Search result for

*ขัด*

(494 entries)
(0.04 seconds)
ลองค้นหาคำในรูปแบบอื่นๆ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์มากขึ้นหรือน้อยลง: ขัด, -ขัด-
Longdo Dictionary ภาษาศัพท์แพทย์ศาสตร์สำหรับคนไทย (MED) - ไทย (TH) (UNAPPROVED version -- use with care )
Contra-indicationสิ่งขัดแย้ง, ข้อบ่งห้าม(ใช้)

Longdo Dictionary ภาษาไทยภาคอีสานตอนเหนือ (TH-NE-N) - ไทย (TH) (UNAPPROVED version -- use with care )
ขีน (vt ) ขวาง ,ขัดขวาง

Thai-English: NECTEC's Lexitron-2 Dictionary [with local updates]
ขัด[V] go against, See also: be opposed to, be in contrast to, Syn. ขัดแย้ง, Example: การกระทำของเธอขัดต่อศีลธรรมและประเพณีของเมืองนี้, Thai definition: ไม่ทำตามหรือฝ่าฝืนสิ่งที่กำหนดไว้
ขัด[V] cross, Syn. กลัด, ตรึง, Example: แม่ขัดฝาหม้อข้าวด้วยไม้ไผ่ด้ามยาว, Thai definition: ทำให้ติดขวางไว้ไม่ให้หลุดออก
ขัด[V] go against, See also: violate, override, Syn. ขัดแย้ง, Example: ฝ่ายค้านมักขัดกับฝ่ายรัฐบาลเป็นเรื่องธรรมดา, Thai definition: เห็นแย้งกันหรือไม่ลงรอยกัน
ขัด[V] act immorally, See also: contravene, be incompatible with, be immoral, Syn. ขัดแย้ง, แย้ง, Ant. ยอมตาม, ทำตาม, เห็นด้วย, Example: การกระทำของเธอขัดต่อศีลธรรมและประเพณีของเมืองนี้, Thai definition: ไม่ทำตามหรือฝ่าฝืนสิ่งที่กำหนดไว้
ขัด[V] rub, See also: burnish, wipe, scrub, Syn. ถู, ขูด, ลับ, ขัดเงา, ขัดสี, Example: คนใช้กำลังขัดพื้นด้วยแปรงทองเหลือง, Thai definition: ถูให้เกลี้ยง, ถูให้ผ่องใสหรือให้ขึ้นเงา
ขัดขา[V] cross someone's leg, Example: ครูพานักเรียนชั้นอนุบาลไปเข้าเฝือกเพราะถูกเพื่อนขัดขาล้มลง แขนหัก, Thai definition: ใช้ขาสอดขาคนอื่นให้ล้ม
ขัดขา[V] oppose, See also: obstruct, impede, hinder, Syn. ขัดขวาง, กีดกัน, ขัดแข้งขัดขา, Ant. อนุญาต, ยอม, Example: ถึงเขาจะเป็นใคร ดิฉันก็เอาผิดได้ และไม่เคยกลัวว่าจะไปขัดขาใคร
ขัดคอ[V] interrupt, See also: break, Syn. ขัดจังหวะ, Example: เขาชอบขัดคอคนอื่นอยู่เสมอ จนจะไม่มีใครคบหาสมาคมด้วยแล้ว, Thai definition: พูดแย้งขวางเข้ามาขณะที่อีกฝ่ายกำลังพูด
ขัดตา[V] be unpleasant to look at, See also: irritate, Syn. ขัดลูกตา, ขัดนัยน์ตา, ขัดหูขัดตา, Example: กิริยาของเขาขัดตาผู้ใหญ่หัวโบราณมาก, Thai definition: ดูไม่ถูกตา, ดูไม่เหมาะตา
ขัดถู[V] polish, See also: burnish, wipe, scrub, rub, Syn. ขัด, ถู, Example: พวกเราช่วยกันขัดถูหม้อไหกันเป็นการใหญ่ เพราะที่บ้านจะมีงานบุญครั้งใหญ่, Thai definition: เช็ดโดยวิธีใช้สิ่งใดสิ่งหนึ่งไถไปไถมาให้สะอาดจนขึ้นเงา
ขัดบท[V] interrupt, See also: break, interfere, Syn. ขัดคอ, ขัดจังหวะ, พูดแทรก, Example: ลูกอย่าพึ่งขัดบทได้ไหม แม่ยังพูดไม่จบเลย, Thai definition: แทรกเข้ามาเมื่อเขายังพูดไม่จบเรื่อง
ขัดสน[V] lack, See also: be short, be scanty, Syn. ขาดแคลน, อัตคัด, ยากลำบาก, Example: หากคุณเกิดขัดสนขึ้นมา ฉันก็พร้อมที่จะช่วยเหลือเสมอ, Thai definition: มีความเป็นอยู่อย่างลำบากหรือยากไร้
ขัดสี[V] mill, See also: grind or crush in a mill, Example: อาหารที่ให้สังกะสีปานกลางได้แก่ถั่วเมล็ดแห้งและข้าวที่ขัดสีแต่น้อย, Thai definition: กะเทาะให้เปลือกออกด้วยเครื่องสี
ขัดสี[V] scrub, See also: rub, scour, Syn. ถูกัน, เสียดสี, Example: ส่วนหนึ่งของเครื่องขัดสีกันจนหลวม
ขัดหู[V] jar, See also: be unpleasant, be displeasant to listen to, Ant. ลื่นหู, Example: ผมจะเจียมตัวไม่ทำให้พ่อต้องขัดหู ขัดตา หรือขัดใจอีก, Thai definition: ฟังไม่ถูกหู, ฟังไม่เพราะหู
ขัดหู[ADV] be unpleasing to the ear, See also: sounding discordant, sounding disharmonious, sound unpleasant, Syn. ไม่เข้าหู, Ant. ลื่นหู, Example: หัวหน้าพูดจาขัดหูคนฟังแบบนี้ใครจะชอบ, Thai definition: อย่างไม่ถูกหู, อย่างไม่เพราะหู
ขัดใจ[V] offend, See also: dissatisfy, displease, Syn. ขัดเคือง, ไม่พอใจ, Ant. ตามใจ, พอใจ, Example: แม่จำเป็นต้องขัดใจลูกที่ร้องไห้จะเอาของเล่นซึ่งมีราคาแพงมาก, Thai definition: ไม่ยอมให้ทำตามใจ
ขัดกัน[V] conflict, See also: contradict, Syn. ทะเลาะ, ขัดแย้ง, ปะทะ, ไม่ลงรอย, Ant. เข้ากันได้, Example: เธอกับเขาขัดกันเป็นประจำ, Thai definition: ไม่ลงรอยกันหรือมีความเห็นกันไปคนละทาง
ขัดขืน[V] defy, See also: resist order, disobey, rebel, Syn. ดื้อ, ต่อต้าน, ต่อสู้, Ant. ยอม, ยอมสยบ, ยอมตาม, Example: ถ้าแกขัดขืนแม้แต่นิดเดียวฉันยิงแกแน่, Thai definition: ไม่ประพฤติตาม, ไม่ทำตาม
ขัดดอก[V] work or give things in exchange for interest, Example: นุชถูกส่งไปขัดดอกที่บ้านเถ้าแก่ตั้งแต่ยังเป็นเด็ก, Thai definition: ส่งลูกหรือเมียให้รับใช้แทนส่งดอกเบี้ย
ขัดต่อ[V] contrary to, See also: be contradictory with, be in conflict with, go against, Syn. ขัดกับ, ตรงข้าม
ขัดยอก[V] sprain, See also: feel sore, feel stiff, feel pain, Syn. ปวดเมื่อย, เคล็ด, ยอก, Example: เขารู้สึกขัดยอกหลังเวลาที่ต้องขับรถนานๆ, Thai definition: เคล็ดและรู้สึกเจ็บปวด
ขัดลาภ[V] make unfortunate, See also: spoil one's fortune, Example: ฉันกำลังจะซื้อหวย เธออย่ามาขัดลาภหน่อยเลย, Thai definition: ทำให้ไม่ได้รับในสิ่งที่พึงได้, ทำให้ไม่มีโชค
ขัดเงา[V] polish, See also: burnish, furbish, shine, brighten, wax, Syn. ขัดมัน, Thai definition: ขัดถูให้เงา, ขัดถูให้วาว
ขัดเบา[V] be unable to urine, See also: suffer from strangury, have suppression of urine, Example: พ่อรู้สึกขัดเบามาตั้งแต่เมื่อวาน, Thai definition: ถ่ายปัสสาวะไม่ค่อยออก
ขัดแตะ[N] lath, See also: wattle, Syn. ฝาขัดแตะ, Example: ฝาบ้านของบังกะโลนี้ทำเป็นฝาขัดแตะ ดูเข้ากับธรรมชาติที่นี่ดี, Thai definition: ฝาเรือนที่ทำจากไม้ไผ่ซีกสอดขัดกับลูกตั้ง
ติดขัด[V] be congested, See also: be jammed, be obstructed, be clogged, be blocked, Syn. ชะงัก, ขัดข้อง, Ant. สะดวก, คล่อง, ราบรื่น, Example: สภาพการจราจรในกรุงเทพมหานคร ติดขัดมากทั้งช่วงเช้าและช่วงเย็น, Thai definition: ไม่สามารถผ่านได้โดยสะดวกเพราะมีสิ่งขวางเป็นจำนวนมาก เช่น การจราจรติดขัดเพราะมีปริมาณรถมาก เป็นต้น
หินขัด[N] polished stone, Example: บ้านสมัยใหม่มักปูพื้นด้วยหินขัด
แก้ขัด[V] use as a makeshift, See also: make do with, put up with, Example: ดินสอชนิดนี้ไม่สู้ดีแต่พอใช้แก้ขัดได้, Thai definition: แก้ข้อขัดข้องให้ลุล่วงไปชั่วคราว
ขัดขวาง[V] obstruct, See also: stop, impede, block, thwart, Syn. กีดขวาง, สกัดกั้น, ขวาง, Ant. ปล่อย, Example: เพื่อนๆ ช่วยกันขัดขวางผมไม่ให้ฆ่าตัวตาย, Thai definition: ทำให้ไม่สะดวก, ทำให้ติดขัด
ขัดข้อง[V] have trouble, See also: have fault, hitch, Syn. ติดขัด, ขลุกขลัก, ข้องขัด, Example: เครื่องจักรเกิดขัดข้องจึงไม่สามารถผลิตสินค้าได้ตามเป้าหมาย, Thai definition: เกิดอาการติดขัดไม่สามารถทำงานต่อไปได้
ขัดข้อง[V] dissent, See also: have objections, Syn. ติดขัด, ข้องขัด, Ant. สะดวก, Example: คุณจะขัดข้องไหมคะที่จะช่วยฉันยกของลงไปข้างล่าง, Thai definition: ไม่ยอมให้ทำ, ไม่ตกลงด้วย
ขัดหนัก[V] suffer from a constipation, Syn. ท้องผูก, Example: ผมรู้สึกขัดหนักมา 2-3 วันแล้วครับคุณหมอ, Thai definition: ถ่ายอุจจาระไม่ค่อยออก
ขัดห้าง[V] build a platform on a tree, Example: ตาสีกำลังขัดห้างก่อนที่จะไปดักสัตว์คืนนี้, Thai definition: ทำที่พักบนต้นไม้ในป่าชั่วคราว
ขัดเกลา[V] discipline, See also: train, Syn. อบรม, พร่ำสอน, บ่มนิสัย, Example: คุณป้าขัดเกลาสมศรีจนมีกิริยามารยาทเป็นผู้ดี, Thai definition: แนะนำพร่ำสอนให้ซึมซาบเข้าไปจนติดเป็นนิสัย
ขัดเขิน[V] embarrass, See also: shy, be timid, Syn. กระดากอาย, เขิน, สะเทิ้นอาย, อาย, กระดาก, เหนียมอาย, ขวยเขิน, เคอะเขิน, Ant. กล้า, Example: เรไรรู้สึกขัดเขินทุกครั้งที่พบหน้าสัตยา ชายหนุ่มที่เธอแอบชอบอยู่, Thai definition: ตะขิดตะขวงใจไม่กล้าพูดหรือไม่กล้าทำเมื่ออยู่ต่อหน้า
ขัดแข็ง[V] be obstinate, See also: disobey, defy, Syn. ไม่อ่อนน้อม, Ant. อ่อนน้อม, Example: หากเธอยังขัดแข็งเวลาเข้าหาผู้ใหญ่ ฉันว่ามันไม่เหมาะแน่ๆ, Thai definition: มีท่าทางกระด้างกระด้างกระเดื่องไม่อ่อนน้อมถ่อมตน
ขัดแค้น[V] anger, See also: be angry, resent, Syn. โกรธ, แค้นเคือง, ขัดเคือง, โกรธแค้น, Example: ชาวนาขัดแค้นพวกนายทุนที่ชอบเอารัดเอาเปรียบมาก, Thai definition: รู้สึกโกรธเจ็บใจอยู่ไม่หาย
ขัดแย้ง[V] oppose, See also: resist, withstand, disagree, be in conflict, Syn. ขัดกัน, แย้งกัน, Ant. เห็นด้วย, Example: ฝ่ายค้านขัดแย้งกับฝ่ายรัฐบาลอยู่เสมอเมื่อรัฐสภาเปิดอภิปรายเรื่องงบประมาณ, Thai definition: ไม่ลงรอยกัน, ไม่เห็นพ้องต้องกัน
เข็มขัด[N] belt, See also: girdle, Syn. สายรัดเอว, Example: ในยุคนี้ทองกำลังแพงใครมีเข็มขัดทองหรือสร้อยทองเส้นโตๆ แสดงว่าเป็นคนมีฐานะดี, Count unit: เส้น, Thai definition: เครื่องคาดเอวชนิดหนึ่ง ทำจากวัสดุต่างๆ กัน เช่น เงิน ทอง หนัง เป็นต้น
ขัดตาทัพ[V] oppose for a time, Example: รัฐบาลส่งกำลังย่อยไปยังภาคอีสาน เพื่อขัดตาทัพไว้ก่อน, Thai definition: แก้ไขไปพลางๆ ก่อน, Notes: (ปาก)
ขัดลูกตา[V] be offensive to the eye, See also: be unpleasant to look at, be an eyesore, offend the eyes, Syn. ขัดตา, ขัดหูขัดตา, ขวางหูขวางตา, Example: การแสดงออกของเขาได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมตะวันตกทำให้ขัดลูกตาของคนมีอายุที่เคยชินกับวัฒนธรรมไทยดั้งเดิม
ขัดสมาธิ[V] sit cross-legged, Syn. นั่งขัดสมาธิ, Example: เมื่อขัดสมาธิเรียบร้อยแล้วให้ปล่อยวางอารมณ์, Thai definition: นั่งคู้เข่าทั้ง 2 ข้างให้แบะลงที่พี้นแล้วเอาขาไขว้กันทับฝ่าเท้า
ขัดเคือง[V] be indignant, See also: be annoy, be angry, resent, infuriate, Syn. ขุ่นใจ, ขุ่นเคือง, เคืองขัด, Example: วิภาขัดเคืองเจ้านายเธอมากที่ไม่ให้สองขั้น, Thai definition: รู้สึกโกรธเพราะถูกขัดใจ
ฝาขัดแตะ[N] wall of plaited bamboo strips, See also: partition made of woven bamboo strips, Example: ลักษณะของบ้านพระราชทาน เป็นเรือนไม้ใต้ถุนสูง ฝาขัดแตะ, Count unit: ฝา, Thai definition: ฝาบ้านที่ขัดแตะด้วยซีกไม้ไผ่
ติดๆ ขัด[ADV] repetitiously, See also: not continuously, Syn. ติดขัด, Example: เขาพูดติดๆ ขัดๆ ไม่ได้ความ สงสัยจะตื่นเต้นมากไปหน่อย, Thai definition: อย่างตะกุกตะกักหรือไม่ต่อเนื่อง
ติดๆ ขัด[V] have a hitch, See also: be in a trouble, Syn. ติดขัด, Example: งานวันนี้ดูมันติดๆ ขัดๆ ยังไงไม่รู้ คงเป็นเพราะไม่ได้มีการวางแผนมาก่อน, Thai definition: อาการขัดข้อง ไม่สะดวกราบรื่นหรือไม่ต่อเนื่อง
การขัดกัน[N] confliction, See also: opposition, Example: การขัดกันระหว่างสมาชิกในกลุ่มทำให้การทำงานไม่ราบรื่น
การขัดขืน[N] disobedience, See also: resistance, Ant. การยินยอม, Example: เพราะการขัดขืนการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจทำให้ผู้ร้ายถูกวิสามัญฆาตกรรม
ขัดคำสั่ง[V] disobey an order, Syn. ละเมิดคำสั่ง, ฝ่าฝืนคำสั่ง, Ant. ปฏิบัติตามคำสั่ง, ทำตามคำสั่ง, Example: ในครอบครัวทุกอย่างขึ้นอยู่กับคุณปู่แต่เพียงผู้เดียว ทุกคนห้ามขัดคำสั่ง ห้ามเถียง

