ผลลัพธ์การค้นหาสำหรับ

*ขอบเขต*

   
337 รายการ
ลองค้นหาคำในรูปแบบอื่น ๆ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์มากขึ้นหรือน้อยลง: ขอบเขต, -ขอบเขต-
Longdo Dictionary ภาษา ศัพท์แพทย์ศาสตร์สำหรับคนไทย (MED) - ไทย (TH) (UNAPPROVED version -- use with care )
Terms of Reference (n phrase ) ขอบเขตของงาน, รายละเอียด เงื่อนไขหรือข้อกำหนด, ข้อกำหนดการศึกษา

Thai-English: NECTEC's Lexitron-2 Dictionary [with local updates]
ขอบเขต[N] boundary, See also: range, extent, bound, border, precinct, Syn. อาณาเขต, ขอบข่าย, เขต, บริเวณ, Example: การจัดการเรียนการสอนเฉพาะในขอบเขตห้องเรียนย่อมไม่ก่อให้เกิดผลต่อการพัฒนาการเรียนการสอน
ขอบเขต[N] limit, See also: confine, scope, margin, Syn. ข้อจำกัด, ข้อกำหนด, เงื่อนไข, Example: การเล่นกีฬาต้องอยู่ในขอบเขตที่กำหนดไว้
[ประธานคณะกรรมการมีกำหนดจะประกาศรายชื่อนักการเมืองที่อยู่ในข่ายต้องสงสัยเรื่องการทุจริต]
นอกขอบเขต[N] outside the scope of, Ant. ในขอบเขต, ภายในขอบเขต, Example: การกระทำของคุณตอนนี้อยู่นอกขอบเขตแล้วนะ, Thai definition: ออกนอกบริเวณที่กำหนดไว้
เกินขอบเขต[ADV] over the limit, Syn. เลยขอบเขต, Ant. ในขอบเขต, Example: รถคันนั้นขับเร็วเกินขอบเขตที่กฎหมายกำหนด, Thai definition: ที่เลยจากขอบเขตที่กำหนดไว้
เกินขอบเขต[V] be over the limit, Syn. เลยขอบเขต, Ant. ในขอบเขต, Example: ท่านจงมีความหยิ่งในชาติกำเนิดของท่าน แต่อย่าหยิ่งจนเกินขอบเขต, Thai definition: เลยจากขอบเขตที่กำหนดไว้
ทำเกินขอบเขต[V] overstep, Example: ชาวบ้านรู้สึกว่าผู้ใหญ่บ้านทำเกินขอบเขตกว่าอำนาจที่ตนมี

ไทย-ไทย: พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔
ขอบเขตน. อาณาเขต, ขอบข่าย, ข้อจำกัด.
กง ๒ไร่ล้มลุกที่ถางป่าเป็นหย่อม ๆ ตามเนื้อที่และกั้นเป็นขอบเขตไว้.
กรอบ ๑(กฺรอบ) น. สิ่งที่ประกอบตามริมวัตถุมีรูปภาพเป็นต้น, โดยปริยายหมายความว่า ขอบเขตกำหนด เช่น ทำงานอยู่ในกรอบ.
ข้อจำกัดน. สิ่งที่กำหนดขอบเขตสิทธิหรืออำนาจไว้โดยเฉพาะ.
ขอบข่ายน. ขอบเขตงานหรือความรู้ที่อยู่ในความรับผิดชอบ.
ข่ายขอบเขต เช่น เรื่องนี้ไม่อยู่ในข่ายที่จะพิจารณา.
คะนองพูดหรือทำเกินขอบเขต เช่น คะนองปาก คะนองมือ
แดนแห่งกรรมสิทธิ์น. ขอบเขตแห่งกรรมสิทธิ์ เช่น แดนแห่งกรรมสิทธิ์ที่ดิน กินทั้งเหนือพ้นพื้นดินและใต้พื้นดินด้วย.
ตราสารจัดตั้งน. หนังสือสำคัญก่อตั้งนิติบุคคลที่กำหนดขอบเขตแห่งอำนาจหน้าที่หรือวัตถุประสงค์ของนิติบุคคลนั้น.
ทวีป(ทะวีบ) น. เปลือกโลกส่วนที่เป็นพื้นดินซึ่งมีขนาดใหญ่โตกว้างขวาง มี ๗ ทวีป คือ เอเชีย ยุโรป ออสเตรเลีย แอฟริกา อเมริกาเหนือ อเมริกาใต้ และแอนตาร์กติกา บางทวีปกำหนดนํ้าล้อมรอบเป็นขอบเขต เช่น ทวีปออสเตรเลีย ทวีปแอนตาร์กติกา บางทวีปกำหนดภูเขา ทะเล แหล่งอารยธรรมเป็นต้น เป็นแนวแบ่งเขต เช่น ทวีปเอเชีย ทวีปยุโรป
บริเวณ(บอริเวน) น. พื้นที่ภายในขอบเขตที่กำหนดไว้ เช่น บริเวณบ้าน บริเวณโบสถ์ บริเวณวัด บริเวณสนามหลวง.
บุก ๒ก. ฝ่าเข้าไปในบริเวณที่มีขอบเขตกั้นไว้หรือมีสิ่งกีดขวางเป็นต้น เช่น บุกป่า บุกเข้าไปในค่ายทหาร, โดยปริยายหมายถึง ไปถึงด้วยความลำบาก เช่น อุตส่าห์บุกมาถึงบ้าน.
เปรตวิษัย, เปรตวิสัย(เปฺรดตะ-) น. ภูมิหรือขอบเขตที่อยู่แห่งเปรต, เปตวิสัย ก็ใช้. (ส. ไปตฺรฺย + วิษฺย; ป. เปตฺติวิสย).
ฝั่งน. ที่ดินริมนํ้าเป็นขอบเขตทะเล แม่นํ้า ลำคลอง เป็นต้น.
พร่ำเพรื่อ(-เพฺรื่อ) ว. เกินขอบเขต, บ่อย ๆ ไม่เป็นกิจจะลักษณะ, เช่น พูดพร่ำเพรื่อ, เพรื่อ ก็ว่า.
พิธีมณฑลน. บริเวณที่กำหนดขึ้นเพื่อประกอบพิธี เช่นกำหนดขอบเขตขึ้นด้วยการกั้นแผงราชวัติ ฉัตร หรือธง.
เพรื่อ(เพฺรื่อ) ว. เรี่ยราด เช่น น้ำหกเพรื่อ, เกินขอบเขต, บ่อย ๆ ไม่เป็นกิจจะลักษณะ, เช่น พูดเพรื่อ, พร่ำเพรื่อ ก็ว่า.
รู้เขารู้เราก. รู้จักขอบเขตความสามารถของตนเองและผู้อื่น.
ล้ำเส้นว. เกินขอบเขตที่กำหนด เช่น ล้ำเส้นเขตแดน เขาชอบทำงานล้ำเส้นคนอื่น.
วงน. รูปที่มีเส้นที่โค้งเข้ามาบรรจบกัน ล้อมรอบเป็นขอบเขตสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เช่น วงกลม วงรี, โดยปริยายหมายถึงลักษณะที่รวมกันเป็นหมู่เป็นกลุ่ม เช่น วงราชการ วงดนตรี
เวสสันดรน. พระนามพระโพธิสัตว์ชาติที่ ๑๐ ในทศชาติ, โดยปริยายหมายถึงผู้ที่มีใจกว้างขวางชอบให้ของแก่ผู้อื่นอย่างไม่มีขอบเขตจำกัด เช่น ใจกว้างเหมือนพระเวสสันดร มีอะไรให้เขาหมด.
แว่นแคว้นน. แผ่นดินซึ่งมีขอบเขตเป็นปริมณฑล เช่น แว่นแคว้นตะนาวศรี ฝ่ายเขาเล่าก็สามพารา เป็นใหญ่ในชวาแว่นแคว้น (อิเหนา).
สุดโต่งมากเกินขอบเขตที่ควรเป็น, ตึงหรือหย่อนเกินไป, เช่น การปฏิบัติสุดโต่ง.
เหลือวิสัยว. พ้นขอบเขตที่จะพึงทำ, พ้นความสามารถ.
อภิสิทธิ์น. สิทธินอกเหนือขอบเขต, สิทธิเหนือกฎหรือระเบียบที่วางไว้, สิทธิที่ได้รับนอกเหนือไปจากกฎหรือระเบียบที่วางไว้.
