination catapulted him into the national spotlight, and he seemed a shoo-in for the cabinet...ที่คุณเกรย์ได้เข้าชิงตำแหน่งทำให้เขาเป็นที่สนใจ เขาดูจะเป็นตัวเต็งสำหรับคณะรัฐมนตรี London. Of Course (2009)
She actually seems to care about me.เธอดูจะห่วงฉันจริงๆ Look What He Dug Up This Time (2009)
If they get the forecast wrong research shows people are more willing to forgive a fat guy.ถ้าเกิดพยากรณ์ผิดพลาด.. ...งานวิจัยบอกว่า คนดูจะให้อภัยคนอ้วนมากกว่า The Ugly Truth (2009)
Esther and Maxine seem to be getting along well.เอสเธอร์กับแม็กซ์ดูจะเข้ากันได้ดีนะ Orphan (2009)
But I've come to realise that you can't have a country without people.ผมลองมาคิดดูจะมีประเทศไหนบ้างที่ไม่มีคนอาศัยอยู่ Zombieland (2009)
From what we have just learned Tokyo seems to have taken the full force of the earthquake.และเท่าที่ทราบ เมืองโตเกียวดูจะได้ จะรับไปผลกระทบ ไปเต็ม ๆ 2012 (2009)
WILL ON RECORDING A small number continue to experience debilitating sleep disorders, and this seems to be the trend throughout Nome, and a cause remains unknownบันทึกเสียงจริง ผู้คนจำนวนหนึ่งเกิดภาวะทรุดโทรมเพราะนอนไม่หลับอย่างต่อเนื่อง ดูจะเป็นแนวโน้มที่เกิดขึ้นทั่วโนม The Fourth Kind (2009)
Is not a "healthy display of anger."ดูจะไม่ใช่วิธีการแสดงความโกรธที่ดีเท่าไหร่ After School Special (2009)
Come on, giving you information in order to avoid being investigated myself would be an ethical violation of the first magnitude.ให้ข้อมูลคุณเพื่อหลีกเลี่ยงการสืบสวนของตัวเอง ดูจะเป็นการละเมิดจรรยาบรรณ Double Blind (2009)
You got a lot of questions, buddy.นายดูจะมีคำถามมากจัง คู่หู The Butterfly Effect 3: Revelations (2009)
The infected seem to show signs of aggressive behavior.ผู้คนที่ติดเชื้อ ดูจะแสดงอาการของ... . ความก้าวร้าว... [Rec] 2 (2009)
And it seems to me the people you surround yourself with have failed those tests at every turn.เท่าที่ดูคนที่อยู่รอบตัวคุณ ดูจะสอบตกในทุกกรณี Bound (2009)
What's real doesn't really seem to concern Walter.โลกแห่งความจริงก็ไม่ได้ดูจะทำให้วอลเตอร์กังวลซักเท่าไหร่นะ The No-Brainer (2009)
Uh, the reaper seems To see himself As the personification Of fate.มัจจุราชดูจะคิดว่าตัวเองเป็นตัวแทนโชคชะตา Omnivore (2009)
Although he tends to focus On his younger female victimsถึงเขาดูจะสนใจเหยื่อเพศหญิงมากเป็นพิเศษด้วยมีด Omnivore (2009)
- He is no longer allowed to be here. - Yeah, uh, that's gonna be tricky.เข้าไม่ได้รับอนุญาตให้มาที่นี่อีก ใช่ซิ แต่มันดูจะสับสนนิดหน่อยนะ In a World Where the Kings Are Employers (2009)
And all the makeup and dim lighting in the world can't seem to stop it.และพวกเครื่องสำอางค์ทั้งหลายกับไฟสลัว ๆ ในโลกนี้ ดูจะไม่สามารถหยุดมันได้เลย Look Into Their Eyes and You See What They Know (2009)
Okay, well, everything's looking much better.โอเค ทุกอย่างดูจะอาการดีขึ้นแล้ว Rose's Turn (2009)
If you're good, I'll let you cop a feel.ถ้าคุณทำตัวดี ผมจะลองให้คุณจับดูจะได้รู้สึก Rose's Turn (2009)
- The evidence seems questionable.หลักฐานดูจะไม่เป็นที่น่าสงสัย หยุดทีเถอะค่ะ In the Realm of the Basses (2009)
Notes, messages. Anything that seems tied to my mom.เอ บันทึก ข้อความ ทุกอย่างที่ดูจะเกี่ยวข้องกับแม่ของฉัน In the Realm of the Basses (2009)
I assumed it was some overly designed Invitation to a business meeting.บัตรเชิญไปงานประชุมธุรกิจที่ดูจะหวือหวาซักหน่อย Carrnal Knowledge (2009)
And incredible as it may seem, not everyone spends their lives trying to plot revenge.และเรื่องที่ดูจะเหลือเชื่อนั่น ไม่ใช่ทุกคนหรอกนะที่จะใช้ชีวิตคิดเรื่องแก้แค้นตลอด The Age of Dissonance (2009)

English-Thai: NECTEC's Lexitron-2 Dictionary [with local updates]
seem[VT] ดูเหมือนว่า, See also: เห็นจะ, คล้ายจะ, ดูจะ, ดูเหมือนจะ, ดูท่าทาง, ดูราวกับ, ดูประหนึ่ง, Syn. look, look like, look as if, resemble

English-Thai: HOPE Dictionary [with local updates]
crazy(เคร'ซี) adj. บ้า,มีจิตฟั่นเฟือน,เหลวไหล,พิลึกกึกกือ,ประหลาด,อ่อนแอ,ไม่มั่นคง,ดูจะแตกออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย -Phr. (like crazy ด้วยความกระตือรือร้น ถึงที่สุด) n. ผู้ที่ไม่ลงรอยกับใคร., See also: crazily adv. craziness n. คำที่มีความหมายเหมื

Are you satisfied with the result?


Discussions

Go to Top