ไทย-ไทย: พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔
กระดูกขัดมันว. ขี้เหนียวมากอย่างไม่ยอมให้อะไรแก่ใครง่าย ๆ เช่น แม่ค้าคนนี้กระดูกขัดมันเหลือเกิน เราซื้อผลไม้แกตั้งร้อยกว่าบาทขอแถมเงาะลูกหนึ่งก็ไม่ได้
กระดูกขัดมันให้คะแนนยาก เช่นอาจารย์คนนี้กระดูกขัดมันชะมัดออกข้อสอบก็ยากแล้วยังขี้เหนียวคะแนนอีก.
แก้ขัดก. แก้ข้อขัดข้องให้ลุล่วงไปชั่วคราว.
ข้องขัดก. ขัดข้อง, ติดขัด.
ขัดก. ให้ติดขวางไว้ไม่ให้หลุดออก เช่น ขัดกระดุม ขัดกลอน
ขัดเหน็บ เช่น ขัดกระบี่
ขัดไม่ทำตาม, ฝ่าฝืน, ขืนไว้, เช่น ขัดคำสั่ง
ขัดแย้งกัน, ไม่ลงรอยกัน.
ขัดขวางก. ทำให้ไม่สะดวก, ทำให้ติดขัด.
ขัดข้องก. ไม่ยอมให้ทำ, ไม่ตกลงด้วย, ติดขัด.
ขัดขาก. จงใจขัดขวางเพื่อไม่ให้ทำได้สะดวก, ขัดแข้งขัดขา ก็ว่า
ขัดขาแทนชั่วคราว เป็นการแก้ขัดในการเล่นไพ่เป็นต้น, คานขา หรือ คันขา ก็ว่า.
ขัดขืนก. ไม่ประพฤติตาม, ไม่ทำตาม.
ขัดเขมรก. ถกเขมร เช่น ทะเลาะกูกำหมัดขัดเขมร (ดึกดำบรรพ์).
ขัดเขินก. กระดากอาย.
ขัดแข็งก. ไม่อ่อนน้อม.
ขัดแข้งขัดขาก. จงใจขัดขวางเพื่อไม่ให้ทำได้สะดวก, ขัดขา ก็ว่า.
ขัดคอก. พูดแย้งขวางเข้ามา, ไม่ให้ทำได้โดยสะดวก.
ขัดเคืองก. โกรธเพราะถูกขัดใจเป็นต้น.
ขัดแค้นก. โกรธเจ็บใจอยู่ไม่หาย.
ขัดจังหวะก. แทรกเข้ามาในระหว่างร้องรำ
ขัดจังหวะขวางเข้ามาเพื่อไม่ให้ทำหรือพูดได้สะดวก.
ขัดใจก. โกรธเพราะทำไม่ถูกใจ, ไม่ยอมให้ทำตามใจ.
ขัดดอกก. ส่งลูกเมียหรือข้าคนให้รับใช้แทนส่งดอกเบี้ย.
ขัดตะหมาดว. เรียกท่านั่งคู้เข่าทั้ง ๒ ข้างให้แบะลงที่พื้น แล้วเอาขาไขว้กันทับฝ่าเท้า ว่า นั่งขัดตะหมาด.
ขัดตาก. ดูไม่ถูกตา, ดูไม่เหมาะตา, ขัดนัยน์ตา ขัดลูกตา หรือ ขัดลูกหูลูกตา ก็ว่า.
ขัดตาทัพก. ยกทัพไปตั้งชั่วคราว กันไม่ให้ข้าศึกรุกลํ้าเข้ามา
ขัดตาทัพแก้ไขไปพลาง ๆ ก่อน.
ขัดตำนานก. สวดบทนำเป็นทำนองก่อนสวดมนต์.
ขัดแตะก. เรียกรั้วหรือฝาเรือนที่ใช้ไม้รวกหรือไม้ไผ่ผ่าซีกขัดกัน ว่า รั้วขัดแตะ ฝาขัดแตะ, เรียกเรือนที่มีฝาเอาไม้ไผ่ซีกสอดขัดกับลูกตั้ง ว่า เรือนฝาขัดแตะ.
ขัดนัยน์ตา, ขัดลูกตา, ขัดลูกหูลูกตาก. ขัดตา.
ขัดบทก. แทรกเข้ามาเมื่อเขาพูดยังไม่จบเรื่อง, ใช้เลือนมาเป็น ขัดคอ ก็มี.
ขัดเบาก. ถ่ายปัสสาวะไม่ค่อยออก.
ขัดยอกก. เคล็ดและรู้สึกเจ็บปวด.
ขัดแย้งก. ไม่ลงรอยกัน.
ขัดลาภก. ทำให้ไม่ได้รับสิ่งที่จะพึงได้, ทำให้ไม่มีโชค.
ขัดลำก. อาการที่กระสุนปืนค้างติดในลำกล้อง.
ขัดลำกล้องก. ถ่ายปัสสาวะไม่ค่อยออก (ใช้แก่ผู้ชาย).
ขัดสมาธิ(ขัดสะหฺมาด) ว. นั่งคู้เข่าทั้ง ๒ ข้างให้แบะลงที่พื้นแล้วเอาขาไขว้กันทับฝ่าเท้า, ถ้าเอาขาซ้อนทับกัน เรียกว่า ขัดสมาธิสองชั้น, ถ้าเอาขาขวาทับขาซ้าย เรียกว่า ขัดสมาธิราบ, ถ้าเอาฝ่าเท้าทั้ง ๒ ข้างขึ้นข้างบน เรียกว่า ขัดสมาธิเพชร, ขัดสมาธิราบและขัดสมาธิเพชรนั้น เป็นท่าพระพุทธรูปนั่ง.
ขัดสมาธิ(ขัดสะหฺมาด) น. ชื่อพระพุทธรูปปางหนึ่ง อยู่ในพระอิริยาบถนั่งขัดสมาธิ พระหัตถ์ทั้ง ๒ วางซ้อนกันบนพระเพลา พระหัตถ์ขวาทับพระหัตถ์ซ้าย.
ขัดหนักก. ถ่ายอุจจาระไม่ค่อยออก.
ขัดห้างก. ทำที่พักบนต้นไม้ในป่าชั่วคราวสำหรับคอยเฝ้าดูเหตุการณ์หรือดักยิงสัตว์เป็นต้น.
ขัดหูก. ฟังไม่ถูกหู, ฟังไม่เพราะหู.
ขัดก. ถูให้เกลี้ยง, ถูให้ผ่องใส, ถูให้ขึ้นเงา, เช่น ขัดขี้ไคล ขัดพื้น.
ขัดเกลาก. ทำให้เกลี้ยงเกลา, ทำให้เรียบร้อย, อบรมพรํ่าสอน, เช่น ขัดเกลานิสัย.
ขัดก. ไม่ใคร่จะมี, ฝืดเคือง, ไม่คล่อง, ไม่เป็นปรกติ.
ขัดสนว. ฝืดเคือง, อัตคัด, ขาดแคลน
ขัดสนลำบาก.
ขัดก. คาด เช่น มีพิกัดขัดค่าเป็นราคาน้อยมาก (ม. ร่ายยาว มหาราช).
ขัดจางนางน. ชื่อท่ารำแบบหนึ่ง โดยมือทั้งสองตั้งวง ไขว้แขน ระดับอก ลำตัวตั้งตรง หน้าตรง เอียงศีรษะข้างใดก็ได้.

อังกฤษ-ไทย: ศัพท์บัญญัติราชบัณฑิตยสถาน [เชื่อมโยงจาก royin.go.th แบบอัตโนมัติและผ่านการปรับแก้]
processor interruptการขัดจังหวะตัวประมวล(ผล) [คอมพิวเตอร์ ๑๙ มิ.ย. ๒๕๔๔]
partial heart blockภาวะหัวใจขัดบางส่วน [แพทยศาสตร์ ๖ ส.ค. ๒๕๔๔]
perverse verdictคำตัดสินของลูกขุนที่ขัดต่อข้อกฎหมาย [นิติศาสตร์ ๑๑ มี.ค. ๒๕๔๕]
programmable interrupt controller (PIC)ตัวควบคุมการขัดจังหวะแบบโปรแกรมได้ (พีไอซี) [คอมพิวเตอร์ ๑๙ มิ.ย. ๒๕๔๔]
picketing๑. การถือป้ายประท้วง๒. การขัดขวางไม่ให้เข้าทำงาน [รัฐศาสตร์ ๑๗ ส.ค. ๒๕๔๔]
picketing๑. การถือป้ายประท้วง๒. การขัดขวางไม่ให้เข้าทำงาน [นิติศาสตร์ ๑๑ มี.ค. ๒๕๔๕]
PIC (programmable interrupt controller)พีไอซี (ตัวควบคุมการขัดจังหวะแบบโปรแกรมได้) [คอมพิวเตอร์ ๑๙ มิ.ย. ๒๕๔๔]
polished surface dentureฟันปลอมผิวขัดมัน [ทันตแพทยศาสตร์๑๓ มี.ค. ๒๕๔๕]
paper jamการติดขัดของกระดาษ, กระดาษติดขัด [เทคโนโลยีสารสนเทศ ๑๑ มี.ค. ๒๕๔๕]
police obstructionการขัดขวางเจ้าหน้าที่ตำรวจ [นิติศาสตร์ ๑๑ มี.ค. ๒๕๔๕]
proof by contradictionการพิสูจน์โดยข้อขัดแย้ง [คณิตศาสตร์๑๙ ก.ค. ๒๕๔๗]
labour, obstructedการคลอดขัดขวาง [แพทยศาสตร์ ๖ ส.ค. ๒๕๔๔]
lap belt; lap strapเข็มขัดนิรภัยรัดหน้าตัก [ยานยนต์ ๑๒ มี.ค. ๒๕๔๕]
lap strap; lap beltเข็มขัดนิรภัยรัดหน้าตัก [ยานยนต์ ๑๒ มี.ค. ๒๕๔๕]
rubbing compound; cutting compoundยาขัดสี [ยานยนต์ ๑๒ มี.ค. ๒๕๔๕]
renvoi (Fr.)การย้อนส่ง (ตามกฎหมายระหว่างประเทศว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย) [นิติศาสตร์ ๑๑ มี.ค. ๒๕๔๕]
resistanceการขัดขืน, การขัดขวาง, การต่อต้าน [นิติศาสตร์ ๑๑ มี.ค. ๒๕๔๕]
repugnancyความขัดกัน (ของข้อความ) [นิติศาสตร์ ๑๑ มี.ค. ๒๕๔๕]
resisting arrestขัดขืนการจับกุม [นิติศาสตร์ ๑๑ มี.ค. ๒๕๔๕]
seditionการปลุกปั่นให้ขัดขืนอำนาจปกครอง [รัฐศาสตร์ ๑๗ ส.ค. ๒๕๔๔]
seditionการปลุกปั่นให้ขัดขืนอำนาจปกครอง [นิติศาสตร์ ๑๑ มี.ค. ๒๕๔๕]
system failureความขัดข้องของระบบ [คอมพิวเตอร์ ๑๙ มิ.ย. ๒๕๔๔]
system crashระบบขัดข้อง [คอมพิวเตอร์ ๑๙ มิ.ย. ๒๕๔๔]
system crashระบบขัดข้อง [เทคโนโลยีสารสนเทศ ๑๑ มี.ค. ๒๕๔๕]
socializationการขัดเกลาทางสังคม [รัฐศาสตร์ ๑๗ ส.ค. ๒๕๔๔]
stranguria; stranguryอาการปวดขัดเบา [แพทยศาสตร์ ๖ ส.ค. ๒๕๔๔]
strangury; stranguriaอาการปวดขัดเบา [แพทยศาสตร์ ๖ ส.ค. ๒๕๔๔]
self-contradictionความขัดแย้งในตัว [ปรัชญา ๒ มี.ค. ๒๕๔๕]
self-diagnostic systemระบบแสดงปัญหาขัดข้อง [ยานยนต์ ๑๒ มี.ค. ๒๕๔๕]
seat belt; safety beltเข็มขัดนิรภัย [ยานยนต์ ๑๒ มี.ค. ๒๕๔๕]
selection against the insurerการคัดเลือกที่ขัดประโยชน์ มีความหมายเหมือนกับ adverse selection [ประกันภัย ๒ มี.ค. ๒๕๔๕]
self contradictionข้อขัดแย้งในตัว [คณิตศาสตร์๑๙ ก.ค. ๒๕๔๗]
safety belt; seat beltเข็มขัดนิรภัย [ยานยนต์ ๑๒ มี.ค. ๒๕๔๕]
obstructed labourการคลอดขัดขวาง [แพทยศาสตร์ ๖ ส.ค. ๒๕๔๔]
obstructing a police officerการขัดขวางเจ้าหน้าที่ตำรวจ [นิติศาสตร์ ๑๑ มี.ค. ๒๕๔๕]
obstructing justiceการขัดขวางกระบวนการยุติธรรม [นิติศาสตร์ ๑๑ มี.ค. ๒๕๔๕]
obstruction; emphraxisการขัดขวาง, การอุดกั้น [แพทยศาสตร์ ๖ ส.ค. ๒๕๔๔]
offices, incompatibleตำแหน่งที่มีลักษณะขัดกัน [รัฐศาสตร์ ๑๗ ส.ค. ๒๕๔๔]
obstructionการขัดขวาง [รัฐศาสตร์ ๑๗ ส.ค. ๒๕๔๔]
obstructionการขัดขวาง, การกีดขวาง, การกีดกั้น [นิติศาสตร์ ๑๑ มี.ค. ๒๕๔๕]
obstruent๑. -ขัดขวาง๒. สิ่งอุดกั้น [แพทยศาสตร์ ๖ ส.ค. ๒๕๔๔]
adverseเป็นปรปักษ์, ขัดแย้ง [นิติศาสตร์ ๑๑ มี.ค. ๒๕๔๕]
arrest, resistingขัดขืนการจับกุม [นิติศาสตร์ ๑๑ มี.ค. ๒๕๔๕]
automatic interruptการขัดจังหวะอัตโนมัติ [คอมพิวเตอร์ ๑๙ มิ.ย. ๒๕๔๔]
abrade๑. ขัด๒. ทำให้สึก [ทันตแพทยศาสตร์๑๓ มี.ค. ๒๕๔๕]
abrasionการสึกเหตุขัดถู [ทันตแพทยศาสตร์๑๓ มี.ค. ๒๕๔๕]
abrasion resistanceความต้านทานการขัดถู [ยานยนต์ ๑๒ มี.ค. ๒๕๔๕]
abrasiveสารขัดถู [ยานยนต์ ๑๒ มี.ค. ๒๕๔๕]
abrasiveสารขัด [ทันตแพทยศาสตร์๑๓ มี.ค. ๒๕๔๕]
abrasive coatingการฉาบสารขัดถู [ยานยนต์ ๑๒ มี.ค. ๒๕๔๕]