อันตรภาค(-พาก) น. ช่วงคะแนนหรือขอบเขตของคะแนนเป็นต้นในขั้นหนึ่ง ๆ ในตารางแจกแจงความถี่ เช่น อันตรภาคของคะแนนตั้งแต่ ๘๖-๑๐๐ เป็นอันดับ ๑.

อังกฤษ-ไทย: ศัพท์บัญญัติราชบัณฑิตยสถาน [เชื่อมโยงจาก royin.go.th แบบอัตโนมัติและผ่านการปรับแก้]
precinct๑. ขอบเขต, บริเวณ๒. ปริมณฑล [รัฐศาสตร์ ๑๗ ส.ค. ๒๕๔๔]
purviewบทกฎหมาย, ขอบเขตของบทกฎหมาย [นิติศาสตร์ ๑๑ มี.ค. ๒๕๔๕]
precinct๑. ขอบเขต, บริเวณ๒. ปริมณฑล [นิติศาสตร์ ๑๑ มี.ค. ๒๕๔๕]
lower boundขอบเขตล่าง [คณิตศาสตร์๑๙ ก.ค. ๒๕๔๗]
land boundariesขอบเขตที่ดิน [นิติศาสตร์ ๑๑ มี.ค. ๒๕๔๕]
least upper boundขอบเขตบนน้อยสุด [มีความหมายเหมือนกับ supremum] [คณิตศาสตร์๑๙ ก.ค. ๒๕๔๗]
restraint of tradeการจำกัดขอบเขตการค้า [รัฐศาสตร์ ๑๗ ส.ค. ๒๕๔๔]
restraint of tradeการจำกัดขอบเขตการค้า [นิติศาสตร์ ๑๑ มี.ค. ๒๕๔๕]
rule relating to territorial extentกฎว่าด้วยขอบเขตแห่งดินแดน [นิติศาสตร์ ๑๑ มี.ค. ๒๕๔๕]
separation of boundary layerการแยกของชั้นขอบเขต [พลังงาน ๒๖ ม.ค. ๒๕๔๕]
sphere of Monsonขอบเขตของมอนสัน [ทันตแพทยศาสตร์๑๓ มี.ค. ๒๕๔๕]
at largeอย่างเต็มที่, ไม่มีขอบเขต [นิติศาสตร์ ๑๑ มี.ค. ๒๕๔๕]
assay limitขอบเขตสอบวิเคราะห์ [ธรณีวิทยา๑๔ ม.ค. ๒๕๔๖]
acceptance, zone ofขอบเขตการบังคับบัญชาที่ยอมรับได้ [รัฐศาสตร์ ๑๗ ส.ค. ๒๕๔๔]
bounded aboveมีขอบเขตบน [คณิตศาสตร์๑๙ ก.ค. ๒๕๔๗]
bounded belowมีขอบเขตล่าง [คณิตศาสตร์๑๙ ก.ค. ๒๕๔๗]
bounded functionฟังก์ชันมีขอบเขต [คณิตศาสตร์๑๙ ก.ค. ๒๕๔๗]
bounded sequenceลำดับมีขอบเขต [คณิตศาสตร์๑๙ ก.ค. ๒๕๔๗]
bounded setเซตมีขอบเขต [คณิตศาสตร์๑๙ ก.ค. ๒๕๔๗]
boundedมีขอบเขต [คณิตศาสตร์๑๙ ก.ค. ๒๕๔๗]
bound๑. ขอบเขต๒. แบบมีขอบเขต [คณิตศาสตร์๑๙ ก.ค. ๒๕๔๗]
bound variableตัวแปรแบบมีขอบเขต [คณิตศาสตร์๑๙ ก.ค. ๒๕๔๗]
delimitation๑. การกำหนดเขต, การปักปันเขตแดน (ก. ระหว่างประเทศ)๒. การกำหนดขอบเขตอำนาจ (ก. ปกครอง) [นิติศาสตร์ ๑๑ มี.ค. ๒๕๔๕]
greatest lower boundขอบเขตล่างมากสุด [มีความหมายเหมือนกับ infimum] [คณิตศาสตร์๑๙ ก.ค. ๒๕๔๗]
file extentขอบเขตแฟ้ม [คอมพิวเตอร์ ๑๙ มิ.ย. ๒๕๔๔]
faunal provinceขอบเขตสัตวชาติ [ธรณีวิทยา๑๔ ม.ค. ๒๕๔๖]
extentขอบเขต, แดน [นิติศาสตร์ ๑๑ มี.ค. ๒๕๔๕]
extent of mortgageขอบเขตแห่งสิทธิจำนอง, สิทธิจำนองครอบเพียงใด (ปพพ.) [นิติศาสตร์ ๑๑ มี.ค. ๒๕๔๕]
escalation๑. การเพิ่มระดับ (การทำสงคราม)๒. การขยายขอบเขต (การทำสงคราม) [รัฐศาสตร์ ๑๗ ส.ค. ๒๕๔๔]
zone of acceptanceขอบเขตการบังคับบัญชาที่ยอมรับได้ [รัฐศาสตร์ ๑๗ ส.ค. ๒๕๔๔]
term๑. (ครรภ์)ครบกำหนด [มีความหมายเหมือนกับ term, full]๒. กำหนดเวลา๓. ขอบเขต๔. คำศัพท์ [แพทยศาสตร์ ๖ ส.ค. ๒๕๔๔]
territorial extent, rule relating toกฎว่าด้วยขอบเขตแห่งดินแดน [นิติศาสตร์ ๑๑ มี.ค. ๒๕๔๕]
trade, restraint ofการจำกัดขอบเขตการค้า [รัฐศาสตร์ ๑๗ ส.ค. ๒๕๔๔]
trade, restraint ofการจำกัดขอบเขตการค้า [นิติศาสตร์ ๑๑ มี.ค. ๒๕๔๕]
habemdum clauseข้อกำหนดขอบเขตแห่งกรรมสิทธิ์ (ในทรัพย์ที่ยกให้) [นิติศาสตร์ ๑๑ มี.ค. ๒๕๔๕]
unbounded aboveไม่มีขอบเขตบน [คณิตศาสตร์๑๙ ก.ค. ๒๕๔๗]
unbounded belowไม่มีขอบเขตล่าง [คณิตศาสตร์๑๙ ก.ค. ๒๕๔๗]
unbounded regionบริเวณไม่มีขอบเขต [คณิตศาสตร์๑๙ ก.ค. ๒๕๔๗]
unbounded sequenceลำดับไม่มีขอบเขต [คณิตศาสตร์๑๙ ก.ค. ๒๕๔๗]
upper boundขอบเขตบน [คณิตศาสตร์๑๙ ก.ค. ๒๕๔๗]

อังกฤษ-ไทย: คลังศัพท์ไทย โดย สวทช.
รั้วราชวัติเป็นเครื่องหมายกำหนดขอบเขตปริมณฑลพระราชพิธี [ศัพท์พระราชพิธี]
Delineation Wellหลุมสำรวจขอบเขต
หลุมประเมินผล (Appraisal well) ที่เจาะโดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อหาขอบเขตของแหล่งกักเก็บปิโตรเลียม [ปิโตรเลี่ยม]
systemระบบ, ที่รวมของส่วนประกอบต่างๆ ที่ทำงานร่วมกัน มีจุดประสงค์ร่วมกัน และมีขอบเขตโดยแน่ชัด เช่น คอมพิวเตอร์เป็นระบบ เพราะประกอบด้วยฮาร์ดแวร์และซอฟแวร์ที่ทำงานร่วมกัน เพื่อแก้ปัญหาตามที่ผู้ใช้กำหนด ร่างกายมนุษย์เป็นระบบเพราะประกอบด้วยอวัยวะต่างๆ ที่ทำงานร่วมกันโดยมีวัตถุประสงค์ที่จะให้ร่างกายมีชีวิตอยู่ ระบบทั้งหลายต้องรับอินพุดรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งเข้าไปในระบบ ต่อจากนั้นจึงนำอินพุดเหล่านั้นมาดำเนินการให้เกิดเป็นเอาท์พุต หรือปรับอินพุดหรือการดำเนินการให้เหมาะสมยิ่งขึ้น การนำเอาท์พุดมาพิจารณาแล้วปรับ ดังนี้เรียกว่า การป้อนกลับ (feedback) [คอมพิวเตอร์]
Eutrophication กระบวนการเจริญเติบโตเกินขอบเขต
เป็นกระบวนการที่เป็นตัวชักนำธาตุอาหารไปสู่ สิ่งมีชีวิต โดยเฉพาะ ธาตุฟอสฟอรัส ไนโตรเจน ฯลฯ โดยมีสาเหตุจากสภาพเทคโนโลยี ในปัจจุบันที่มนุษย์ใช้ปุ๋ยเคมีซึ่งมีส่วนประกอบของธาตุไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโปแตสเซียมอย่างมาก และธาตุอาหารเหล่านี้อาจ แพร่กระจายไปในพื้นที่บริเวณกว้างโดยการชะล้างของฝน และการชักนำของน้ำ เมื่อแพร่กระจายไปรวมตัวอยู่ในบริเวณใดเป็นจำนวนมาก พืชในบริเวณนั้นก็จะเจริญเติบโตและเพิ่มจำนวนมากเกินขอบเขต ซึ่งจะก่อให้เกิดอัตราดูดซึมธาตุอาหารอื่นเข้าไปสู่สิ่งมีชีวิตเพิ่มมากขึ้น จากอัตราปกติหรือเป็นจำนวนมาก [สิ่งแวดล้อม]
ASEAN Regional Forumการประชุมอาเซียนว่าด้วยความร่วมมือด้านการเมืองและความมั่นคงในภูมิภาค เอเชีย-แปซิฟิก " เป็นการประชุมระหว่างรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนกับรัฐมนตรี ต่างประเทศของประเทศคู่เจรจาของอาเซียน (Dialogue Partners) ได้แก่ ญี่ปุ่น สาธารณรัฐเกาหลี (เกาหลีใต้) สหรัฐอเมริกา แคนาดา ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ อินเดีย จีน รัสเซีย และสหภาพยุโรป ผู้สังเกตการณ์ (Observers) ของอาเซียน ได้แก่ ปาปัวนิวกินี และประเทศอื่น ๆ ที่มีบทบาทสำคัญในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เช่น มองโกเลียและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี (เกาหลีเหนือ) โดย ARF ได้ใช้ ""geographical footprint"" หรือขอบเขตทางภูมิศาสตร์ เป็นปัจจัยสำคัญเพื่อประกอบการพิจารณารับสมาชิกใหม่ ปัจจุบัน ARF มีประเทศสมาชิก 22 ประเทศ กับ 1 กลุ่ม (สหภาพยุโรป) โดยมีการประชุมเป็นประจำทุกปีในช่วงต่อเนื่องกับการประชุมรัฐมนตรี ต่างประเทศอาเซียน (ASEAN Ministerial Meeting - AMM) เป็นเวทีปรึกษาหารือเพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านการเมืองและความมั่นคง ระดับพหุภาคีในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก และพัฒนาแนวทางการ ดำเนินการทางการทูตเชิงป้องกัน (Preventive Diplomacy) ที่มุ่ง ป้องกันการเกิดและขยายตัวของความขัดแย้ง โดยใช้มาตรการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ (Confidence Building Measures - CBMs) ระหว่างกัน ทั้งนี้ ARF มีการประชุมระดับรัฐมนตรีครั้งที่ 1 ที่กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2537 และไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม ARF ระดับรัฐมนตรีอีกครั้ง ซึ่งเป็นครั้งที่ 7 ที่กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2543 นอกจากการประชุม ARF ประจำปีแล้วยังมีการดำเนินกิจกรรมระหว่างปี (Inter-sessional Activities) ในสองระดับ คือ กิจกรรมที่เป็นทางการ (Track I) และกิจกรรมที่ไม่เป็นทางการ (Track II) ซึ่งเป็นกิจกรรมที่จัดร่วมกันระหว่างรัฐบาลกับสถาบันวิชาการของ ประเทศผู้เข้าร่วม ARF ได้แก่ (1) การประชุมระหว่างปีกิจกรรมกลุ่มสนับสนุนว่าด้วยมาตรการสร้างความไว้เนื้อ เชื่อใจของ ARF (ARF Inter-sessional Support Group on Confidence Building Measures - ARF ISG on CBMs) (2) การประชุมระหว่างปีกิจกรรมเรื่องการบรรเทาภัยพิบัติของ ARF (ARF Inter-sessional Meeting on Disaster Relief - ARF ISM on DR) (3) การประชุมระหว่างปีกิจกรรมเรื่องการรักษาสันติภาพของ ARF (Inter-sessional Meeting on Peace-keeping Operations - ARF ISM on PKO) และ (4) การประชุมระหว่างปีกิจกรรมเรื่องการประสานและร่วมมือด้านการค้นหาและกู้ภัย ของ ARF (ARF Inter-sessional Meeting on Search and Rescue Coordination - ARF ISM on SAR) " [การทูต]
Conference on Disamamentการประชุมว่าด้วยการลดอาวุธ จัดตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2522 เพื่อเป็นเวทีเจรจาการลดอาวุธระหว่างประเทศ มีขอบเขตความรับผิดชอบเกี่ยวกับประเด็นด้านการลดอาวุธทุกด้าน และมีหน้าที่ รายงานต่อที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติทุกปี ปัจจุบันมีสมาชิก 65 ประเทศ(ไทยมิได้เป็นสมาชิก) โดยที่ผ่านมาประสบผลสำเร็จในการเจรจาจัดทำความตกลงระหว่างประเทศ ด้านการลดอาวุธหลายฉบับ ที่สำคัญได้แก่ สนธิสัญญาไม่แพร่อาวุธนิวเคลียร์ อนุสัญญาห้ามเคมี อนุสัญญาห้ามอาวุธชีวภาพ และสนธิสัญญาห้ามทดลองนิวเคลียร์โดยสมบูรณ์ [การทูต]
delimitationการกำหนดเขตแดน (ทางบก) / การแบ่งเขตแดน (ทางทะเล) การกำหนด หรือการอธิบาย หรือการจำกัดความขอบเขตของดินแดนของประเทศ [การทูต]