อังกฤษ-ไทย: คลังศัพท์ไทย โดย สวทช.
Anticipated operational occurrenceอุบัติการณ์ที่อยู่ในความคาดหมาย, เหตุการณ์ที่เบี่ยงเบนไปจากการทำงานตามปกติของโรงงานนิวเคลียร์ ซึ่งคาดว่าตลอดอายุการใช้งานจะเกิดขึ้นได้อย่างน้อยหนึ่งครั้ง แต่ได้มีการออกแบบรองรับเหตุการณ์นี้ไว้แล้วเพื่อความปลอดภัย และป้องกันมิให้ลุกลามเป็นอุบัติเหตุ เช่น หากพลังงานไฟฟ้าที่จ่ายให้แก่เครื่องสูบน้ำของระบบระบายความร้อนเกิดขัดข้อง ระบบไฟฟ้าสำรองก็จะทำงานทันที
[นิวเคลียร์]
Interrupt ขัดจังหวะ [คอมพิวเตอร์]
Downขัดข้อง, ใช้การไม่ได้ [คอมพิวเตอร์]
Nuclear incidentอุบัติการณ์นิวเคลียร์, เหตุการณ์ที่เกิดขัดข้องในโรงงานนิวเคลียร์ ทั้งโดยเจตนาและไม่เจตนา ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสียหาย แต่ไม่รุนแรงเท่าอุบัติเหตุนิวเคลียร์ (ดู INES ประกอบ) [นิวเคลียร์]
ขัดสมาธินั่งเอาขาสองข้างขัดกันไขว้กัน
คำที่มักเขียนผิด คือ ขัดสมาส [คำที่มักเขียนผิด]
สะดวกคล่อง ไม่ติดขัด มักใช้เข้าคู่กับคำ สบาย เป็น สะดวกสบาย
คำที่มักเขียนผิด คือ สดวก [คำที่มักเขียนผิด]
Combinationการผนวกความรู้, การที่นำความรู้ที่ขัดแจ้งต่่างที่ได้เรียนรู้มา และนำไปสร้างเป็นความรู้ที่ชัดแจ้งใหม่ โดยต่อยอดความรู้เดิมหรือความรู้ใหม่ [การจัดการความรู้]
Arab-Israeli conflictความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและอาหรับ [TU Subject Heading]
Conflict managementการบริหารความขัดแย้ง [TU Subject Heading]
Conflict of interestsผลประโยชน์ขัดกัน [TU Subject Heading]
Conflict of lawsการขัดกันแห่งกฎหมาย [TU Subject Heading]
Conscientious objectionการปฏิเสธที่จะปฏิบัติตามกฎหมายที่ขัดต่อมโนธรรม [TU Subject Heading]
Contradictionความขัดแย้งกัน [TU Subject Heading]
Culture conflictความขัดแย้งทางวัฒนธรรม [TU Subject Heading]
Electric power failuresการขัดข้องของไฟฟ้ากำลัง [TU Subject Heading]
Grinding and polishingการลับคมและการขัดมัน [TU Subject Heading]
Grinding machinesเครื่องขัด [TU Subject Heading]
Immoral contractsสัญญาที่ขัดต่อศีลธรรม [TU Subject Heading]
India-Pakistan Conflict, 1947-1949ความขัดแย้งระหว่างอินเดียและปากีสถาน, ค.ศ. 1947-1949 [TU Subject Heading]
India-Pakistan Conflict, 1965ความขัดแย้งระหว่างอินเดียและปากีสถาน, ค.ศ. 1965 [TU Subject Heading]
India-Pakistan Conflict, 1971ความขัดแย้งระหว่างอินเดียและปากีสถาน, ค.ศ. 1971 [TU Subject Heading]
Interpersonal conflictความขัดแย้งระหว่างบุคคล [TU Subject Heading]
Interpersonal conflict in motion picturesความขัดแย้งระหว่างบุคคลในภาพยนตร์ [TU Subject Heading]
Low-intensity conflicts (Military science)ความขัดแย้งแบบลดความรุนแรง (การทหาร) [TU Subject Heading]
Conflictข้อขัดแย้ง [เศรษฐศาสตร์]
Pidgin Englishภาษาอังกฤษแก้ขัด [TU Subject Heading]
Pidgin languagesภาษาแก้ขัด [TU Subject Heading]
Social conflictความขัดแย้งทางสังคม [TU Subject Heading]
Social conflict in mass mediaความขัดแย้งทางสังคมในสื่อมวลชน [TU Subject Heading]
Polishing Process กระบวนการขัดแต่ง
กระบวนการที่ปรับสภาพน้ำให้ดีขึ้นอีก เช่น การใช้บ่อขัดแต่ง [สิ่งแวดล้อม]
Polishing Pond บ่อขัดแต่ง
บ่อบำบัดโดยวิธีธรรมชาติ มักใช้ต่อจากบ่อปรับเสถียร หรือสระเติมอากาศ [สิ่งแวดล้อม]
ASEAN Regional Forumการประชุมอาเซียนว่าด้วยความร่วมมือด้านการเมืองและความมั่นคงในภูมิภาค เอเชีย-แปซิฟิก " เป็นการประชุมระหว่างรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนกับรัฐมนตรี ต่างประเทศของประเทศคู่เจรจาของอาเซียน (Dialogue Partners) ได้แก่ ญี่ปุ่น สาธารณรัฐเกาหลี (เกาหลีใต้) สหรัฐอเมริกา แคนาดา ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ อินเดีย จีน รัสเซีย และสหภาพยุโรป ผู้สังเกตการณ์ (Observers) ของอาเซียน ได้แก่ ปาปัวนิวกินี และประเทศอื่น ๆ ที่มีบทบาทสำคัญในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เช่น มองโกเลียและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี (เกาหลีเหนือ) โดย ARF ได้ใช้ ""geographical footprint"" หรือขอบเขตทางภูมิศาสตร์ เป็นปัจจัยสำคัญเพื่อประกอบการพิจารณารับสมาชิกใหม่ ปัจจุบัน ARF มีประเทศสมาชิก 22 ประเทศ กับ 1 กลุ่ม (สหภาพยุโรป) โดยมีการประชุมเป็นประจำทุกปีในช่วงต่อเนื่องกับการประชุมรัฐมนตรี ต่างประเทศอาเซียน (ASEAN Ministerial Meeting - AMM) เป็นเวทีปรึกษาหารือเพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านการเมืองและความมั่นคง ระดับพหุภาคีในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก และพัฒนาแนวทางการ ดำเนินการทางการทูตเชิงป้องกัน (Preventive Diplomacy) ที่มุ่ง ป้องกันการเกิดและขยายตัวของความขัดแย้ง โดยใช้มาตรการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ (Confidence Building Measures - CBMs) ระหว่างกัน ทั้งนี้ ARF มีการประชุมระดับรัฐมนตรีครั้งที่ 1 ที่กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2537 และไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม ARF ระดับรัฐมนตรีอีกครั้ง ซึ่งเป็นครั้งที่ 7 ที่กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2543 นอกจากการประชุม ARF ประจำปีแล้วยังมีการดำเนินกิจกรรมระหว่างปี (Inter-sessional Activities) ในสองระดับ คือ กิจกรรมที่เป็นทางการ (Track I) และกิจกรรมที่ไม่เป็นทางการ (Track II) ซึ่งเป็นกิจกรรมที่จัดร่วมกันระหว่างรัฐบาลกับสถาบันวิชาการของ ประเทศผู้เข้าร่วม ARF ได้แก่ (1) การประชุมระหว่างปีกิจกรรมกลุ่มสนับสนุนว่าด้วยมาตรการสร้างความไว้เนื้อ เชื่อใจของ ARF (ARF Inter-sessional Support Group on Confidence Building Measures - ARF ISG on CBMs) (2) การประชุมระหว่างปีกิจกรรมเรื่องการบรรเทาภัยพิบัติของ ARF (ARF Inter-sessional Meeting on Disaster Relief - ARF ISM on DR) (3) การประชุมระหว่างปีกิจกรรมเรื่องการรักษาสันติภาพของ ARF (Inter-sessional Meeting on Peace-keeping Operations - ARF ISM on PKO) และ (4) การประชุมระหว่างปีกิจกรรมเรื่องการประสานและร่วมมือด้านการค้นหาและกู้ภัย ของ ARF (ARF Inter-sessional Meeting on Search and Rescue Coordination - ARF ISM on SAR) " [การทูต]
Break of Diplomatic Relationsการตัดความสัมพันธ์ทางการทูต เมื่อสองรัฐตัดความสัมพันธ์ทางการทูตซึ่งกันและกัน เพราะมีการไม่ลงรอยกันอย่างรุนแรง หรือเพราะเกิดสงคราม จึงไม่มีหนทางติดต่อกันได้โดยตรง ดังนั้น แต่ละรัฐมักจะขอให้มิตรประเทศที่เป็นกลางแห่งใดแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นที่ยอมรับของรัฐอีกฝ่ายหนึ่ง ช่วยทำหน้าที่พิทักษ์ดูแลผลประโยชน์ของตนในอีกรัฐหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งให้ช่วยดูแลคนชาติของรัฐนั้น ตัวอย่างเช่น ในตอนที่สหรัฐอเมริกากับคิวบาได้ตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกดัน สหรัฐอเมริกาได้ขอให้คณะผู้แทนทางการทูตของสวิส ณ กรุงฮาวานา ช่วยพิทักษ์ดูแลผลประโยชน์ของสหรัฐฯ ในประเทศคิวบา ในขณะเดียวกัน สถานเอกอัครราชทูตเช็คโกสโลวาเกียในกรุงวอชิงตัน ก็ได้รับการขอจากประเทศคิวบา ให้ช่วยพิทักษ์ดูแลผลประโยชน์ของตนในสหรัฐอเมริกาถึงสังเกตว่า การตัดความสัมพันธ์ทางการทูตนี้ มิได้หมายความว่าความสัมพันธ์ทางกงสุลจะต้องตัดขาดไปด้วย มาตรา 45 ของอนุสัญญากรุงเวียนนาได้บัญญัติว่า ?ถ้าความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสองรัฐขาดลง หรือถ้าคณะผู้แทนถูกเรียกกลับเป็นการถาวรหรือชั่วคราวก. แม้ในกรณีการขัดแย้งกันด้วยอาวุธ รัฐผู้รับจะต้องเคารพและคุ้มครองสถานที่ของคณะผู้แทน รวมทั้งทรัพย์สินและบรรณสารของคณะผู้แทนด้วยข. รัฐผู้ส่งอาจมอบหมายการพิทักษ์สถานที่ของคณะผู้แทน รวมทั้งทรัพย์สินและบรรณสารของคณะผู้แทน ให้แก่รัฐที่สามซึ่งเป็นที่ยอมรับแก่รัฐผู้รับก็ได้ค. รัฐผู้ส่งอาจมอบหมายการอารักขาผลประโยชน์ของคนและคนชาติของตน แก่รัฐที่สามซึ่งเป็นที่ยอมรับได้แก่รัฐผู้รับก็ได้ [การทูต]
Confidence Building Measuresมาตรการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ เป็นมาตรการเพื่อสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างรัฐ/เจ้าหน้าที่ของรัฐ ทั้งด้านการเมือง ความมั่นคง และการทหาร เพื่อลดความหวาดระแวง ลดความขัดแย้ง และสร้างความมั่นใจระหว่างสองฝ่ายหรือหลาย ๆ ฝ่าย อันจะเป็นการส่งเสริมการทูตเชิงป้องกัน ทั้งนี้ CBMs เป็นกระบวนการที่สำคัญในกรอบการประชุม ARF [การทูต]
Commission on Human Rightsคณะกรรมาธิการว่าด้วยสิทธิมนุษยชน แต่งตั้งขึ้นเมื่อ ค.ศ. 1946 ตามมติของคณะมนตรีเศรษฐกิจและสังคมของสหประชาชาติ มีหน้าที่รับผิดชอบในการเสนอข้อเสนอแนะและรายงานการสอบสวนต่าง ๆ เกี่ยวกับประเด็นปัญหาสิทธิมนุษยชนไปยังสมัชชา (General Assembly) สหประชาชาติ โดยผ่านคณะมนตรีเศรษฐกิจและสังคม คณะกรรมาธิการประกอบด้วยผู้แทนประเทศสมาชิก 53 ประเทศ ซึ่งได้รับเลือกตั้งให้ปฏิบัติหน้าที่ตามวาระ 3 ปี มีการประชุมกันทุกปี ปีละ 6 สัปดาห์ ณ นครเจนีวา และเมื่อไม่นานมานี้ คณะกรรมาธิการได้จัดตั้งกลไกเพื่อให้ทำหน้าที่สอบสวนเกี่ยวกับปัญหาสิทธิ มนุษยชนเฉพาะในบางประเทศ กลไกดังกล่าวประกอบด้วยคณะทำงาน (Working Groups) ต่าง ๆ รวมทั้งเจ้าหน้าที่พิเศษที่สหประชาชาติแต่งตั้งขึ้น (Rapporteurs) เพื่อให้ทำหน้าที่ศึกษาและสอบสวนประเด็นปัญหาสิทธิมนุษยชนโดยเฉพาะในบาง ประเทศมีเรื่องน่าสนใจคือ ใน ค.ศ. 1993 ได้มีการประชุมในระดับโลกขึ้นที่กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย ซึ่งแสดงถึงความพยายามของชุมชนโลก ที่จะส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพขั้นมูลฐานไม่ว่าที่ไหน ในระเบียบวาระของการประชุมดังกล่าว มีเรื่องอุปสรรคต่างๆ ที่เห็นว่ายังขัดขวางความคืบหน้าของการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชน รวมทั้งการหาหนทางที่จะเอาชนะอุปสรรคเหล่านั้น เรื่องความเกี่ยวพันกันระหว่างการพัฒนาลัทธิประชาธิปไตย และการให้สิทธิมนุษยชนทั่วโลก เรื่องการท้าทายต่างๆ ที่เกิดขึ้นใหม่ ซึ่งทำให้ไม่อาจปฏิบัติให้บรรลุผลอย่างสมบูรณ์ในด้านสิทธิมนุษยชน เรื่องการหาหนทางที่จะกระชับความร่วมมือระหว่างประเทศในด้านสิทธิมนุษยชน และการที่จะส่งเสริมศักยภาพของสหประชาชาติในการดำเนินงานในเรื่องนี้ให้ได้ ผล ตลอดจนเรื่องการหาทุนรอนและทรัพยากรต่างๆ เพื่อใช้ในการปฏิบัติงานดังกล่าวในการประชุมระดับโลกครั้งนี้มีรัฐบาลของ ประเทศต่างๆ บรรดาองค์กรของสหประชาชาติ สถาบันต่างๆ ในระดับประเทศชาติ ตลอดจนองค์การที่มิใช่ของรัฐบาลเข้าร่วมรวม 841 แห่ง ซึ่งนับว่ามากเป็นประวัติการณ์ ช่วงสุดท้ายของการประชุมที่ประชุมได้พร้อมใจกันโดยมิต้องลงคะแนนเสียง (Consensus) ออกคำปฏิญญา (Declaration) แห่งกรุงเวียนนา ซึ่งมีประเทศต่าง ๆ รับรองรวม 171 ประเทศ ให้มีการปฏิบัติให้เป็นผลตามข้อเสนอแนะต่างๆ ของที่ประชุม เช่น ข้อเสนอแนะให้ตั้งข้าหลวงใหญ่เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนหนึ่งตำแหน่งให้มีการรับ รู้และรับรองว่า ลัทธิประชาธิปไตยเป็นสิทธิมนุษยชนอันหนึ่ง ซี่งเป็นการเปิดโอกาสให้ลัทธิประชาธิปไตยได้รับการสนับสนุนส่งเสริมให้มั่น คงยิ่งขึ้น รวมทั้งกระชับหลักนิติธรรม (Rule of Law) นอกจากนี้ยังมีเรื่องการรับรองว่า การก่อการร้าย (Terrorism) เป็นการกระทำที่ถือว่ามุ่งทำลายสิทธิมนุษยชน ทั้งยังให้ความสนับสนุนมากขึ้นในนโยบายและแผนการที่จะกำจัดลัทธิการถือเชื้อ ชาติและเผ่าพันธุ์ การเลือกปฏิบัติเกี่ยวกับเชื้อชาติ การเกลียดคนต่างชาติอย่างไร้เหตุผล และการขาดอหิงสา (Intolerance) เป็นต้นคำปฎิญญากรุงเวียนนายังชี้ให้เห็นการล่วงละเมิดสิทธิมนุษยชน อย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ (Genocide) และการข่มขืนชำเราอย่างเป็นระบบ (Systematic Rape) เป็นต้น [การทูต]
Consulข้าราชการที่ได้รับแต่งตั้งอย่างถูกต้องและได้รับ มอบหมายให้ไปประจำยังต่างประเทศ เพื่อทำหน้าที่ดูแลผลประโยชน์ของประเทศทั้งในด้าน พาณิชย์ การเดินเรือ คุ้มครองความเป็นอยู่อันดีของพลเมืองของประเทศตน พร้อมทั้งปฏิบัติหน้าที่บางอย่างด้านธุรการ หรือวางระเบียบแบบแผนที่ใช้เป็นประจำ ตลอดจนด้านการเป็นสักขีพยานการลงนามในเอกสาร เพื่อให้เอกสารนั้นมีผลบังคับทางกฎหมาย (Notary) การให้การตรวจลงตรา รวมทั้งการรับรองเอกสารที่แท้จริง (มิใช่เอกสารปลอม) และจัดการการสัตย์สาบานตนหรืออีกนัยหนึ่ง ภาระหน้าที่ของกงสุลอาจแบ่งออกได้เป็น 5 ประการ ดังต่อไปนี้1 ทำหน้าที่ส่งเสริมผลประโยชน์ในทางพาณิชย์ของประเทศที่ตนเป็นผู้แทนอยู่2 ควบคุมดูแลผลประโยชน์ด้านการเดินเรือ3 คุ้มครองผลประโยชน์ของคนชาติของประเทศที่แต่งตั้งให้ตนไปประจำอยู่4 ทำหน้าที่สักขีพยานในการลงนามในเอกสารเพื่อให้เอกสารนั้นมีผลบังคับทาง กฎหมาย5 ทำหน้าที่ธุรการเบ็ดเตล็ดอื่นๆ หรือระเบียบแบบแผนที่ใช้เป็นประจำ เช่น การออกหนังสือเดินทาง การให้การตรวจลงตรา (Visas) การจดทะเบียนคนเกิด คนตาย ฯลฯอนุสัญญากรุงเวียนนา ภาคที่ว่าด้วยความสัมพันธ์ทางกงสุลข้อที่ 5 ได้กำหนดภาระหน้าที่ของฝ่ายกงสุลไว้ดังต่อไปนี้ ก. คุ้มครองผลประโยชน์ของรัฐผู้ส่ง และของคนในชาติของรัฐผู้ส่ง ทั้งเอกชนและบรรษัทในรัฐผู้รับ ภายในขีดจำกัดที่กฎหมายระหว่างประเทศอนุญาตข. เพิ่มพูนการพัฒนาความสัมพันธ์ทางด้านการพาณิชย์ เศรษฐกิจ วัฒนธรรม และวิทยาการ ระหว่างรัฐผู้ส่งกับรัฐผู้รับ รวมทั้งส่งเสริมความสัมพันธ์ฉันมิตรระหว่างกันในทางอื่น ตามบทแห่งอนุสัญญานี้ค. สืบเสาะให้แน่โดยวิถีทางทั้งปวงอันชอบด้วยกฎหมายถึงภาวะและความคลี่คลายใน ทางพาณิชย์ เศรษฐกิจ วัฒนธรรมและวิทยาการของรัฐผู้รับ แล้วรายงานผลของการนั้นไปยังรัฐบาลของรัฐผู้ส่ง และให้ข้อสนเทศแก่บุคคลที่สนใจง. ออกหนังสือเดินทางและเอกสารการเดินทางให้แก่คนในชาติของรัฐผู้ส่ง ตรวจลงตราหนังสือเดินทาง หรือออกเอกสารที่เหมาะสมให้แก่บุคคลที่ประสงค์จะเดินทางไปยังรัฐผู้ส่งจ. ช่วยเหลือคนในชาติของรัฐผู้ส่งทั้งเอกชนและบรรษัทฉ. ทำหน้าที่นิติกรและนายทะเบียนราษฎร์ และในฐานะอื่นที่คล้ายคลึงกัน ปฏิบัติการหน้าที่บางประการอันมีสภาพทางธุรการ หากว่าการหน้าที่นั้นไม่ขัดกับกฎหมายและข้อบังคับของรัฐผู้รับช. พิทักษ์รักษาผลประโยชน์ของผู้เยาว์ และบุคคลไร้ความสามารถ ซึ่งเป็นคนชาติของรัฐผู้ส่ง ภายในขีดจำกัดที่ได้ตั้งบังคับไว้โดยกฎหมายและข้อบังคับของรัฐผู้รับ โดยเฉพาะในกรณีที่จำเป็นต้องมีความปกครองหรือภาวะทรัสตีใดๆ ในส่วนที่เกี่ยวกับบุคคลเหล่านั้นฌ. แทนคนชาติของรัฐผู้ส่ง หรือจัดให้มีการแทนอย่างเหมาะสมในองค์กรตุลาการ และต่อเจ้าหน้าที่ที่อื่นของรัฐผู้รับ เพื่อความมุ่งประสงค์ที่จะให้ได้มา ซึ่งมาตรการชั่วคราวสำหรับการรักษาสิทธิและผลประโยชน์ของคนในชาติเหล่านี้ ไว้ตามกฎหมายและข้อบังคับของรัฐผู้รับ ในกรณีที่คนในชาติเหล่านี้ไม่สามารถเข้าทำการป้องกันสิทธิและผลประโยชน์ของ ตนในเวลาอันเหมาะสมได้ เพราะเหตุของการไม่อยู่หรือเหตุอื่นใด ทั้งนี้ ให้อยู่ภายในข้อบังคับแห่งทางปฏิบัติ และวิธีดำเนินการซึ่งมีอยู่ในรัฐผู้รับญ. ส่งเอกสารทางศาล หรือเอกสารที่มิใช่ทางศาล หรือปฏิบัติตาม หนังสือของศาลของรัฐผู้ส่งที่ขอให้สืบประเด็น หรือตามการมอบหมายให้สืบพยานให้แก่ศาลของรัฐผู้ส่งนั้น ตามความตกลงระหว่างประเทศที่ใช้บังคับอยู่ หรือเมื่อไม่มีความตกลงระหว่างประเทศเช่นว่านั้น โดยทำนองอื่นใดที่ต้องด้วยกฎหมายและข้อบังคับของรัฐผู้รับด. ใช้สิทธิควบคุมดูแลและตรวจพินิจตามที่ได้บัญญัติไว้ในกฎหมายและข้อบังคับของ รัฐผู้ส่ง ในส่วนที่เกี่ยวกับเรือที่มีสัญชาติของของรัฐผู้ส่ง หรืออากาศยานที่จดทะเบียนในรัฐนั้น รวมทั้งในส่วนที่เกี่ยวกับลูกเรือของเรือและอากาศยานดังกล่าวต. ให้ความช่วยเหลือแก่เรือและอากาศยานที่ระบุไว้ในอนุวรรค (ด) ของข้อนี้ รวมทั้งลูกเรือของเรือและอากาศยานนั้น บันทึกถ้อยคำเกี่ยวกับการเดินทางของเรือ ตรวจดูและประทับตรากระดาษเอกสารของเรือ ดำเนินการสืบสวนอุบัติเหตุใด ๆ ที่ได้เกิดขึ้นในระหว่างนายเรือ ดำเนินการสืบสวนอุบัติเหตุใดๆ ที่ได้เกิดขั้นในระหว่างนายเรือ เจ้าพนักงาน และกะลาสี ตราบเท่าที่การนี้อาจได้อนุมัติไว้โดยกฎหมายและข้อบังคับของรัฐผู้ส่ง ทั้งนี้ จะต้องไม่เป็นการเสื่อมเสียแก่อำนาจของเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้รับถ. ปฏิบัติการหน้าที่อื่นใดที่รัฐผู้ส่งมอบหมายแก่สถานีทำการทางกงสุล ซึ่งมิได้ต้องห้ามโดยกฎหมายและข้อบังคับของรัฐผู้รับ หรือซึ่งไม่มีการแสดงข้อคัดค้านโดยรัฐผู้รับ หรือซึ่งมีอ้างถึงไว้ในความตกลงระหว่างประเทศ ที่ใช้บังคับอยู่ระหว่างรัฐผู้ส่งและรัฐผู้รับ [การทูต]
Departure of Diplomatic Agentsการออกไปจากรัฐผู้รับของเจ้าหน้าที่ทางการทูต ข้อ 44 ของอนุสัญญากรุงเวียนนาว่าด้วยความสัมพันธ์ทางการทูต ได้บัญญัติได้ว่า ?แม้ในกรณีการขัดกันด้วยอากร รัฐผู้รับต้องอำนวยความสะดวก เพื่อให้บุคคลซึ่งอุปโภคเอกสิทธิ์และความคุ้มกัน นอกจากคนชาติของรัฐผู้รับและคนในครอบครัวของบุคคลเช่นว่านี้ โดยไม่คำนึงถึงสัญชาติของบุคคลเหล่านั้น ออกไปในขณะที่เร็วที่สุดที่จะเป็นไปได้ ในกรณีที่จำเป็นโดยเฉพาะ รัฐผู้รับต้องจัดพาหนะเดินทางในการขนส่งสำหรับตัวบุคคลเหล่านั้น และทรัพย์สินของบุคคลเหล่านั้นให้ด้วย? [การทูต]
Diplomatic Privileges and Immunitiesเอกสิทธิ์และความคุ้มกันทางการทูต เอกสิทธิ์และความคุ้มกันทางการทูตที่ได้ให้แก่เจ้า หน้าที่ทางการทูต โดยถือว่าบุคคลดังกล่าวเป็นผู้แทนส่วนตัวของประมุขของรัฐ เหตุผลที่ให้มีการคุ้มกันทางการทูต ก็เพราะถือว่ารัฐบาลหนึ่งใดก็ตามจะถูกกีดกันขัดขวางด้วยการจับกุม หรือกีดกันมิให้ผู้แทนของรัฐบาลนั้นปฏิบัติหน้าที่ในความสัมพันธ์ระหว่าง ประเทศนั้นมิได้ ถ้าหากเห็นว่าผู้แทนนั้นมีพฤติกรรมหรือพฤติการณ์ที่ก้าวร้าวซึ่งรัฐผู้รับ ไม่อาจรับได้ก็ชอบที่รัฐผู้รับจะขอร้องให้รัฐผู้ส่งเรียกตัวผู้แทนของตนกลับ ประเทศได้ อนึ่ง การที่สถานเอกอัครราชทูตได้รับความคุ้มกันจากอำนาจศาลของรัฐผู้รับ เพราะต้องการให้บรรดาผู้แทนทางการทูตเหล่านั้น รวมทั้งบุคคลในครอบครัวของเขาได้มีโอกาสมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ในการปฏิบัติหน้าที่เป็นตัวแทนผลประโยชน์ของประเทศของเขาอนุสัญญากรุง เวียนนาว่าด้วยความสัมพันธ์ทางการทูตมีบทบัญญัตินิยามคำว่า เอกสิทธิ์และความคุ้มกันทางการทูตในเรื่องต่างๆ ไว้มากพอสมควร เช่น เรื่องสถานที่ของคณะผู้แทนทางการทูต รวมทั้งบรรณสารและเอกสาร เรื่องการอำนวยความสะดวกให้แก่การปฏิบัติงานของคณะผู้แทน และเสรีภาพในการเคลื่อนย้ายรวมทั้งการคมนาคมติดต่อ เป็นต้น [การทูต]
Duration of Diplomatic Privileges and Immunitiesระยะเวลาของการอุปโภคเอกสิทธิ์และความคุ้มกันทาง การทูต ในเรื่องนี้ อนุสัญญากรุงเวียนนาว่าด้วยความสัมพันธ์ทางการทูตได้บัญญัติไว้ในมาตราที่ 39 ว่า?1. บุคคลทุกคนมีสิทธิที่จะได้รับเอกสิทธิ์และความคุ้มกัน ที่จะได้อุปโภคเอกสิทธิ์และความคุ้มกันนั้นตั้งแต่ขณะที่บุคคลนั้นเข้ามาใน อาณาเขตของรัฐผู้รับในการเดินทางไปรับตำแหน่งของตน หรือถ้าอยู่ในอาณาเขตของรัฐผู้รับแล้ว ตั้งแต่ขณะที่ได้บอกกล่าวการแต่งตั้งของตนต่อกระทรวงการต่างประเทศ หรือกระทรวงอื่นตามที่อาจจะตกลงกัน 2. เมื่อภารกิจหน้าที่ของบุคคล ซึ่งอุปโภคเอกสิทธิ์และความคุ้มกันยุติลง เอกสิทธิ์และความคุ้มกันตามปกติให้สิ้นสุดลงขณะที่บุคคลนั้นออกไปจากประเทศ หรือเมื่อสิ้นกำหนดอันสมควรที่จะทำเช่นนั้น แต่จะยังมีอยู่จนกระทั่งเวลานั้น แม้ในกรณีของการขัดแย้งด้วยอาวุธ อย่างไรก็ดี ในส่วนที่เกี่ยวกับการกระทำที่ได้ปฏิบัติไปโดยบุคคลเช่นว่านั้น ในการปฏิบัติการหน้าที่ของตนในฐานะเป็นบุคคลในคณะผู้แทน ความคุ้มกันนั้นให้มีอยู่สืบไป 3. ในกรณีการถึงแก่กรรมของบุคคลในคณะผู้แทน ให้คนในครอบครัวของบุคคลในคณะผู้แทน อุปโภคเอกสิทธิ์และความคุ้มกันซึ่งเขามีสิทธิที่จะได้สืบไป จนกว่าจะสิ้นกำหนดเวลาอันสมควรที่จะออกจากประเทศไป 4. ในกรณีการถึงแก่กรรมของบุคคลในคณะผู้แทน ซึ่งไม่ใช่คนชาติของรัฐผู้รับ หรือมีถิ่นอยู่ถาวรในรัฐผู้รับ หรือของคนในครอบครัว ซึ่งประกอบเป็นส่วนของครัวเรือนของบุคคลในคณะผู้แทนดังกล่าว รัฐผู้รับสามารถอนุญาตให้ถอนสังหาริมทรัพย์ของผู้วายชนม์ไป ยกเว้นแต่ทรัพย์สินใดที่ได้มาในประเทศที่การส่งออกซึ่งทรัพย์สินนั้นเป็นอัน ต้องห้าม ในเวลาที่บุคคลในคณะผู้แทน หรือคนในครอบครัวของบุคคลในคณะผู้แทนนั้นถึงแก่กรรม อากรกองมรดก การสืบมรดก และการรับมรดกนั้น ไม่ให้เรียกเก็บแก่สังหาริมทรัพย์ซึ่งอยู่ในรัฐผู้รับเพราะการไปอยู่ ณ ที่นั้นแต่เพียงถ่ายเดียวของผู้วายชนม์ ในฐานะเป็นบุคคลในคณะผู้แทน หรือในฐานะเป็นคนในครอบครัวของบุคคลในคณะผู้แทน? [การทูต]
ethnic conflictความขัดแย้งที่เกิดจากความแตกต่างทางด้านชาติพันธุ์ [การทูต]
Humanitarian Interventionการแทรกแซงเพื่อมนุษยธรรม " เป็นแนวคิดที่นายโคฟี อันนาน เลขาธิการสหประชาชาติเสนออย่างเป็น ทางการครั้งแรกต่อที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยที่ 54 เมื่อปี พ.ศ. 2542 โดยมุ่งจะให้สหประชาชาติสามารถเข้าไปแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนภาย ในประเทศต่าง ๆ ได้โดย คำนึงถึงประเด็นเรื่องมนุษยธรรมเป็นหลัก ขณะนี้ แนวคิดนี้ยังคงเป็นที่ถกเถียงกันและยังไม่ยุติ โดยบางประเทศเห็นว่า เป็นการดำเนินการที่ขัดต่อกฎบัตรสหประชาชาติและกฎหมายระหว่างประเทศ เนื่องจากเป็นการละเมิดอธิปไตยของรัฐ บางประเทศเห็นว่าเป็นมาตรการที่จำเป็นเพื่อแก้ปัญหาของมนุษยชาติ ส่วนบางประเทศเห็นว่าการแทรกแซงดังกล่าวจะต้องอยู่ใต้กรอบหลักเกณฑ์ หรือกรอบกฎหมายบางประการ เช่น กฎบัตรสหประชาชาติ " [การทูต]
No Objection Certificateเป็นเอกสารรับรองว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทย กระทรวงการต่างประเทศไทยไม่มีข้อขัดข้องสำหรับบุคคลที่จะนำเอกสารนี้ไปใช้ เพื่อสมัครเข้าศึกษาในสถาบันการศึกษาของต่างประเทศตามคำร้องขอของรัฐบาล ปากีสถาน หรือใช้ในการขอเปลี่ยนแปลงสถานะวีซ่าจากประเภทหนึ่งไปยังอีกประเภทหนึ่งตาม ที่ต่างประเทศนั้น ๆ เป็นผู้กำหนด กรณีนักศึกษาไทยไปศึกษาที่สหรัฐอเมริกาโดยวีซ่านักเรียน แต่ภายหลังประสงค์จะขอเปลี่ยนวีซ่าเป็นวีซ่าทำงานตามกฎหมายตรวจคนเข้าเมือง ของสหรัฐอเมริกา [การทูต]
national reconciliationการปรองดองแห่งชาติ หมายถึง กระบวนการสร้างสันติภาพ และเอกภาพภายในชาติ โดยให้กลุ่มต่าง ๆ ที่ขัดแย้งกันได้มีส่วนร่วมในการกระบวนการดังกล่าว [การทูต]
Normal Diplomacyการติดต่อทางการทูตโดยวิถีทางทูตตามปกติ มักจะกระทำกันดังนี้ เมื่อรัฐบาลต้องการจะหยิบยกปัญหาขึ้นกับอีกรัฐบาลหนึ่ง ตัวรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจะส่งคำสั่งไปยังเอกอัครราชทูตของ ประเทศตนที่ประจำอยู่ในประเทศผู้รับส่งให้ยกเรื่องนั้นขึ้นเจรจากับรัฐบาล ของประเทศผู้รับ โดยปกติเอกอัครราชทูตจะมีหนังสือทางการทูต (Diplomatic Note) เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวไปยังรัฐมนตรีวาการกระทรวงการต่างประเทศ ของประเทศผู้รับนั้นก่อน หรือไม่ก็ไปพบกับรัฐมนตรีด้วยตนเอง ณ กระทรวงการต่างประเทศ การเจรจากันอาจทำให้จำเป็นต้องมีการบันทึกของทูตแลกเปลี่ยนกันขึ้น ในรูปบันทึกช่วยจำ (Aide-Memoire ) ในบางกรณี เอกอัครราชทูตจำเป็นต้องไปพูดจา ณ กระทรวงการต่างประเทศ อีกหลายครั้งกว่าจะเสร็จเรื่อง ในระหว่างนั้น เอกอัครราชทูตมีหน้าที่จะต้องรายงานผลการเจรจาแต่ะครั้งไปยังกระทรวงการต่าง ประเทศของตน และบางคราวอาจจะต้องขอคำสั่งเพิ่มเติมอีกเมื่อเกิดกรณีใหม่โดยมิได้คาดหมาย มาก่อนเป็นต้น ในขณะเดียวกันกระทรวงการต่างประเทศของประเทศผู้รับก็จะส่งคำสั่งไปยังเอก อัครราชทูตของตน แนะว่าควรดำเนินการอย่างไรเกี่ยวกับปัญหาที่กำลังเจรจากันกับรัฐบาลของ ประเทศที่ตนประจำอยู่ผลการเจรจาอาจเป็นที่ตกลงกันได้ระหว่างรัฐบาลทั้งสอง ฝ่าย หรืออาจจะจบลงด้วยภาวะชะงักงัน ( Stalemate ) หรือรัฐบาลทั้งสองอาจจะตกลงกันว่าไม่สามารถตกลงกันได้ และปล่อยให้ปัญหาคาราคาซังไปก่อน จนกว่าจะมีการรื้อฟื้นเจรจากันใหม่ บางคราวปัญหาที่ยังตกลงกันไม่ได้นั้น อาจกลายเป็นปัญหาขัดแย้งกันอย่างรุนแรงต่อไปก็ได้ [การทูต]
Open Diplomacyคือการทูตแบบเปิดเผย อดีตประธานาธิบดีวูดโรว์ วิลสัน แห่งสหรัฐอเมริกา เป็นบุคคลที่สนับสนุนและเผยแพร่วิธีการทูตแบบเปิดเผยอย่างเต็มที่ หวังจะให้ชุมชนนานาชาติพร้อมใจกันสนับสนุนการทูตนี้เช่นเดียวกัน เมื่อวันที่ 8 มกราคม ค.ศ. 1918 วูดโรว์ วิลสัน ได้ประกาศให้โลกทราบนโยบายของท่าน 14 ข้อ ข้อหนึ่งในจำนวนนั้นท่านปรารถนาว่า ในอนาคตประเทศต่าง ๆ ควรจะทำความตกลงกันเกี่ยวกับเรื่องสันติภาพอย่างเปิดเผย และต่อไปไม่ควรจะมีการเจรจาทำความตกลงระหว่างประเทศแบบลับเฉพาะอย่างใดทั้ง สิ้นแม้ว่าโดยทั่วไปจะเห็นพ้องด้วยกับนโยบายข้อแรกของ วูดโรว์ วิลสัน คือ ความตกลงหรือสนธิสัญญาใด ๆ เมื่อตกลงเสร็จสิ้นแล้ว ให้ประกาศเปิดเผยให้โลกทราบ แต่สำหรับข้องสองคือการเจรจาในระหว่างทำสนธิสัญญาให้กระทำกันอย่างเปิดเผย นั้น ส่วนใหญ่ยังไม่ค่อยเห็นด้วย เพราะเห็นว่าลำพังการเจรจานั้น โดยสารัตถะสำคัญแล้วควรจะถือเป็นความลับไว้ก่อนจนกว่าจะเสร็จการเจรจา ทั้งนี้ เซอร์เดวิด เคลลี่ อดีตนักการทูตอังกฤษเคยให้ทรรศนะว่า การทูตแบบเปิดเผยนั้นเป็นถ้อยคำที่ขัดกันในตัว คือหากกระทำกันอย่างเปิดเผยเสียแล้วก็ไม่ใช่การทูตเกี่ยวกับเรื่องนี้ มาตรา 102 ของกฎบัตรสหประชาชาติได้บัญญัติว่า ?1. สนธิสัญญาทุกฉบับ และความตกลงระหว่างประเทศทุกฉบับ ซึ่งสมาชิกใด ๆ แห่งสหประชาชาติได้เข้าเป็นภาคี ภายหลังที่กฎบัตรปัจจุบันได้ใช้บังคับ จักต้องจดทะเบียนไว้กับสำนักเลขาธิการโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ และจักได้พิมพ์ขึ้นโดยสำนักงานนี้ 2. ภาคีแห่งสนธิสัญญา หรือความตกลงระหว่างประเทศเช่นว่าใด ซึ่งมิได้จดทะเบียนไว้ตามบทบัญญัติในวรรคหนึ่งข้อนี้ ไม่อาจยกเอาสนธิสัญญาหรือความตกลงนั้น ๆ ขึ้นกล่าวอ้างต่อองค์กรใด ๆ ของสหประชาชาติ? [การทูต]
order at seaการจัดระเบียบทางทะเล " เช่น ความร่วมมือระหว่างกองทัพเรือไทย-เวียดนามในการลดความ ขัดแย้งในทะเลระหว่างกัน อาทิ การล่วงล้ำน่านน้ำและลักลอบทำประมง โดยมีมาตรการสำคัญ คือ การลาดตระเวนร่วมในพื้นที่ประชิดกันทางทะเลระหว่างกองทัพเรือทั้งสองฝ่าย เป็นประจำ " [การทูต]
Peacebuilding Commissionคณะกรรมาธิการเสริมสร้างสันติภาพ จัดตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2548 เพื่อให้คำปรึกษาเรื่องการเสวริมสร้างสันติภาพในกรอบสหประชาชาติแก่ประเทศ ที่เพิ่งผ่านพ้นความขัดแย้ง รวมทั้งเป็นตัวกลางในการเชื่อมต่อระหว่างกระบวนการสร้างสันติภาพ (peace enforcement) การรักษาสันติภาพภาพ (peacekeeping) และการเสริมสร้างสันติภาพ (peacebuilding) [การทูต]
peace keepingการรักษาสันติภาพ " หมายถึง การส่งคณะเจ้าหน้าที่ทั้งฝ่ายทหารและพลเรือนในนามของสหประชาชาติเข้าไปใน พื้นที่ที่มีความขัดแย้งโดยความยินยอมของ ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อทำหน้าที่ดูแลให้มีการปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิง หรือความตกลงสันติภาพ หรือกระบวนการแก้ไขปัญหาโดยวิถีทาง การเมือง " [การทูต]
peace makingการทำให้เกิดสันติภาพ เป็นการดำเนินการทางการทูตโดยมักใช้วิธีไกล่เกลี่ย และเจรจาเพื่อยุติความขัดแย้งโดยสันติวิธี [การทูต]
point of orderประท้วง หรือขัดจังหวะในระหว่างการประชุม หรือระหว่างการกล่าวถ้อยแถลงในเรื่องผิดข้อบังคับการประชุม [การทูต]