Gorbachev doctrineนโยบายหลักของกอร์บาชอฟ เป็นศัพท์ที่สื่อมวลชนของประเทศฝ่ายตะวันตกบัญญัติขึ้น ในตอนที่กำลังมีการริเริ่มใหม่ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เกี่ยวกับนโยบายต่างประเทศของโซเวียตในด้านความร่วมมือระหว่างประเทศอภิมหา อำนาจตั้งแต่ ค.ศ. 1985 เป็นต้นมา ภายใต้การนำของ นายมิคาอิล กอร์บาชอฟ ในระยะนั้น โซเวียตเริ่มเปลี่ยนทิศทางของสังคมภายในประเทศใหม่ โดยยึดหลักกลาสนอสต์ (Glasnost) ซึ่งหมายความว่า การเปิดกว้าง รวมทั้งหลักเปเรสตรอยก้า (Perestroika) อันหมายถึงการปรับเปลี่ยนโครงสร้างใหม่ในช่วงปี ค.ศ. 1985 ถึง 1986 บุคคลสำคัญชั้นนำของโซเวียตผู้มีอำนาจในการตัดสินใจนี้ ได้เล็งเห็นและสรุปว่าการที่ประเทศพยายามจะรักษาสถานภาพประเทศอภิมหาอำนาจ และครองความเป็นใหญ่ในแง่อุดมคติทางการเมืองของตนนั้นจำต้องแบกภาระทาง เศรษฐกิจอย่างหนักหน่วง แต่ประโยชน์ที่จะได้จริง ๆ นั้นกลับมีเพียงเล็กน้อย เขาเห็นว่า แม้ในสมัยเบรสเนฟ ซึ่งได้เห็นความพยายามอันล้มเหลงโดยสิ้นเชิงของสหรัฐฯ ในสงครามเวียดนาม การปฏิวัติทางสังคมนิยมที่เกิดขึ้นในแองโกล่า โมซัมบิค และในประเทศเอธิโอเปีย รวมทั้งกระแสการปฏิวัติทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นในแถบประเทศละตินอเมริกา ก็มิได้ทำให้สหภาพโซเวียตได้รับประโยชน์ หรือได้เปรียบอย่างเห็นทันตาแต่ประการใด แต่กลับกลายเป็นภาระหนักอย่างยิ่งเสียอีก แองโกล่ากับโมแซมบิคกลายสภาพเป็นลูกหนี้อย่างรวดเร็ว เอธิโอเปียต้องประสบกับภาวะขาดแคลนอาหารอย่างสาหัส และการที่โซเวียตใช้กำลังทหารเข้ารุกรานประเทศอัฟกานิสถานเมื่อปี ค.ศ. 1979 ทำให้ระบบการทหารและเศรษฐกิจของโซเวียตต้องเครียดหนักยิ่งขึ้น และการเกิดวิกฤตด้านพลังงาน (Energy) ในยุโรปภาคตะวันออกระหว่างปี ค.ศ. 1984-1985 กลับเป็นการสะสมปัญหาที่ยุ่งยากมากขึ้นไปอีก ขณะเดียวกันโซเวียตตกอยู่ในฐานะต้องพึ่งพาอาศัยประเทศภาคตะวันตกมากขึ้นทุก ขณะ ทั้งในด้านวิชาการทางเทคโนโลยี และในทางโภคภัณฑ์ธัญญาหารที่จำเป็นแก่การดำรงชีวิตของพลเมืองของตน ยิ่งไปกว่านั้น การที่เกิดการแข่งขันกันใหม่ด้านอาวุธยุทโธปกรณ์กับสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะแผนยุทธการของสหรัฐฯ ที่เรียกว่า SDI (U.S. Strategic Defense Initiative) ทำให้ต้องแบกภาระอันหนักอึ้งทางการเงินด้วยเหตุนี้โซเวียตจึงต้องทำการ ประเมินเป้าหมายและทิศทางการป้องกันประเทศใหม่ นโยบายหลักของกอร์บาซอฟนี่เองทำให้โซเวียตต้องหันมาญาติดี รวมถึงทำความตกลงกับสหรัฐฯ ในรูปสนธิสัญญาว่าด้วยกำลังนิวเคลียร์ในรัศมีปานกลาง (Intermediate Range Force หรือ INF) ซึ่งได้ลงนามกันในกรุงวอชิงตันเมื่อปี ค.ศ. 1987เหตุการณ์นี้ถือกันว่าเป็นมาตรการที่มีความสำคัญที่สุดในด้านการควบคุม ยุทโธปกรณ์ตั้งแต่เริ่มสงครามเย็น (Cold War) ในปี ค.ศ. 1946 เป็นต้นมา และเริ่มมีผลกระทบต่อทิศทางในการที่โซเวียตเข้าไปพัวพันกับประเทศ อัฟกานิสถาน แอฟริกาภาคใต้ ภาคตะวันออกกลาง และอาณาเขตอ่าวเปอร์เซีย กอร์บาชอฟถึงกับประกาศยอมรับว่า การรุกรานประเทศอัฟกานิสถานเป็นการกระทำที่ผิดพลาด พร้อมทั้งถอนกองกำลังของตนออกไปจากอัฟกานิสถานเมื่อปี ค.ศ. 1989 อนึ่ง เชื่อกันว่าการที่ต้องถอนทหารคิวบาออกไปจากแองโกล่า ก็เป็นเพราะผลกระทบจากนโยบายหลักของกอร์บาชอฟ ซึ่งได้เปลี่ยนท่าทีและบทบาทใหม่ของโซเวียตในภูมิภาคตอนใต้ของแอฟริกานั้น เอง ส่วนในภูมิภาคตะวันออกกลาง นโยบายหลักของกอร์บาชอฟได้เป็นผลให้ นายเอ็ดวาร์ด ชวาดนาเซ่ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งเป็นผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งจากนายกอร์บาชอฟ เริ่มแสดงสันติภาพใหม่ๆ เช่น ทำให้โซเวียตกลับไปรื้อฟื้นสัมพันธภาพทางการทูตกับประเทศอิสราเอล ทำนองเดียวกันในเขตอ่าวเปอร์เซีย โซเวียตก็พยายามคืนดีด้านการทูตกับประเทศอิหร่าน เป็นต้นการเปลี่ยนทิศทางใหม่ทั้งหลายนี้ ถือกันว่ายังผลให้มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายภายในประเทศทั้งด้านเศรษฐกิจและ ด้านสังคมของโซเวียต อันสืบเนื่องมาจากนโยบาย Glasnost and Perestroika ที่กล่าวมาข้างต้นนั่นเองในที่สุด เหตุการณ์ทั้งหลายเหล่านี้ก็ได้นำไปสู่การล่มสลายอย่างกะทันหันของสหภาพ โซเวียตเมื่อปี ค.ศ. 1991 พร้อมกันนี้ โซเวียตเริ่มพยายามปรับปรุงเปลี่ยนแปลง รวมทั้งปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจการเมืองของประเทศให้ทันสมัยอย่างขนานใหญ่ นำเอาทรัพยากรที่ใช้ในด้านการทหารกลับไปใช้ในด้านพลเรือน พฤติกรรมเหล่านี้ทำให้เกิดจิตใจ (Spirit) ของการเป็นมิตรไมตรีต่อกัน (Détente) ขึ้นใหม่ในวงการการเมืองโลก เห็นได้จากสงครามอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งโซเวียตไม่เล่นด้วยกับอิรัก และหันมาสนับสนุนอย่างไม่ออกหน้ากับนโยบายของประเทศฝ่ายสัมพันธมิตรนัก วิเคราะห์เหตุการณ์ต่างประเทศหลายคนเห็นพ้องต้องกันว่า การที่เกิดการผ่อนคลาย และแสวงความเป็นอิสระในยุโรปภาคตะวันออกอย่างกะทันหันนั้น เป็นผลจากนโยบายหลักของกอร์บาชอฟโดยตรง คือเลิกใช้นโยบายของเบรสเนฟที่ต้องการให้สหภาพโซเวียตเข้าแทรกแซงอย่างจริง จังในกิจการภายในของกลุ่มประเทศยุโรปตะวันออก กระนั้นก็ยังมีความรู้สึกห่วงใยกันไม่น้อยว่า อนาคตทางการเมืองของกอร์บาชอฟจะไปได้ไกลสักแค่ไหน รวมทั้งความผูกพันเป็นลูกโซ่ภายในสหภาพโซเวียตเอง ซึ่งยังมีพวกคอมมิวนิสต์หัวรุนแรงหลงเหลืออยู่ภายในประเทศอีกไม่น้อย เพราะแต่เดิม คณะพรรคคอมมิวนิสต์ในสหภาพโซเวียตนั้น เป็นเสมือนจุดรวมที่ทำให้คนสัญชาติต่าง ๆ กว่า 100 สัญชาติภายในสหภาพ ได้รวมกันติดภายในประเทศที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก คือมีพื้นที่ประมาณ 1 ใน 6 ส่วนของพื้นที่โลก และมีพลเมืองทั้งสิ้นประมาณ 280 ล้านคนจึงสังเกตได้ไม่ยากว่า หลังจากสหภาพโซเวียตล่มสลายไปแล้ว พวกหัวเก่าและพวกที่มีความรู้สึกชาตินิยมแรง รวมทั้งพลเมืองเผ่าพันธุ์ต่างๆ เกิดความรู้สึกไม่สงบ เพราะมีการแก่งแย่งแข่งกัน บังเกิดความไม่พอใจกับภาวะเศรษฐกิจที่ตนเองต้องเผชิญอยู่ จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้จักรวรรดิของโซเวียตต้องแตกออกเป็นส่วน ๆ เช่น มีสาธารณรัฐที่มีอำนาจ ?อัตตาธิปไตย? (Autonomous) หลายแห่ง ต้องการมีความสัมพันธ์ในรูปแบบใหม่กับรัสเซีย เช่น สาธารณรัฐยูเกรน ไบโลรัสเซีย มอลดาเวีย อาร์เมเนีย และอุสเบคิสถาน เป็นต้น แต่ก็เป็นการรวมกันอย่างหลวม ๆ มากกว่า และอธิปไตยที่เป็นอยู่ขณะนี้ดูจะเป็นอธิปไตยที่มีขอบเขตจำกัดมากกว่าเช่นกัน โดยเฉพาะสาธารณรัฐมุสลิมในสหภาพโซเวียตเดิม ซึ่งมีพลเมืองรวมกันเกือบ 50 ล้านคน ก็กำลังเป็นปัญหาต่อเชื้อชาติสลาฟ และการที่พวกมุสลิมที่เคร่งครัดต่อหลักการเดิม (Fundamentalism) ได้เปิดประตูไปมีความสัมพันธ์อันดีกับประะเทศอิหร่านและตุรกีจึงทำให้มีข้อ สงสัยและครุ่นคิดกันว่า เมื่อสหภาพโซเวียตแตกสลายออกเป็นเสี่ยง ๆ ดังนี้แล้ว นโยบายหลักของกอร์บาชอฟจะมีทางอยู่รอดต่อไปหรือไม่ ซึ่งเป็นเรื่องที่ถกเถียงและอภิปรายกันอยู่พักใหญ่และแล้ว เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม ค.ศ. 1991 ก็ได้เกิดความพยายามที่จะถอยหลังเข้าคลอง คือกลับนโยบายผ่อนเสรีของ Glasnost และ Perestroika ทั้งภายในประเทศและภายนอกประเทศโดยมีผุ้ที่ไม่พอใจได้พยายามจะก่อรัฐประหาร ขึ้นต่อรัฐบาลของนายกอร์บาชอฟ แม้การก่อรัฐประหารซึ่งกินเวลาอยู่เพียงไม่กี่วันจะไม่ประสบผลสำเร็จ แต่เหตุการณ์นี้ก่อให้เกิดผลสะท้อนลึกซึ้งมาก คือเป็นการแสดงว่า อำนาจของรัฐบาลกลางย้ายจากศูนย์กลางไปอยู่ตามเขตรอบนอกของประเทศ คือสาธารณรัฐต่างๆ ซึ่งก็ต้องประสบกับปัญหานานัปการ จากการที่ประเทศเป็นภาคีอยู่กับสนธิสัญญาระหว่างประเทศต่างๆ โดยเฉพาะความตกลงเกี่ยวกับการควบคุมอาวุธยุทโธปกรณ์ ซึ่งสหภาพโซเวียตเดิมได้ลงนามไว้หลายฉบับผู้นำของสาธารณรัฐที่ใหญ่ที่สุดคือ นายบอริส เยลท์ซินได้ประกาศว่า สหพันธ์รัฐรัสเซียยังถือว่า พรมแดนที่เป็นอยู่ขณะนี้ย่อมเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้ ไม่ใช่เป็นสิ่งที่จะแก้ไขเสียมิได้และในสภาพการณ์ด้านต่างประทเศที่เป็นอยู่ ในขณะนี้ การที่โซเวียตหมดสภาพเป็นประเทศอภิมหาอำนาจ ทำให้โลกกลับต้องประสบปัญหายากลำบากหลายอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาเศรษฐกิจระหว่างสาธารณรัฐต่างๆ ที่เคยสังกัดอยู่ในสหภาพโซเวียตเดิม จึงเห็นได้ชัดว่า สหภาพโซเวียตเดิมได้ถูกแทนที่โดยการรวมตัวกันระหว่างสาธารณรัฐต่างๆ อย่างหลวมๆ ในขณะนี้ คล้ายกับการรวมตัวกันระหว่างสาธารณรัฐภายในรูปเครือจักรภพหรือภายในรูป สมาพันธรัฐมากกว่า และนโยบายหลักของกอร์บาชอฟก็ได้ทำให้สหภาพโซเวียตหมดสภาพความเป็นตัวตนใน เชิงภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) [การทูต]
Immunity from Jurisdiction of Diplomatic Agentsความคุ้มกันจากอำนาจศาลของตัวแทนทางการทูต ในเรื่องนี้ อนุสัญญากรุงเวียนนาว่าด้วยความสัมพันธ์ทางการทูตได้บัญญัติไว้ในมาตรา 31 ว่า?1. ให้ตัวแทนทางการทูตได้อุปโภคความคุ้มกันจากอำนาจศาลทางอาญาของรัฐผู้รับ ตัวแทนทางการทูตยังจะได้อุปโภคความคุ้มกันจากอำนาจศาลทางแพ่ง และทางการปกครองของรัฐผู้รับด้วย เว้นแต่ในกรณีของก) การดำเนินคดีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ส่วนตัว ที่ตั้งอยู่ในอาณาเขตของรัฐผู้รับนอกจากตัวแทนทางการทูตครอบครองไว้ในนามของ รัฐผู้ส่งเพื่อความมุ่งประสงค์ของคณะผู้แทนข) การดำเนินคดีเกี่ยวกับการสืบมรดกซึ่งเกี่ยวพันถึงตัวแทนทางการทูตในฐานะผู้ จัดการมรดกโดยพินัยกรรม ผู้จัดการมรดกโดยศาลตั้งทายาท หรือผู้รับมรดกในฐานะเอกชน และมิใช่ในนามของรัฐผู้ส่งค) การดำเนินคดีเกี่ยวกับกิจกรรมใดในทางวิชาชีพ หรือพาณิชย์ ซึ่งตัวแทนทางการทูตได้กระทำในรัฐผู้รับ นอกเหนือจากการหน้าที่ทางการของตน 2. ตัวแทนทางการทูตไม่จำเป็นต้องให้การในฐานะพยาน 3. มาตรการบังคับคดี ไม่อาจดำเนินได้ในส่วนที่เกี่ยวกับตัวแทนทางการทูต เว้นแต่ในกรณีซึ่งอยู่ภายใต้อนุวรรค (ก) (ข) และ (ค) ของวรรค 1 ของข้อนี้ และโดยมีเงื่อนไขว่ามาตรการที่เกี่ยวข้องอาจดำเนินไปได้โดยปราศจากการละเมิด ความละเมิดมิได้ในตัวบุคคลของตัวผู้แทนทางการทูต หรือที่อยู่ของตัวแทนทางการทูต 4. ความคุ้มกันของตัวแทนทางการทูตจากอำนาจศาลของรัฐผู้รับ ไม่ยกเว้นตัวแทนทางการทูตจากอำนาจศาลของรัฐผู้ส่ง?เกี่ยวกับความคุ้มกันตัว แทนทางการทูตจากขอบเขตของอำนาจศาลทางแพ่ง อาจกล่าวได้อย่างกว้างๆ ว่า ตัวแทนทางการทูตนั้นได้รับการยกเว้นจากอำนาจของศาลแพ่งในท้องถิ่นคือตัวแทน ทางการทูตนั้นได้รับการยกเว้นจากอำนาจของศาลแพ่งในท้องถิ่นคือตัวแทนทางการ ทูตจะถูกฟ้องมิได้ และถูกจับกุมมิได้เกี่ยวกับหนี้สิน รวมทั้งทรัพย์สินของเขา เช่น เครื่องเรือน รถยนต์ ม้า และสิ่งอื่นๆ ทำนองนั้นก็จะถูกยืดเพื่อใช้หนี้มิได้ ตัวแทนทางการทูตจะถูกกีดกันมิให้ออกไปจากรัฐผู้รับในฐานะที่ยังมิได้ชดใช้ หนี้สินของเขานั้นก็มิได้เช่นกัน อนึ่ง นักกฎมายบางกลุ่มเห็นว่า ตัวแทนทางการทูตจะถูกหมายศาลเรียกตัว (Subpoenaed) ไม่ได้ หรือแม้แต่ถูกขอร้องให้ไปปรากฎตัวเป็นพยานในศาลแพ่งหรือศาลอาญาก็ไม่ได้ อย่างไรก็ดี ถ้าหากตัวแทนทางการทูตสมัครใจที่จะไปปรากฏตัวเป็นพยานในศาล ก็ย่อมจะทำได้ แต่จะต้องขออนุมัติจากรัฐบาลในประเทศของเขาก่อน [การทูต]
Responsibility to protect หลักการความรับผิดชอบในการคุ้มครอง เป็นหลักการที่ได้รับการรับรองในการประชุมระดับผู้นำ เพื่อทบทวนผลของปฏิญญาสหัสวรรษ(High Level Panel Meeting - HLPM) เมื่อวันที่ 14-16 กันยายน พ.ศ. 2548 ณ นครนิวยอร์ก ที่เกี่ยวข้องกับการแทรกแซงทางมนุษยธรรม ( humanitarian interference/intervention of humanity)เพื่อคุ้มครองประชาชนจากการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ การฆ่าล้างชนชาติ โดยจะถือเป็นความรับผิดชอบและที่จะต้องดำเนินการร่วมกันโดยประชาคมระหว่าง ประเทศ อย่างไรก็ตาม หลักการเรื่องนี้มีนัยเกี่ยวข้องกับกฏหมายระหว่างประเทศ อธิปไตย ของรัฐ ความอ่อนไหวทางการเมือง และความชอบธรรมในการปฏิบัติ จึงยังไม่มีการนิยามแนวความคิด R2P รวมถึงขอบเขตของ R2P ที่ชัดเจน [การทูต]
Shanghai Cooperation Organization พัฒนามาจากเวทีการประชุม Shanghai Five ซึ่งจีนเป็นผู้ริเริ่มก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2539 เดิมมีสมาชิก 5 ประเทศ ได้แก่ จีน รัสเซีย คาซัคสถาน สาธารณรัฐคีร์กีซ และทาจิกิสถาน ต่อมาเมื่อเดือนมิถุนายน 2544 อุซเบกิสถาน ได้เข้าเป็นสมาชิกด้วย จึงมีการเปลี่ยนชื่อกลไกความ ร่วมมือนี้เป็น Shanghai Cooperation Organization เดิมมีวัตถุประสงค์ เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจและแก้ไขข้อพิพาทเกี่ยวกับพรมแดนของประเทศสมาชิก และต่อมาได้ขยายขอบเขตความร่วมมือให้ครอบคลุม ทั้งด้านการเมือง ความมั่นคง เศรษฐกิจการค้า วิทยาศาสตร์ วัฒนธรรม การศึกษา พลังงาน การคมนาคม [การทูต]
terms of referenceขอบเขตอำนาจหน้าที่ [การทูต]
territorial seaทะเลอาณาเขต รัฐทุกรัฐมีสิทธิกำหนดความกว้างของทะเลอาณาเขตของตนได้จนถึงขอบเขตหนึ่งซึ่ง ไม่เกิน 12 ไมล์ทะเล โดยวัดจากเส้นฐานที่กำหนดขึ้นตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล พ.ศ. 2525 [การทูต]