ตัวอย่างประโยค (EN,TH,DE,JA,CN) จาก Open Subtitles
They must have had me chipped while I was sleeping.ต้องมาขัดจังหวะทุกทีเวลาที่กำลังสนุก Chuck in Real Life (2008)
He's headed home. intercept him.เค้ามุ่งหน้ากลับบ้าน ต้องขัดขวางเค้า Pret-a-Poor-J (2008)
Hi. Hi there. I hope I'm not interrupting anything.หวัดดี หวัดดีจ๊ะ ฉันหวังว่าฉันคงไม่ได้ขัดจังหวะอะไรนะ There Might be Blood (2008)
Interfering with the captain's orders will not help resolve our current crisis.การขัดคำสั่งของกัปตันไม่ได้ช่วยแก้วิกิตในปัจจุบันได้ Dead Space: Downfall (2008)
Don't fight us.อย่างขัดขื่นเลย Dead Space: Downfall (2008)
Communication array's been incapacitated.ช่องการสื่อสารถูกทำให้ขัดข้อง Dead Space: Downfall (2008)
I'm with him. Sorry. Didn't mean to interrupt.มันไม่ได้หมายถึงการขัดคอ Not Cancer (2008)
I'm not usually confused when you say things like that.ปกติฉันไม่ค่อยรู้สึกขัดแย้ง เมื่อคุณพูดแบบนี้ Not Cancer (2008)
Even with contrast, no masses, no lesions.แต่ว่ามันขัดกัน Adverse Events (2008)
I'll give you embarrassing info on house.แันทำให้คุณขัดเขินที่จะให้ข้อมูลเฮาส์ Adverse Events (2008)
I know it's weird.ผมรู้มันมีข้อขัดขวาง Adverse Events (2008)
I have to find something embarrassing about you.ผมพบอะรไบางอย่างที่น่าขัดเขินเกี่ยวกับคุณ Adverse Events (2008)
Multiple blood clots would tie together bowel ischemia, lungs, and the liver.เลือดติดขัด มัดทุกอย่างไว้ด้วยกัน ทั้งหลอดเลือดหัวใจตีบ ปอด และ ตับ Birthmarks (2008)
Me trying to work, you interrupting.ฉันพยายามทำงาน คุณขัดขวาง โอ.. Lucky Thirteen (2008)
Sorry to interrupt your meeting, Mannix.ขอโทษที่ขัดจังหวะ คุณมีประชุม Lucky Thirteen (2008)
Now you want to bet against her?ตอนนี้คุณต้องการขัดขวางเธอ Joy (2008)
I meant she's a minor and daddy has a conflict, so we're gonna need Cuddy's signoff.ฉันหมายถึงเธอเป็็นผู้เยาว์และพ่อของเธอ ก็ติดกฎการขัดกันของผลประโยชน์ ดังนั้นเราต้องให้คัดดี้เซ็นต์อนุมัติ Joy (2008)
Interruption of the brain-heart coupling could cause pulmonary edema.ขัดขวางการเชื่อมต่อ ของสมองกับหัวใจ ทำให้น้ำท่วมปอด Emancipation (2008)
Is the best way to resolve conflict.มันเป็นทางที่ดีที่สุด ที่จะแก้ไขความขัดแย้ง Last Resort (2008)
Contradictions piling up left and right.มีความขัดแย้งทั้งซ้ายและขวา Dying Changes Everything (2008)
Geez. Don't interrupt when I'm talking with Mei!โอ้ย, อย่ามาขัดจังหวะ ฉันกำลังคุยกับ เมอิ Akai ito (2008)
Tragic are these losses, but prevent more, we must.ความสูญเสียนี้มันน่าเศร้าก็จริงอยู่\ แต่เราต้องขัดขวาง ไม่ให้เกิดขึ้นอีก Rising Malevolence (2008)
It might be, but I know you won't argue my orders.ก็อาจจะนะ แต่ข้ารู้ว่าท่านจะไม่ขัดคำสั่งข้าแน่ Rising Malevolence (2008)
So it's okay when you don't follow what the council says!นี่หมายความว่าท่านจะขัดคำสั่งของสภา อย่างนั้นเหรอ? Rising Malevolence (2008)
And when you've done that, you can polish my... s-saddle.และเมื่อไรที่เจ้าทำเสร็จเเล้ว เจ้าสามารถขัดอานม้าของข้าได้เลย The Labyrinth of Gedref (2008)
We can't let a few puny clones stop us.อย่าปล่อยให้ไอ้โคลนกระจอกๆ มาขัดขวางเราได้ Rookies (2008)
Uh, for tomorrow, you need to repair my shield, wash my tunic, clean my boots, sharpen my sword and polish my chain mail.อ่า พรุ่งนี้ เจ้าต้องซ่อมโล่ของข้า แล้วก็ซักเสื้อคลุมข้าด้วย ขัดรองเท้า, ลับดาบ, แล้วก็ขัดเงาชุดเกราะ Valiant (2008)
My chambers are a complete mess, my clothes need washing, my armour needs repairing, my boots need cleaning, my dogs need exercising, my fireplace needs sweeping, my bed needs changing and someone needs to muck out my stables.ห้องของข้าเละไปหมดแล้ว เสื้อผ้าก็ต้องซัก ชุดเกราะก็ยังไม่ได้ซ่อม รองเท้าก็ไม่ได้ขัด สุนัขก็ไม่มีคนพาไปเดินเล่น เตาผิงก็ยังไม่ได้เก็บกวาด Valiant (2008)
- Depends on how many interruptions- คงขึ้นอยู่กับว่าจะโดนขัดขวางการทดลองไปอีกนานแค่ไหน The Mark of Nimueh (2008)
But he won't want to disobey the king.แต่เขาไม่อยากที่จะขัดคำสั่งพระราชา The Mark of Nimueh (2008)
But I couldn't talk them out of coming.ผมไปขัดใจนางไม่ได้หรอก The Moment of Truth (2008)
Sorry to interrupt your playtime, grumpy, but wouldn't you prefer a challenge?ขอโทษที่ขัดจังหวะความสนุกนะ ไม่คิดจะหาอะไรที่มันท้าทายมากกว่านี้เหรอ? Duel of the Droids (2008)
I can't disobey a direct order and leave my post,ข้าไม่สามารถขัดคำสั่งและละทิ้งหน้าที่นี่ Cloak of Darkness (2008)
I had no quarrel with your maid.ข้าไม่ได้ขัดแย้งกับสาวใช้ท่าน To Kill the King (2008)
Has the equivalent of a black belt in kendo,ที่เป็นเคนโด้ ถึงขึ้นเข็มขัดดำเลยนะ Heroes: Countdown to the Premiere (2008)
I got a first-degree black belt equivalent,ได้ถึงเข็มขัดดำเชียวนะ Heroes: Countdown to the Premiere (2008)
She didn't want to hold me back.เธอคงจะคิดว่าจะมาขัดขวางอนาคตของคนที่เธอรัก Scandal Makers (2008)
Does he work in every single lock if we stick him here and there?ทำไมเขาต้องเป็นคนแก้ไขทุกอย่างถ้าพวกเราติดขัดอะไร? Beethoven Virus (2008)
It tends to inhibit any impulsive acts of surrender.มันขัดขวางการกระทำที่เป็นการยอมแพ้ The Bank Job (2008)
She won't cross us. She knows what we're capable of.เธอไม่ขัดขวางเรา เธอรู้ว่าเราทำอะไรได้ The Bank Job (2008)
- It's too late to intercept them.- เราขัดขวางพวกเขาไม่ทัน Babylon A.D. (2008)
You obviously haven't finish reading the book.เห็นได้ขัดว่าเธอยังอ่านหนังสือไม่จบ The Secret of Moonacre (2008)
One day, someone's gonna stand up to you! Someone's gonna teach you a lesson!วันนึง จะต้องมีใครบางคนที่ลุกขัดขืนนาย\ ใครบางคนที่สอนบทเรียนให้กับนาย ! Bolt (2008)
Their family line is broken up now.ครอบครัวเธอกำลังขัดสน My Sassy Girl (2008)
- Don't interrupt.อย่าขัดจังหวะสิ ขอโทษครับ My Sassy Girl (2008)
-Scrape off all this bird shit.- ขัดขี้นกพวกนี้ออกให้หมด The Curious Case of Benjamin Button (2008)
These pacifists. They say they won't fight on conscience.พวกลัทธิอหิงสาเหล่านี้ บอกว่า เขาไม่ยอมรบเพราะขัดมโนธรรม The Curious Case of Benjamin Button (2008)
- Yeah. - I'm keeping you up.ข้ามาขัดจังหวะท่าน Kung Fu Panda (2008)
Don't try and stop me.อย่ามาขัดขวางข้า Kung Fu Panda (2008)
We're not trying to stop you.เราไม่ขัดขวางท่าน Kung Fu Panda (2008)