Acceptance, Region ofขอบเขตยอมรับสมมติฐาน [การแพทย์]
Attitude, Over-Indulgenceทัศนคติแบบตามใจมากจนไม่มีขอบเขต [การแพทย์]
Boundariesขอบเขต [การแพทย์]
Boundaries, Classขอบเขตของชั้น [การแพทย์]
Broad Spectrumขอบเขตในการออกฤทธิ์กว้าง,การทำลายเชื้อจุลินทรีย์ได้กว้างขวาง,ในขอบเขตกว้าง,กว้างขวาง [การแพทย์]
Circumscribed and Encapsulateเป็นก้อนชัดเจนมีขอบเขต [การแพทย์]
Confidence Limitsความปรวนแปรที่ยอมรับได้,ขอบเขตความเชื่อมั่น [การแพทย์]
Confined, Moreจำกัดขอบเขตดีกว่า [การแพทย์]
Contourขอบเขต [การแพทย์]
Coordination Sphereวงขอบเขตของการโคออร์ดิเนชัน [การแพทย์]
Delineateขอบเขตเป็นเส้น [การแพทย์]
Dose Equivalent Limits for Workers, Recommendedขอบเขตระดับรังสีสำหรับผู้ประกอบอาชีพเกี่ยวข้อง [การแพทย์]
Ego Limitความรู้ในขอบเขตของตนเอง [การแพทย์]
Ego Senseความรู้ในขอบเขตตนเองว่าควรได้อะไรบ้างหรือไม่ควร [การแพทย์]
Ego-Boundaryการรู้ขอบเขตของตัวเอง [การแพทย์]
Extentขอบเขต [การแพทย์]
Extra - terrestrial radiationรังสีภายนอกขอบเขต ของโลก [อุตุนิยมวิทยา]
Terms of ReferenceTerms of Reference, ขอบเขตของงาน [เทคนิคด้านการชลประทานและการระบายน้ำ]
boundary lineboundary line, เส้นขอบเขต [เทคนิคด้านการชลประทานและการระบายน้ำ]
electron cloudกลุ่มหมอกอิเล็กตรอน, แบบจำลองอะตอมแบบหนึ่ง  ซึ่งถือว่าการกระจายของอิเล็กตรอนในอะตอมมีลักษณะเป็นแบบกลุ่มหมอกที่มีประจุ โดยมีโอกาสที่จะพบอิเล็กตรอนหนาแน่นอยู่ในขอบเขตและรูปร่างที่จำกัด [พจนานุกรมศัพท์ สสวท.]
magnifying powerกำลังขยาย, การวัดขอบเขตของอุปกรณ์ทางแสงในการขยายหรือลดขนาดของภาพ  กำลังขยายของอุปกรณ์ใดหาได้จากอัตราส่วนของขนาดภาพที่เห็นต่อขนาดวัตถุ [พจนานุกรมศัพท์ สสวท.]
view finderตัวเล็งภาพ, ส่วนประกอบของกล้องถ่ายรูป  ทำให้มองเห็นขอบเขตของภาพที่ต้องการบันทึกบนฟิล์ม [พจนานุกรมศัพท์ สสวท.]
phaseวัฏภาค, เฟส, ส่วนที่เป็นเนื้อเดียวกันในระบบหนึ่ง และมีขอบเขตแน่นอนแยกจากส่วนอื่น ๆ ของระบบนั้น  เช่น ในภาชนะปิดที่บรรจุน้ำแข็ง น้ำ และไอน้ำ ระบบนี้จะมี 3 วัฏภาค คือ วัฏภาคของแข็ง ได้แก่ น้ำแข็ง วัฏภาคของเหลว ได้แก่ น้ำ และวัฏภาคของแก๊ส ได้แก่ ไอน้ำ [พจนานุกรมศัพท์ สสวท.]
constraintปัจจัยที่ขัดขวางต่อเทคโนโลยี, สิ่งที่ทำให้การทำงานของระบบเทคโนโลยีเกิดการติดขัด หรือสิ่งที่จำกัดขอบเขตการทำงาน ทำให้ไม่สามารถทำงานได้เต็มที่ เช่น ข้อจำกัดด้านเงินทุน เวลา ความรู้ กฎข้อบังคับ สภาพอากาศ [พจนานุกรมศัพท์ สสวท.]
Limit, Allowableขอบเขตที่กำหนด [การแพทย์]
Limit, Upperขอบเขตช่วงบน, เขตสูงสุดของชั้นบน [การแพทย์]
Localized, Poorlyบอกตำแหน่งหรือขอบเขตไม่ชัดเจน [การแพทย์]
Localized, Wellบอกตำแหน่งหรือขอบเขตได้แน่นอน [การแพทย์]
Lower Limitขอบเขตช่วงล่าง, เขตต่ำสุดของชั้นล่าง [การแพทย์]
Margin, Poorly Definedไม่มีขอบเขต [การแพทย์]
Margin, Ragged Underminedมีขอบเขตไม่แน่นอน [การแพทย์]
Margin, Sharpขอบเขตชัดเจน [การแพทย์]
Movement of Rangeขอบเขตการเคลื่อนไหวของข้อ [การแพทย์]
Moving-Boundary Methodวิธีการเคลื่อนที่-แนวขอบเขต [การแพทย์]

ตัวอย่างประโยคจาก Open Subtitles  **ระวัง คำแปลอาจมีข้อผิดพลาด**
- To a large extent. In his own way.- เพื่อขอบเขตขนาดใหญ่ ในทางของเขาเอง The Ugly American (1963)
There's no limit to what he'll do. We've had three incidents.มันไม่รู้จักขอบเขตนะ เรามืเหตุเกิดขึ้นสามครั้งเเล้ว Jaws (1975)
That is the boundary and the price of immortality.นั่นคือขอบเขต และราคาของความเป็นอมตะ Indiana Jones and the Last Crusade (1989)
Heart and respiration are high but within limits.หัวใจและการหายใจจะสูง แต่อยู่ในขอบเขต Contact (1997)
- We're within limits, barely.- เราอยู่ ในขอบเขตแทบ Contact (1997)
Look, if what Dr. Weir tells us is true, this ship has been beyond the boundaries of our universe of known scientific reality.ถ้าสิ่งที่ ดร.เวียร์พูดจริง ยานลำนี้ก็ไม่ไปเกินขอบเขตจักรวาล และขอบเขตของวิทยาศาสตร์ Event Horizon (1997)
Something slipped over the edge.บางสิ่งหลุดออกนอกขอบเขต eXistenZ (1999)
But your progress was limitless!แต่ฝีมือแกเจริญไปอย่างไม่มีขอบเขต Crouching Tiger, Hidden Dragon (2000)
Also, our caretaker, Mr. Filch, has asked me to remind you that the third-floor corridor is out of bounds to everyone who does not wish to die a most painful death.อีกอย่างผู้ดูแลของเรา คุณฟิลช์ ฝากฉันให้เตือนพวกเธอด้วยว่า ทางเดินของชั้นที่สามด้านขวา อยู่นอกขอบเขต ของทุกคนที่ไม่ประสงค์จะตาย อย่างเจ็บปวดรวดร้าว Harry Potter and the Sorcerer's Stone (2001)
Now, I assume all of you have read pages 1-48... and are now well-versed in subject matter jurisdiction.เอาล่ะ ฉันเดาว่าพวกคุณคงได้อ่านหน้า 1-48 มาแล้ว และคงเข้าใจดีเรื่องขอบเขตการตัดสินคดี Legally Blonde (2001)
Now, Ms. Kensington... did diversity jurisdiction exist in this case?เอาล่ะ มิสเคนซิงตัน มีขอบเขตอำนวจตัดสินหลากหลายในคดีนี้หรือไม่ Legally Blonde (2001)
The power of the One extends beyond this world.พลังของเดอะวันขยายขอบเขตไปเกินกว่าโลกนี้แล้ว The Matrix Revolutions (2003)
Please. You and I may not be able to see beyond our own choices but that man can't see past any choice.ไม่เอาน่า เธอกับฉันต่างก็ไม่รู้สิ่งที่เกินขอบเขตทางเลือกหรอก The Matrix Revolutions (2003)
Sky's the limit.โอ คนโบกรถ ท้องฟ้าคือขอบเขต Inspector Gadget 2 (2003)
They were protected by tradition and public regulation.โดยได้รับการคุ้มครองจากจารีตประเพณี และกฎเกณฑ์ข้อบังคับของสังคม ปัญหาว่าด้วยขอบเขต The Corporation (2003)
Over the centuries we have put more and more things in that public realm and lately just lately in the last lets say in the last three or four decades started pulling them out again.ตลอดหลายศตวรรษที่ผ่านมา (มาร์ค คิงเวลล์ นักปรัชญา) เรานำสิ่งต่าง ๆ ไปไว้ในขอบเขตของความเป็นสาธารณสมบัติมากขึ้น ๆ แต่พอมาในยุคหลัง ๆ เมื่อไม่นานมานี้เอง The Corporation (2003)