Thai-English-French: Volubilis Dictionary 1.0
หินขัด[n. exp.] (hin khat) EN: polished stone   FR: pierre polie [f]
หัวเข็มขัด[n.] (hūa khemkhat) EN: buckle   FR: boucle (de ceinture/ceinturon) [f]
จงใจขัดคำสั่งศาล[v. exp.] (jongjai khat khamsang sān) EN: disobey a court order   
แก้ขัด[v.] (kaēkhat) EN: use as a makeshift ; make do with ; put up with   FR: dépanner ; tirer d'embarras
การจราจรติดขัด[n. exp.] (kān jarājøn titkhat) EN: traffic jam   FR: embouteillage [m]
การจงใจขัดคำสั่งศาล[n. exp.] (kān jongjai khat khamsang sān) EN: contumacy   
การขัดกัน[n. exp.] (kān khat kan) EN: confliction ; conflict   FR: conflit [m]
การขัดกันของกฎหมาย[n. exp.] (kān khat kan khøng kotmāi) EN: conflict of laws   FR: conflit de lois [m]
การขัดขวาง[n.] (kān khatkhwāng) EN: hindrance ; obstruction   FR: obstacle [m]
การขัดขวางเจ้าหน้าที่ตำรวจ[n. exp.] (kān khatkhwāng jaonāthī tamrūat) EN: obstruction of a police officer   
การขัดขวางกระบวนการยุติธรรม[n. exp.] (kān khatkhwāng krabūankān yutitham) EN: obstruction of justice   FR: obstruction à la justice [f]
การขัดถู[n.] (kān khatthū) EN: abrasion [f]   FR: abrasion [f]
ขัด[v.] (khat) EN: scrub ; polish ; wipe ; rub ; burnish ; scrub off ; scrape   FR: récurer ; polir ; astiquer
ขัด[v.] (khat) EN: fasten ; attach ; bind   FR: attacher
ขัด[v.] (khat) EN: block ; obstruct ; hinder ; stop ; prevent ; create difficulties ; impede ; clog ; chock   FR: obstruer ; empêcher ; bloquer ; entraver ; s'opposer ; arrêter ; boucher
ขัด[v.] (khat) EN: oppose ; go against ; deny ; disobey ; violate ; be opposed to ; be in contrast to   FR: s'opposer ; aller à l'encontre de ; désobéir ; refuser
ขัดเบา[v.] (khatbao) EN: suffer retention of urine ; be unable to urine   
ขัดกัน[v. exp.] (khat kan) EN: conflict   FR: s'opposer
ขัดกับ[adj.] (khat kap) EN: incompatible ; contrary to   
ขัดใจ[v.] (khatjai) EN: be offended ; offend ; dissatisfy ; displease   FR: être offensé ; être outragé ; offenser ; déplaire
ขัดจังหวะ[v.] (khatjangwa) EN: interrupt ; break   FR: s'interposer ; interrompre
ขัดกัน[v. exp.] (khat kan) EN: conflict ; contradict   FR: contredire
ขัดกัน[adj.] (khat kan) FR: contraire ; contradictoire
ขัดกับ[X] (khat kap) FR: contraire à ; anti~
ขัดคำสั่ง[v. exp.] (khat khamsang) EN: disobey an order   FR: refuser un ordre ; désobéir aux injonctions
ขัดขืน[v.] (khatkheūn) EN: defy ; resist order ; disobey ; rebel ; prevent ; resist ; hinder   FR: contrevenir ; désobéir
ขัดคอ[v.] (khatkhø) EN: interrupt ; break   FR: contrarier ; contredire
ขัดข้อง[v.] (khatkhøng) EN: object ; dissent ; have objections   FR: objecter ; opposer
ขัดขวาง[v.] (khatkhwāng) EN: obstruct ; stop ; impede ; block ; thwart   FR: empêcher ; entraver ; obstruer ; bloquer
ขัดมัน[v. exp.] (khat man) EN: polish ; wax   FR: cirer ; vernir
ขัดเงา[v.] (khat-ngao) EN: polish ; burnish ; furbish ; shine ; brighten ; wax   FR: polir ; faire briller ; cirer
ขัดพื้น[v. exp.] (khat pheūn) EN: scrub the floors   FR: récurer le sol
ขัดพื้นให้สะอาด[v. exp.] (khat pheūn hai sa-āt) EN: scrub the foor   FR: récurer le sol
ขัดรองเท้า[v. exp.] (khat røngthāo) EN: polish the shoes ; shine the shoes   FR: cirer les chaussures
ขัดสี[v.] (khat sī) EN: mill ; grind or crush in a mill   FR: moudre
ขัดสี[v.] (khat sī) EN: scrub ; rub ; scour   
ขัดสน[v.] (khatson) EN: be in need ; lack ; be short ; be scanty   FR: manquer de ; être dans le besoin
ขัดตา[v.] (khattā) EN: be unpleasant to look at ; be offensive to the eye ; be an eyesore   FR: être déplaisant à la vue
ขัดตาทัพ[v.] (khattāthap) EN: oppose for a time   
ขัดถู[v.] (khatthū) EN: polish ; burnish ; wipe ; scrub ; rub   FR: récurer ; polir ; astiquer
ขัดแย้ง[v.] (khatyaēng) EN: oppose ; contradict ; disagree ; resist ; withstand ; be in conflict   FR: contredire ; contester ; s'opposer
ขัดแย้งกับกฎหมาย[v. exp.] (khatyaēng kap kotmāi) EN: come into collision with the law ; be against the law   
ขัดแย้งกัน[v. exp.] (khatyaēng kan) FR: être en désaccord ; être en opposition
ขยายเข็มขัด[v. exp.] (khayāi khemkhat) EN: loosen the belt   FR: desserrer la ceinture
เข็มขัด[n.] (khemkhat) EN: belt   FR: ceinture [f]
เข็มขัดนิรภัย[n. exp.] (khemkhat niraphai) EN: seat belt ; safety belt   FR: ceinture de sécurité [f]
ข้อขัดใจ[n. exp.] (khø khatjai) FR: offense [f] ; outrage [m]
ข้อขัดข้อง[n. exp.] (khø khatkhøng) EN: objection ; dissent ; obstacle ; hindrance ; trouble ; problems   FR: objection [f]
ข้อขัดขวาง[n. exp.] (khø khatkhwāng) EN: obstacle ; complication ; objections   
ข้อขัดแย้ง[n. exp.] (khø khatyaēng) EN: matter in contention ; point of contention ; matter in dispute ; disagreement   

English-Thai: Longdo Dictionary
workaround(n jargon) วิธีแก้แบบขัดตาทัพ
civil disobedience(n) ลัทธิดื้อแพ่ง/อารยะขัดขืน, เป็นการปฏิเสธที่จะปฏิบัติตามกฎหมายบางมาตรา ด้วยเหตุผลที่ว่ากฎหมายนั้นๆ ไม่ชอบธรรม
gridlock(vi, n) ติดขัด, แออัด, รถติด เช่น On Friday, a gridlocked intersection, blaring horns, and harsh looks resulted from drivers jockeying to merge from two lanes into one for most of the day., S. pack,traffic jam,
dyslacxia(n ) โรคดิสเล็กเซีย คือ ความบกพร่องในการอ่าน มีปัญหาในการอ่าน อ่านได้บ้างไม่ได้บ้าง อ่านไม่คล่อง สะกดคำติดขัด ผสมคำไม่ได้ หรืออ่านไม่ได้เลย โดยมีสาเหตุมาจากความผิดปกติของเส้นประสาท
cyber crime(n ) [cybercrime; cyber-crime; computer crime] อาชญากรรมไซเบอร์, อาชญากรรมคอมพิวเตอร์ ๑. การกระทำผิดกฎหมายโดยใช้คอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เป็นเครื่องมือ เช่น ทำลาย เปลี่ยนแปลง หรือขโมยข้อมูล ๒. การทำให้การทำงานของระบบคอมพิวเตอร์หรือระบบเครือข่าย ถูกระงับ ชะลอ ขัดขวาง หรือรบกวนจนไม่สามารถทํางานตามปรกติได้ [ศัพท์คอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ ฉบับราชบัณฑิตยสภา]