You can't deal with my infinite nature, can you?รับธรรมชาติอันไร้ขอบเขต ของฉันไม่ได้ใช่มั้ย I Heart Huckabees (2004)
What's the core of it? Intimacy is combo of infinites.ความเป็นส่วนตัว คือองค์ประกอบของความไร้ขอบเขต I Heart Huckabees (2004)
We defy winter and reach life's limits.เราทนต่อความหนาว จนแตะ ขอบเขตของชีวิต March of the Penguins (2005)
Boundaries.มีขอบเขตนิดนึง Purple Giraffe (2005)
Heaven nor hell, no countries with borders...ไม่ว่าสวรรค์หรือนรก ไม่มีที่ไหนที่มีขอบเขต... Episode #1.1 (2006)
Your vast shell reaches into endless space, and there the rich, thick fluids rise and flow.เปลือกที่ใหญ่ของเธอได้ยื่นไปสู่ที่ว่างที่ไร้ขอบเขต และ ณ ที่นั่น ของเหลวที่แน่นและมากมาย ได้ขึ้นและไหลไป Loving Annabelle (2006)
"Your vast shell reaches into endless space, and there the rich, thick fluids rise and flow", what was he talking about?เปลือกที่ใหญ่ของเธอได้ยื่นไปสู่ที่ว่างที่ไร้ขอบเขต และ ณ ที่นั่น ของเหลวที่แน่นและมากมาย เขากำลังพูดถึงอะไร Loving Annabelle (2006)
"Your vast shell reaches into endless space."เปลือกที่ใหญ่ของเธอ ได้ยื่นไปสู่ที่ว่างที่ไร้ขอบเขต Loving Annabelle (2006)
And "endless space" could represent the infinite possibilities that open for you when you climax.และคำว่า "ที่ว่างที่ไร้ขอบเขต" อาจจะหมายถึง ความเป็นไปได้ของทุกสิ่ง ที่จะเกิดขึ้นเมื่อคุณถึงจุดสุดยอด Loving Annabelle (2006)
Crash, Eddie, you two go scope it out.ชน, เอ็ดดี้, คุณทั้งสองไปหาขอบเขต Ice Age: The Meltdown (2006)
To obey-just like that-for the sake of obeying, without questioning... that's something only people like you can do, Captain.การเชื่อฟังต้องมีขอบเขต บางเรื่องผมก็เชื่อไม่ได้ มีบางอย่างที่คนอย่างคุณสมควรจะทำนะ, ผู้กอง Pan's Labyrinth (2006)
And that's a good thing because it keeps the temperature of the Earth within certain boundaries, keeps it relatively constant and livable.และนั่นเป็นสิ่งดีเพราะมันรักษาอุณหภูมิของโลก ให้อยู่ในขอบเขตที่แน่นอน รักษาระดับให้ค่อนข้างคงที่และเหมาะกับการดำรงชีวิต An Inconvenient Truth (2006)
I tried three different encoding arrays.ลองขยายขอบเขตรึยัง Day 5: 9:00 a.m.-10:00 a.m. (2006)
Teleportation, levitation, tissue regeneration, is this outside the realm of possibility?ในอัตราก้าวหน้าขึ้นทุกวัน การย้ายมวลสาร การลอยตัวได้ การสร้างเนื้อเยื่อซ่อมแซมตัวเอง นี่อยู่นอกเหนือขอบเขต Chapter One 'Genesis' (2006)
I mean, Erik's different. He respects my boundaries.ฉันหมายความว่า อีริคไม่เหมือนคนอื่น เขาให้เคารพขอบเขตุของฉัน American Pie Presents: The Naked Mile (2006)
I don't know how much of a fan or whatever you are of Yanase but if it doesn't work we can't do anything stop putting together ideal ideas.ผมไม่รู้ว่ามีจำนวนแฟนหรืออะไรก็ตาม ของยามาเสะ แต่ ถ้ามันใช้ไม่ได้เราก็ทำอะไรไม่ได้ อย่าเอาไอเดียไปรวมกับอุดมคติที่ทำไม่ได้ เธอต้องคิดว่าอะไรที่เธอสามารถทำได้ดีที่สุด ในขอบเขตของความเป็นจริงที่สามารถทำได้ Sapuri (2006)
That reveal the full extent of your program.ที่เผยถึงขอบเขตเต็ม ของโปรแกรมคุณ Chapter Ten 'Truth & Consequences' (2007)
Or what my limits are.หรือมีขอบเขตแค่ไหน Chapter Two 'Lizards' (2007)
I overstepped my bounds.ผมได้ทำเกินขอบเขตของผมไป Chapter Six 'The Line' (2007)
A finite,unmysterious universe-- it's not about fun.ขอบเขต ความล่วงรู้เกี่ยวกับจักรวาล มันไม่เกี่ยวกับความสนุก The Right Stuff (2007)
There's a limit to avoiding somebody. It's total disrespect now.ถึงไม่ชอบก็น่าจะมีขอบเขตบ้าง นี่มันไม่ให้เกียรติกันเลยนะ The 1st Shop of Coffee Prince (2007)
This place is off limits.ที่นี่มีขอบเขต Attack on the Pin-Up Boys (2007)
"Boundaries of..."ความเหมาะสมเป็น..." "ขอบเขตของความเหมาะสม ถูกทำลาย" Becoming Jane (2007)
"The boundaries of propriety were vigorously assaulted, as was only right,""ขอบเขตของความเหมาะสมถูกทำลาย เป็นเรื่องที่ดีอยู่" Becoming Jane (2007)
"The boundaries of propriety were vigorously assaulted, as was only right,""แต่ขอบเขตของความเหมาะสม ก็อยู่ในกรอบของความถูกต้อง" Becoming Jane (2007)
"The boundaries of propriety were vigorously assaulted,""แต่ขอบเขตของความเหมาะสม ก็อยู่ในกรอบของ..." Becoming Jane (2007)
"he began to give a large scope to his desires."เขาก็เริ่มที่จะเพิ่มขอบเขต ของโอกาสให้กับตัวเอง" Becoming Jane (2007)
"it's that the sky is the limit."มันคือท้องฟ้าที่มีขอบเขต Charlie Bartlett (2007)
Mark is a married man, there are boundaries.มาร์คเป็นผู้ชายที่แต่งงานแล้ว มันต้องมีขอบเขต Juno (2007)
We don't know the extent of his condition.นี่เรายังไม่รู้ขอบเขตอาการของเขาเลย Fantastic 4: Rise of the Silver Surfer (2007)
- I'm just sayin' there's a line I can't cross.แค่จะบอกว่าฉันมีขอบเขต Cassandra's Dream (2007)
AII around them, the world is changing, and they simply don't want to deal with it.และพวกเขาไม่ต้องการรู้ว่า เราทำให้พวกเขาปลอดภัยได้อย่างไร ตอนนี้ คุณจะขอให้ทำในสิ่งที่ อยู่ในขอบเขตสีเทาของศีลธรรม Chapter Seventeen 'Company Man' (2007)
As far as our customers go, I don't want to know anything about them.ตราบใดที่ลูกค้าเราอยู่ภายในขอบเขต ฉันไม่ต้องการรับรู้เรื่องอะไรของพวกเขา Crazy Handful of Nothin' (2008)
My kingdom and powers will know no boundaries.อาณาจักรของข้า และ พลัง จะไร้ขอบเขตอีกต่อไป The Scorpion King: Rise of a Warrior (2008)