English-Thai: NECTEC's Lexitron-2 Dictionary [with local updates]
abrade[VT] ขัด, See also: ขัดถู, Syn. scrub, buff, burnish
abrasive[N] สารขัด, See also: ผงขัด, Syn. polisher, grinder
against[PREP] ดูขัดแย้งกับ, See also: ดูขัดกับ
against[PREP] ฝืน, See also: ฝ่าฝืน, ขัด, ตรงกันข้ามกับ
angry[ADJ] โกรธ, See also: โมโห, เดือด, แค้น, โกรธเคือง, ขุ่นเคือง, ขุ่นข้อง, ขัดเคือง, Syn. enraged, furious, irate, Ant. calm, pleased, restrained
antithesis[N] การใช้ถ้อยคำขัดแย้งกัน
awkward[ADJ] งุ่มง่าม, See also: ติดขัด, ที่ดูไม่คล่องแคล่ว, Syn. clumsy, inept, ungraceful, unskillful
balk[VI] ขัดขวาง, See also: คัดค้าน, ต้านทาน, หยุดยั้ง, Syn. refuse
bar[VT] สะกัดกั้น, See also: ขัดขวาง, ต่อต้าน
bar[VT] ขัดขวาง
belt[N] เข็มขัด, See also: สายคาดเอว
belt[VT] คาดเข็มขัด, See also: ใช้สายคาดผูก, Syn. fasten
belt[VT] ฟาด (ไม่เป็นทางการ), See also: โบยด้วยเข็มขัด, ใช้เข็มขัดตี (หวด, โบย), Syn. slap, thump
belted[ADJ] ซึ่งคาดเข็มขัด
blockade[N] การปิดล้อม, See also: การขัดขวาง, การปิดกั้น
blockage[N] การปิดล้อม, See also: การขัดขวาง, การปิดกั้น, Syn. obstruction
bottleneck[N] ถนนส่วนที่มีการจราจรติดขัด
break[VT] ละเมิด, See also: ฝ่า, ฝ่าฝืน, ขัดขืน, ล่วงละเมิด, Syn. disobey
buckle[N] หัวเข็มขัด
buckle[VT] ทำให้แน่นด้วยวัสดุคล้ายหัวเข็มขัด, Syn. fasten
buckle[VI] รัดเข็มขัด
buff[VT] การขัดเพื่อทำให้พื้นผิวนุ่ม
buff[VT] ขัดให้เป็นเงา, Syn. shine
buffer[N] เครื่องขัดเงา
bumbag[N] กระเป๋าเล็กติดที่เข็มขัดและสวมรอบเอว, See also: fanny pack
burnish[N] การขัดเงา
burnish[VT] ขัด, See also: ขัดเงา, ขัดให้วาว, Syn. polish
bar from[PHRV] ห้าม, See also: ขัดขวาง, ห้ามเข้า
barge in[PHRV] ขัดจังหวะอย่างไม่สุภาพ (คำไม่เป็นทางการ)
barge into[PHRV] ขัดคอ (คำไม่เป็นทางการ), See also: ขัดจังหวะ (การพูด)
be against[PHRV] ทำผิดต่อ, See also: ปฏิบัติขัดแย้งกับ, Syn. go against
be out[PHRV] หยุดทำงาน (เพราะขัดแย้ง), See also: หยุดงานประท้วง, Syn. bring out
be up against[PHRV] ขัดแย้งกับ, See also: มีปัญหากับ, Syn. bring up against, come up against
belt up[PHRV] รัดเข็มขัด, See also: คาดเข็มขัด, Syn. buckle up, strap in
break in[PHRV] ขัดจังหวะ, Syn. burst in, cut in
break in on[PHRV] ขัดจังหวะ, See also: แทรก, Syn. burst in on
break in upon[PHRV] ขัดจังหวะ, See also: แทรก, Syn. burst in on
break into[PHRV] ขัดจังหวะ
buckle up[PHRV] รัดเข็มขัด
bung in[PHRV] ขัดจังหวะ (คำไม่เป็นทางการ), See also: พูดแทรก
burst in on[PHRV] รีบขัดจังหวะ, Syn. break in on
butt in[PHRV] พูดขัดจังหวะ
casus belli[N] เหตุการณ์ที่ก่อให้เกิดสงคราม, See also: ต้นเหตุของความขัดแย้ง
chafe[N] ความร้อนที่เกิดจากการขัดถู, Syn. heat
chafe[VT] ถลอกจากการขัดถู
chafe[VI] ถลอกจากการขัดถู
chafe[N] รอยถลอกที่เกิดจาการขัดถู
choke[VI] สำลัก, See also: หายใจขัด, Syn. stifle, suffocate, smother
clash[VT] ขัดแย้ง
clash[VI] ขัดแย้ง, Syn. conflict, fail to harmonize

English-Thai: HOPE Dictionary [with local updates]
abradant(อะเบรด' ดันท) n. สารขัดถู
abrade(อะเบรด') vt. ขัด,ถู,ชะ,ครูด, Syn. erode)
abrasion(อะเบร' เชิน) n. บริเวณถลอก, รอยถลอก, รอยขัด, รอยสึก, การถลอก (ขัด,สึก)
abrasive(อะเบร' ซิฟว) n.,adj. สารหรือสิ่งที่ใช้ขัดหรือถูหรือกัดกร่อน, ซึ่งกัดกร่อน
acaroid resinยางไม้สีแดงหรือเหลืองที่ใช้ในการทำยาขัดหรือ Lacquers (accroides gum)
age of consentขัดอายุอย่างต่ำที่หญิงยินยอมชายได้ในการแต่งงานหรือร่วมเพศ
agon(แอก' ออน) n., (pl. agones) การแข่งขันที่มีการให้รางวัล, ความขัดแย้ง
antinomy((แอนทิน' โนมี) n. ความขัดแย้งกันระหว่างกฎหรือหลักการ, คำพูดหรือข้อความที่ขัดกันเอง. -antinoic (al) adj., (contradiction)
argumentative(อาร์กิวเมนเท'ทิฟว) adj. ชอบโต้เถียง,เกี่ยวกับโต้เถียง,ขัดแย้ง, Syn. disputatious, contentious ###A. amenable)
backing storeหน่วยเก็บหนุนหน่วยเก็บข้อมูล ที่ใช้เป็นที่เก็บหนุน หรือเก็บข้อมูลสำรองไว้ ในกรณีที่หน่วยเก็บที่ใช้งานอยู่เกิดขัดข้อง หรือเสียหาย ก็อาจใช้หน่วยเก็บหนุนนี้แทนได้ โดยทั่วไปก็จะหมายถึงหน่วยเก็บความจำอื่น ๆ นอกไปจากหน่วยความจำหลัก (main memory) เป็นต้นว่าสื่อต่าง ๆ เช่น แถบบันทึก (tape) หรือจานบันทึก (disk) มีความหมายเหมือน auxiliary storage หรือ backup storage
backup storageหน่วยเก็บสำรอง <คำแปล>หมายถึง หน่วยเก็บข้อมูลที่ใช้เป็นที่เก็บหนุน หรือเก็บข้อมูลสำรองไว้ ในกรณีที่หน่วยเก็บที่ใช้งานอยู่เกิดขัดข้อง หรือเสียหาย ก็อาจใช้หน่วยเก็บสำรองแทนได้ โดยทั่วไปก็จะหมายถึงหน่วยความจำอื่น ๆ นอกไปจากหน่วยความจำหลัก (main memory) เป็นต้นว่าสื่อต่าง ๆ เช่น แถบบันทึก (tape) หรือจานบันทึก (disk) มีความหมายเหมือน auxiliary storage หรือ backing store
balk(บอล์ค) vi.,vt. หยุด,ชะงัก,ขัดขวาง,คัดค้าน n. การหยุดยั้ง,ความพ่ายแพ้,ความผิดหวัง,ที่ดินที่ไม่ได้ไถ,ไม้ขนาดใหญ่สำหรับก่อสร้าง, See also: balker n. ดูbalk, Syn. frustrate
belie(บิไล') {belied,belieing,belies} vt. แสดงให้เห็นว่าไม่จริง,ขัดแย้ง,ไม่ตรงกับ,ใส่ความ,ทำให้คนอื่นเข้าใจผิด, See also: belier n., Syn. disguise
belt(เบลทฺ) {belted,belting,belts} n. เข็มขัด,สายคาดเอว,สาย,ทางโค้ง,ทางรถไฟฟ้า,ดื่มอึกใหญ่,การโจมตี,แนว,เทือก vt. รัดเข็มขัด,คาดสาย,ใช้สายคาด,ใช้เข็มขัดหรือสายคาดตี,ตี,ร้อง (เพลง) เสียงดัง, Syn. girdle
blanket(แบลง'คิท) n. ผ้าห่ม,ผ้าห่มขนสัตว์,ผ้าขนสัตว์,ผ้าไหมพรม,พรม,แผ่นชั้น vt. ห่ม,คลุม,ขัดขวาง,ยุ่ง,ดับไฟ,ติดลม adj. ซึ่งปกคลุม, Syn. coverlet,cover,robe
block(บลอค) {blocked,blocking,blocks} n. ท่อนไม้,ท่อนหิน,ก้อนใหญ่,ชิ้นใหญ่,ห่อดินระเบิด,แท่นโลหะ,เขียง,แม่พิมพ์,ลูกรอก,ตะแลงแกง,ตึกที่แบ่งออกเป็นส่วน,เครื่องกีดขวาง,ทั้งแถว,ทั้งก้อน,ทั้งปีก,ตึกใหญ่,คฤหาสน์ใหญ่,อุปสรรค,การขัดขวาง,เขตหนึ่งของตัวเมือง,เขตห่างไกลท
blockade(บลอค'เคด) n. การปิดล้อม,การขัดขวาง vt. ปิดล้อม, Syn. obstruction
blockage(บลอค'คิจฺ) n. การอุด,การปิดล้อม,การขัดขวาง,ภาวะที่ถูกปิด,ภาวะที่ถูกขัดขวาง
blooey(บลู'อี) adj. ติดขัด,มีข้อเสีย,ผิดพลาด
blooie(บลู'อี) adj. ติดขัด,มีข้อเสีย,ผิดพลาด
boot(บูท) {booted,booting,boots} n. รองเท้าหุ้มข้อเท้า,รองเท้าบู๊ท,เครื่องหุ้มคล้ายปลอก,ฝาครอบป้องกัน,ปลอกหุ้มเบาะ,โครงรถ,เครื่องรัดทรมานข้อเท้า,การเตะ,การถีบ,การปลดออก vt. สวมรองเท้าบู๊ท,เตะ,ถีบ เริ่มต้นใหม่เริ่มเครื่องใหม่หมายถึง การเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ให้เริ่มต้นทำงาน (ว่ากันว่า คำ "boot" นี้ มาจากคำว่า "bootstrap" เบื้องหลังการใช้คำ ๆ นี้ อยู่ที่การขู่ว่า ถ้าไม่ทำงานแล้วละก็ โดนรองเท้าบู๊ตแน่ ๆ เลย) การเริ่มเครื่องใหม่นั้น โดยปกติ เมื่อกดสวิตช์เปิดแล้ว คอมพิวเตอร์จะเริ่มต้นทำงานด้วยการอ่านจานบันทึกในหน่วยบันทึก A: ถ้าในหน่วยบันทึก A: ไม่มีจานบันทึก ก็จะไปอ่านจานบันทึก C: (จะไม่สนใจหน่วยบันทึก B: เลย) ถ้ามีจานบันทึกใน A: จานบันทึกนั้นจะต้องมีคำสั่งระบบ (แฟ้มข้อมูล command.com) อยู่ คอมพิวเตอร์จึงจะเริ่มต้นทำงานต่อไปได้ ถ้าจานบันทึกใน A: ไม่มีคำสั่งระบบ จะมีรายงานบนจอภาพว่าเป็น "non-system disk" ในกรณีเช่นนี้ต้องเปลี่ยน แผ่น A: หรือดึงแผ่น A: ออก แล้วเริ่มต้นใหม่จาก หน่วยบันทึก C: (ถ้ามี) อนึ่ง การเริ่มเครื่องใหม่นั้น ทำได้ 2 วิธี วิธีแรกเริ่มด้วยการเปิดสวิตช์ที่เครื่องคอมพิวเตอร์ตามที่ได้อธิบายแล้ว เรียกว่า "cold boot" อีกวิธีหนึ่งที่ใช้เมื่อมีการเปิดเครื่องอยู่ก่อนแล้ว แต่ต้องการเริ่มเครื่องใหม่ หรือเครื่องเกิดขัดข้องหรือค้าง (hang) ให้ กดแป้น CTRL +ALT +DEL เรียกว่า "warm boot"
boots(บูทช) n. คนขัดรองเท้า -pl. boots
bottleneck(บอท'เทิลเนค) n. ทางเข้าที่แคบสถานที่หรือระยะเวลาที่อยู่ในภาวะลำบาก vt. ขัดขวาง vt. อุดตัน,อยู่ในภาวะที่ลำบาก
breathlessadj. ขาดลมหายใจ,ขาดใจตาย,หอบ,ไม่มีลม,ไม่เคลื่อนไหว,อยู่นิ่ง,ทำให้หายใจขัด, See also: breathlessness n. ดูbreathless
buckle(บัค'เคิล) n. หัวเข็มขัด,กระดุม vt. กลัดแน่น,รัดแน่น,ติดแน่น vt. รัดเข็มขัด,ติดกระดุม,งอ,โค้ง,ยอม,ยอมจำนน, Syn. clip
buffer(บัฟ'เฟอะ) {buffered,buffering,buffers} n. ตัวกันชน,สารที่สามารถทำให้ทั้งกรดและด่างเป็นกลาง,เครื่องขัดเงา,คนงานขัดเงา vt. ใส่ตัวทำให้กรดหรือด่างเป็นกลาง,ผ่อนคลาย,ปกป้อง,กันชน, Syn. cushion ที่พัก (ข้อมูล) กันชนบัฟเฟอร์ในกรณีที่อัตราความเร็วในการทำงานของอุปกรณ์บางอย่างมีความเร็วไม่เท่ากัน เป็นต้นว่า เครื่องพิมพ์และหน่วยประมวลผลซึ่งทำงานด้วยความเร็วที่แตกต่างกันมาก คอมพิวเตอร์ประมวลผลเสร็จแล้วจึงต้องส่งผลมารออยู่ที่บัฟเฟอร์ก่อน เพราะเครื่องพิมพ์จะใช้เวลามากกว่าในการพิมพ์ (พิมพ์ตามไม่ทัน) เราจะพบบ่อย ๆ ว่า แม้ว่าจะสั่งให้หยุดพิมพ์ แต่เครื่องพิมพ์จะไม่หยุดทันที ทั้งนี้เป็นเพราะมีข้อมูลที่คอมพิวเตอร์ส่งไปรออยู่ที่บัฟเฟอร์แล้ว เครื่องพิมพ์จะต้องพิมพ์จนหมดข้อมูลในบัฟเฟอร์นี้ จึงจะหยุด คอมพิวเตอร์นั้นจะมีที่พักข้อมูลทั้งเมื่อรับข้อมูลเข้าและเมื่อส่งข้อมูลออก อันที่จริง บัฟเฟอร์ก็เป็นส่วนหนึ่งของหน่วยความจำนั่นเอง
burnish(เบอร์'นิ?) {burnished,burnishing,burnishes} vt. ขัดเงา,ขัดให้วาว vi. เป็นวาว. n. ความเป็นวาว,ความแวววาว., See also: burnisher n. ดูburnish burnishment n. ดูburnish
buts(บัทซ) n.,pl. ความขัดข้อง,การปฏิเสธ
cabochonn. หินมีค่าขัดเป็นวาวแต่ยังไม่ได้เจียระไน
card jamบัตรติดขัดหมายถึง การที่บัตรเกิดสับสนขึ้นภายในเครื่องอ่านบัตร (card reader) ซึ่งอาจเกิดจากการเจาะไม่ตรงรู บัตรยับหรือขาด เมื่อเครื่องอ่านบัตรอ่านมาถึงบัตรนั้นก็จะหยุด เพราะอ่านต่อไปไม่ได้ ดู card reader ประกอบ
cdabbr. ธาตุ cadmium, แผ่นซีดี ย่อมาจาก compact disk แปลตามตัวอักษรว่า จานบันทึกอัดแน่น มีลักษณะเป็นแผ่นจานกลม ๆ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 12 ซม. ใช้เป็นที่เก็บข้อมูล จานบันทึกนี้มีความจุสูงมาก (ประมาณ 600ล้านตัวอักษร) ปัจจุบันมีอุปกรณ์ใช้อ่านข้อมูลจากจานบันทึกนี้ได้ แต่การบันทึกข้อมูลลง ยังทำไม่ได้ง่าย ๆ ต้องมีเครื่องพิเศษเฉพาะ บันทึกได้ทั้งข้อมูลธรรมดา เพลง ภาพยนตร์ ปัจจุบันเป็นที่นิยมใช้มาก เพราะราคาถูก ความจุสูง แต่ยังติดขัดในปัญหาบางประการในเรื่องการบันทึกข้อมูลลง ดู CD ROM ประกอบ 2. ย่อมาจากคำ Change Directory เป็นคำสั่งในระบบดอสที่สั่งให้เข้าไปในสารบบ (directory) ใดสารบบหนึ่ง หรือออกจากสารบบใดสารบบหนึ่ง เช่น C:/>CD <ชื่อสารบบ> \ (หมายความว่าให้เข้าไปในสารบบชื่อนั้น) C:> CD\ (หมายความว่า ให้ออกจากสารบบที่อยู่)
challenge(แชล'ลินจฺ) v.,n. (การ) ท้า,ท้าทาย,ท้าดวล,ขอประลองฝีมือ,เรียกร้อง,แสดงข้อคิดเห็นขัดแย้ง
chape(เชพ) n. หัวหุ้มโลหะ,ปลอกหนังที่เคลื่อนที่ได้ของสายหนังเข็มขัด
chintz(ชินทฺซ) n. สิ่งทอผ้าฝ้ายที่มีลายดอกขัดมัน
choke(โชค) vt. ทำให้หายใจขัด,ทำให้สำลัก,สกัด,กลั้น,จุกแน่น,ดับ,ห้าม,ยับยั้ง vi. สำลัก,ถูกอุด,ถูกสกัด,ตัน -n. การสำลัก,การอุดตัน, Syn. garrotte, See also: choker n.
cincture(ซิง'เซอะ) n. สายเข็มขัด,สายรัด,สายรัดเอว,การโอบ
clash(แคล?) {clashed,clashing,clashes} vi. เสียงดังกระทบกัน,ปะทะโครม,ขัดแย้ง vt. ชนเสียงดัง n. เสียงดังปะทะ,ความขัดแย้ง,การต่อสู้การต่อต้าน,สงคราม
clasp(คลาสพฺ) {clasped,clasping,clasps} n. เข็มขัด,กลัด,ขอเกี่ยว,กระดุม,ที่หนีบ,การโอดกอด,การจับมือกัน,การประสานกัน,วงแขน,การพันกันแน่น vt. กลัด,กลัดกระดุม,กอด,กำหนีบ,ยึดติด
clog(คลอก) {clogged,clogging,clogs} v. ขัดขวาง,เต็มไปด้วย,อุดตัน,ติดเกาะ,ติดกัน,n. สิ่งที่ขัดขวาง,อุปสรรค,รองเท้าส้นไม้., See also: clogginess n. ดูclog cloggy adj. ดูclog, Syn. choke,
clot(คลอท) n. ก้อนเลือดที่แข็งตัว,ก้อนเล็ก ๆ ,กลุ่มเล็ก ๆ ,คนโง่. vi. จับตัวเป็นก้อน vt. ทำให้จับตัวเป็นก้อน,ปกคลุมไปด้วยก้อนเล็ก ๆ ,ทำให้หยุด,ขัดขวาง., See also: clotty adj., Syn. lump
collide(คะไลดฺ') {collided,colliding,collides} vi. ปะทะกันโครม,ชนกันโครม,ขัดแย้ง, Syn. smash -Conf. knock
collision(คะลิส'เชิน) n. การปะทะกันโครม,ความขัดแย้ง,, Syn. clash
combat(v. คัมแบท',n. คอม'แบท) {combated,combating,combats} vt. ต่อสู้,ต่อต้าน,รบกับ vi. ต่อสู้ n. การรบ,การต่อสู้,ความขัดแย้ง, Syn. fight
conflict(คอน'ฟลิคทฺ) n. การต่อสู้,การเป็นปรปักษ์,การขัดแย้ง,การทะเลาะ,สงคราม,การสู้รบ. vi. ปะทะ,ต่อสู้,ทะเลาะ, See also: conflictingly adv. confliction n. ดูconflict conflictive adj. ดูconflict conflictory adj. ดูconflict คำที่มีความหมายเหมือ
conflict of interestn. การขัดผลประโยชน์
conflict of lawsn. การขัดกันของกฎหมาย
contestation(คอนเทสเท'เชิน) n. การแข่งขัน,ความขัดแย้ง,การโต้เถียง
contradiction(คอนทระดิค'เชิน) n. การโต้แย้ง,การเถียง,ความขัดแย้ง,ความไม่ลงรอยกัน
contradictory(คอนทระดิค'ทะรี) adj. ซึ่งขัดแย้ง,ซึ่งไม่ลงรอยกัน,ซึ่งตรงกันข้าม n. ข้อเสนอที่ขัดแย้งกับข้อเสนออื่น.
contraindicatevt. (ยาชนิดหนึ่ง) ขัดแย้งกับ (ยาอีกชนิดหนึ่ง) โดยทำให้เกิดอาการได้, See also: contraindication n.

English-Thai: Nontri Dictionary
abrade(vt) ขูด,ขัด,ถู,ชะ,ครูด,ถลอก
abrasive(n) สิ่งที่ใช้ขัดถู
adversity(n) ความขัดสน,ความทุกข์ยาก,ภัยพิบัติ,ความเคราะห์ร้าย
argumentative(adj) ชอบโต้แย้ง,ชอบโต้เถียง,ชอบเถียง,ชอบขัดแย้ง
attrition(n) การล้างผลาญ,การขัดสี,การสึกกร่อน
belt(n) เข็มขัด,สายคาดเอว,แนว,ทิว,เขต,สายพาน
belt(vt) รัดเข็มขัด
blacking(n) ยาขัดสีดำ
block(vt) สกัด,กีดกัน,ขัดขวาง,ต้าน,ปิดล้อม
blockade(n) การปิดล้อม,การกั้นด่าน,การขัดขวาง
blockade(vt) กีดกั้น,ปิดล้อม,กั้นด่าน,ขัดขวาง
blockage(n) การปิดล้อม,การอุด,การขัดขวาง
bootblack(n) คนขัดรองเท้า
buckle(n) ขอ,หัวเข็มขัด,ห่วง,กระดุม
buckle(vt) งอ,โค้ง,คาด(พุง),ผูก(อาน),ติด(กระดุม),รัด(เข็มขัด)
choke(vt) ทำให้สำลัก,ทำให้หายใจขัด,ทำให้หายใจไม่ออก
cincture(n) เข็มขัด,สายรัด,สายคาด
cincture(vt) รัดเข็มขัด
clash(n) การทะเลาะ,การปะทะ,การขัดแย้ง
clash(vt) ปะทะกัน,ชนกัน,กระทบกัน,ขัดแย้งกัน,โต้แย้งกัน,ทะเลาะกัน
clog(n) เครื่องถ่วง,สิ่งที่ขัดขวาง,อุปสรรค
clog(vt) ขัดขวาง,ถ่วง,ทำให้ตัน,อุด,กีดขวาง
collide(vt) ชน,กระแทก,ปะทะกัน,ขัดแย้ง,ไม่เห็นด้วย
collision(n) การปะทะกัน,การกระทบกัน,ความขัดแย้ง
combat(n) การต่อสู้,การต่อต้าน,การรบ,ความขัดแย้ง
compliant(adj) ยินยอม,ซึ่งยอมตาม,ไม่ขัดขืน,ว่าง่าย,ซึ่งเชื่อฟัง
comply(vi) ยินยอม,อนุโลม,เชื่อฟัง,ไม่ขัดขืน,ว่าง่าย
conflict(vt) ตรงกันข้าม,ปะทะ,ทะเลาะ,ขัดกัน
contradictory(adj) ซึ่งตรงกันข้าม,ซึ่งขัดแย้ง,ซึ่งไม่ลงรอยกัน
contrariety(n) สิ่งที่ขัดกัน,ความตรงกันข้าม
contrary(n) ความขัดกัน,ความตรงกันข้าม,ความดื้อรั้น
controversy(n) ความขัดแย้ง,การโต้แย้ง,การโต้เถียง,การเถียง,การโต้คารม
counteract(vt) ตอบโต้,ขัดขวาง,ถ่วง,แก้,ต่อต้าน
cross(vt) ข้าม,กากบาท,ขีดฆ่า,ผสมข้ามพันธุ์,ไขว้,ขัดขวาง,ต่อต้าน
CROSS-cross-legged(adj) ซึ่งนั่งไขว้ขา,ซึ่งนั่งไขว่ห้าง,ซึ่งนั่งขัดสมาธิ
debar(vt) กั้น,กีดกั้น,ขัดขวาง,ห้าม,ยับยั้ง
defiance(n) การยั่ว,การขัดขืน,การท้า,การต่อต้าน
defy(vt) ท้าทาย,ฝ่าฝืน,ดื้อดึง,ต้านทาน,ขัดขืน,เป็นปรปักษ์
deter(vt) ขัดขวาง,กีดกั้น,กีดขวาง,ยับยั้ง,ป้องกัน
difficult(adj) ยาก,ยุ่งยาก,ลำบาก,มีอุปสรรค,ขัดสน
disobedient(adj) ดื้อดึง,ดื้อรั้น,ดื้อแพ่ง,ขัดขืน,ไม่เชื่อฟัง
disobey(vt) ไม่เชื่อฟัง,ขัดขืน,ดื้อดึง,ดื้อรั้น,ดื้อแพ่ง
disoblige(vt) ไม่ยอมตาม,ขัดขืน,ดื้อ
dissension(n) การทะเลาะ,การวิวาท,ความขัดแย้ง,ความไม่เห็นด้วย,ความไม่ลงรอยกัน
dissent(n) ความขัดแย้ง,ความแตกแยก,ความไม่เห็นด้วย,ความแตกร้าว
dissent(vi) ไม่เห็นด้วย,คัดค้าน,ขัดแย้ง,แตกร้าว,ทะเลาะ,ไม่ลงรอยกัน
dissenter(n) ผู้คัดค้าน,ผู้ขัดแย้ง,ผู้ไม่เห็นด้วย
dissidence(n) ความขัดแย้ง,การไม่เห็นด้วย,ความไม่ลงรอยกัน
expostulate(vt) ขัดแย้ง,ทัดทาน,ว่ากล่าว,ตักเตือน,เตือน
expostulation(n) การขัดแย้ง,การทัดทาน,การว่ากล่าว,การตักเตือน

English-Thai: Longdo Dictionary (UNAPPROVED version -- use with care )
*tonewashed {adj}; mit Steinen ausgewaschen [textil* (adj) (เสื้อผ้า โดยเฉพาะ jeans) ที่ซักด้วยการใช้หินก้อนเล็กขัดถู ให้ดูว่าเก่าและซีดลงจากเดิม
See also: R. stone wash
cause of difficultyเหตุขัดข้อง
conflict of opinion (phrase ) ความขัดแย้งทางความคิด
exfoliateขัดผิว (เพื่อให้ผิวที่ตายแล้วหลุดออก)
honeหินลับมีด ทำให้คม ขัดเกลา
intercalary (adj) ขวางกัน สอดขั้นไว้ ขัดขวาง เกิน อธิกะ เพิ่มเติม
interveneขัดทรัพย์
obstruction of justice (n) การขัดขวางกระบวนการยุติธรรม
screed (n) ผิวซีเมนตขัดหยาบ
shöshineman (n) คนขัดรองเท้า
well-craftedขัดเกลา ปรุงแต่งอย่างประณีตงดงาม
whistle-blower (n ) ผู้แจ้งเบาะแส, ผู้แจ้งเหตุ, ผู้แจ้งหรือให้ข้อมูลแก่ทางการหรือสาธารณะว่าบริษัทตนกระทำผิดหรือขัดต่อกฎหมาย
See also: R. whistle-blowing
wholegrain (n ) ธัญพืชที่ผ่านกระบวนการขัดสีน้อย
See also: S. whole-grain; whole seed,

Japanese-Thai: Longdo Dictionary
障害[しょうがい, shougai] (vt) ขัดข้อง, มีปัญหา

Japanese-Thai: Longdo Dictionary (UNAPPROVED version -- use with care )
故障[こしょう, koshou] การชำรุดเสียหาย ความขัดข้อง สิ่งกีดกันหรือปัญหาที่ทำให้หยุดชะงัก
矛盾[むじゅん, mujun] ขัดแย้ง ไปด้วยกันไม่ได้ ขัดกัน
摩耗[まもう, mamou] การขัดถู ทำลายด้วยการขัดออก
摩耗[まもう, mamou] การขัดถู ทำลายด้วยการขัดออก
摩耗[まもう, mamou] (n ) การขัดถู ทำลายด้วยการขัดออก
争い[あらそい, arasoi] โต้เถียง,ขัดแย้ง,โต้แย้ง,ทะเลาะ

Japanese-Thai: Saikam Dictionary
遮る[さえぎる, saegiru] Thai: ขัด English: to intercept
磨く[みがく, migaku] Thai: ขัดเงา English: to polish
妨げる[さまたげる, samatageru] Thai: ขัดขวาง English: to prevent
割込む[わりこむ, warikomu] Thai: แทรก ขัดจังหวะ ขัดคอ English: to interrupt

German-Thai: Longdo Dictionary
Es ist doch gut.มันก็ดีออกนี่ หรือ แต่มันดีนะ(ดีจริง ไม่ประชด), doch ใช้เสริมเพื่อขัดกับประโยคหรือบทสนทนาก่อนหน้านั้น อาจแปลว่า แต่
jedoch(Konj.) แต่ (เป็นคำที่ไพเราะกว่า aber มักใช้ในภาษาเขียน ใช้บ่งสิ่งที่ขัดแย้งกัน) เช่น Er wollte seine Eltern besuchen, tat jedoch nicht. เขาอยากไปเยี่ยมพ่อแม่ แต่ก็ไม่ได้ทำ, See also: S. aber, doch
verhindern(vt) |verhinderte, hat verhindert| ขัดขวาง, ป้องกัน, ยับยั้ง
putzen(vt) |putzte, hat geputzt| ทำความสะอาด ขัดถู
Kampf(n) |der, pl. Kämpfe| ความขัดแย้ง, See also: der Konflikt
seltsamerweise(adv) แปลกที่, ที่ขัดแย้งกัน
Wiederstand leistenต่อต้าน, ขัดขวาง, สกัดกั้น, See also: wiederstehen
Panne(n) |die, pl. Pannen| ข้อผิดพลาดหรือความขัดข้องทางเทคนิค เช่น Bei dem Empfang gab es mehrere Pannen: erst funktionierte das Mikrofon des Redners nicht, und dann kam der Dolmetscher auch noch zu spät. = ระหว่างพิธีต้อนรับมีความขัดข้องทางเทคนิคเกิดขึ้นมากมาย ตอนแรกไมโครโฟนของพิธีกรไม่ทำงาน และล่าม(นักแปล)ยังมาสายอีกด้วย
wachstumhemmend(adj) ที่ไม่เอื้อ, ยับยั้ง, ขัดขวาง ต่อการเจริญเติบโต, See also: A. wachstumfördernd,
wennถ้า, เมื่อ(บ่งเงื่อนไข) เช่น Ich besuche dich wenn du nichts dagegen hast. ฉันจะไปหาเธอถ้าเธอไม่มีอะไรขัดข้องนะ
blockieren(vt) |blockierte, hat blockiert| ขัดขวาง, See also: durchkreuzen, stören S. verhindern,
reiben(vt) |rieb, hat gerieben| ขัดถู, ขยี้ เช่น Ich habe mir die Augen gerieben und genau hingeschaut. ฉันขยี้ตาตัวเองแล้วก็มองไปที่นั่นอย่างละเอียดถี่ถ้วน

German-Thai: Longdo Dictionary (UNAPPROVED version -- use with care )
estrich (n) ผิวซีเมนตขัดหยาบ

Are you satisfied with the result?


Discussions

Go to Top