Thai-English-French: Volubilis Dictionary 1.0
ขอบเขต[n.] (khøpkhēt) EN: frontier ; limit ; confine ; boundary ; range ; extent ; bound ; border ; precinct ; margin   FR: frontière [f] ; limite [f] ; borne [f]
ขอบเขตบน[n. exp.] (khøpkhēt bon) EN: upper bound   
ขอบเขตการปฏิบัติ[n. exp.] (khøpkhēt kān patibat) EN: sphere of activity   
ขอบเขตการประยุกต์ใช้[n. exp.] (khøpkhēt kān prayukchai) EN: range of applications ; areas of application   
ขอบเขตของการศึกษา[n. exp.] (khøpkhēt khøng kānseuksā) EN: scope of the study ; delimitation of the study   
ขอบเขตล่าง[n. exp.] (khøpkhēt lāng) EN: lower bound   
เกินขอบเขต[v. exp.] (koēn khøpkhēt) EN: be over the limit   FR: dépasser la limite
อย่างปราศจากขอบเขต[adv.] (yāng prātsajāk khøpkhēt) EN: ad infinitum   

English-Thai: Longdo Dictionary
domain(n) (คณิต.) ขอบเขตกำเนิด

English-Thai: NECTEC's Lexitron-2 Dictionary [with local updates]
absolute[ADJ] ไม่มีขอบเขต, See also: ไม่จำกัด, Syn. unlimited, Ant. limited
America Online[N] ศูนย์บริการออนไลน์ผ่านทางโมเด็มที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งในอเมริกา มีขอบเขตการให้บริการที่กกว้างขวางมีการให้บริการจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ปริการเชื่อมต่ออินเตอร์เนตขั้นพื้นฐาน มีข่าวสารการพยากรณ์อากาศจากสำนักข่าวรอยเตอร์และยูพีไอ
beyond[PREP] ที่เหนือกว่า (แสดงถึงขอบเขต, ข้อจำกัด), See also: มากกว่า
border[N] ขอบเขต, Syn. borderline
border[VT] สร้างขอบเขต, Syn. edge
borderline[N] เส้นแบ่งขอบเขต, See also: เส้นเขตแดน, เส้นแสดงเขต, Syn. borders
bound[VT] จำกัด, See also: จำกัดขอบเขต, Syn. confine
bound[N] เส้นขอบเขต, See also: ขอบเขต, เส้นแบ่งเขตแดน
boundary[N] ขอบเขต, See also: เขตแดน, อาณาเขต, Syn. border
be within[PHRV] มีประสบการณ์, See also: รู้, อยู่ในอำนาจ, อยู่ในขอบเขต, Syn. fall within
circuit[N] ขอบเขต
confine[N] ขอบเขต, Syn. border, limit
coverage[N] ขอบเขตคุ้มครองในการประกันภัย
curb[VT] ควบคุม, See also: จำกัดขอบเขต, ระงับ, Syn. restrain, control
fall outside[PHRV] อยู่นอกขอบเขตของ, See also: อยู่นอกเหนือจาก, Syn. be outside, stand outside, Ant. fall within
fall within[PHRV] จัดอยู่ในประเภท, See also: อยู่ในขอบเขตของ, Syn. come under
de-escalate[VT] ทำให้ลดลง (ขนาด, ขอบเขต, ความรุนแรง), See also: ทำให้น้อยลง, ทำให้เบาบางลง, Syn. lower, lesson
de-escalate[VI] ลดลง (ขนาด, ขอบเขต, ความรุนแรง), See also: บรรเทา, Syn. lower
define[VT] เป็นเครื่องหมายแสดง, See also: บอกขอบเขต, กำหนดเขตแดน, Syn. restrict, limit, delimit
dimension[N] การหามิติ, See also: การวัดขนาด, การหาขอบเขต, การวัดระยะ, Syn. measurement
dimension[N] ขอบเขต (ปกติใช้รูปพหูพจน์ dimensions), See also: ขนาด, ขอบข่าย, มิติ, Syn. quantity, proportions
domain[N] ขอบเขตของความรู้ ความคิด ความสนใจ, Syn. sphere, area, territory
end[N] ขอบเขต, See also: เขตจำกัด, Syn. border, boundary, limit
endless[ADJ] ซึ่งไม่สิ้นสุด, See also: ไม่มีขอบเขต, ชั่วกาลนาน, Syn. illimitable, limitless, unceasing, unending
endlessly[ADV] อย่างไม่สิ้นสุด, See also: อย่างไม่มีขอบเขต, Syn. eternally
excess[N] พฤติกรรมที่เกินขอบเขต
expanse[N] พื้นที่กว้างขวาง (โดยเฉพาะทะเล แผ่นดิน ท้องฟ้า), See also: ขอบเขตกว้างใหญ่, สถานที่กว้างใหญ่ไพศาล
extent[N] ขอบเขต, See also: ขนาด, Syn. range, scope
finite[ADJ] มีขอบเขต, See also: มีเขตจำกัด, มีที่สิ้นสุด, Syn. limited, bounded, Ant. boundless
finite[N] สิ่งที่มีขอบเขต, Syn. limit
frontier[N] ขอบเขตของความรู้
go far[PHRV] ภายในขอบเขต
go over[PHRV] เกินกว่า, See also: เกินขอบเขต
horizon[N] ขอบเขตความรู้, See also: ประสบการณ์
within limits[IDM] ภายในที่กำหนด, See also: ภายในขอบเขตที่กำหนด
within reason[IDM] ภายในที่กำหนด, See also: ภายในขอบเขตที่กำหนด
illimitable[ADJ] ไร้พรมแดน (คำทางการ), See also: ไร้เขตแดน, ไร้ขอบเขต, Syn. boundless, limitless, Ant. limitable
immeasurable[ADJ] ซึ่งมากจนวัดไม่ได้, See also: มากมายจนนับไม่ถ้วน, ไร้ขอบเขต, Syn. boundless, countless, numberless, vast, Ant. measurable
immoderate[ADJ] เกินขอบเขต, See also: เกินไป, เกินกว่าจะยอมรับได้, Syn. excessive
immoderation[N] ความเกินขอบเขต, See also: ความไม่เหมาะสม, ความมากเกินไป, ความเกินพอดี, Syn. execssiveness
keep something within bounds[IDM] ทำให้อยู่ภายในขอบเขต
lap over[PHRV] เกินขอบเขต, See also: ไม่พอดีกับ
jurisdiction[N] ขอบเขตอำนาจที่ศาลและกฎหมายควบคุมไปถึง, Syn. range, scope
land[N] พื้นที่ที่มีขอบเขต, See also: อาณาบริเวณ
land[N] อาณาจักร, See also: ขอบเขตปกครอง, ดินแดน, เขต, Syn. realm, domain
large-scale[ADJ] ที่กินขอบเขตกว้าง, Syn. extensive
lavish[VT] ให้หรือใช้จ่ายอย่างเกินขอบเขต, See also: ให้หรือใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือย
lavishly[ADV] อย่างฟุ่มเฟือย, See also: อย่างมากมายเกินขอบเขต, อย่างสุรุ่ยสุร่าย, Syn. profusely, richly, extravagantly
limit[N] ขอบเขต, See also: เขต, Syn. confine, frontier, bounds, boundary
limited[ADJ] ที่มีขอบเขต, See also: ที่มีขีดขั้น, Syn. constricted, small-scale, narrow

English-Thai: HOPE Dictionary [with local updates]
a gogo(อาโก' โก) มากเท่าที่คุณต้องการ, ไม่มีขอบเขต, เดินเพ่นพ่าน, จังหวะเต้นรำอะโกโก้, เวที่เต้นรำจังหวะอะโกโก้, Syn. a Go go, a go-go, au gogo
ad infinitum(แอดอินฟะไน' ทัม) ไม่มีที่สิ้นสุด ไม่มีขอบเขต
ambit(แอม' บิท) n. เส้นรอบวง, ขอบเขต, บริเวณรอบ ๆ (circuit, boundary, limits)
bottomlessadj. สุดที่หยั่งถึง,ไม่มีก้น,ลึกจนไม่อาจหยั่งได้,ลึกลับ,วัดไม่ได้,ไร้ขอบเขต
bound(เบาดฺ) {bounded,bounding,bounds} adj. ถูกผูกมัด,เหนียวแน่น,แน่นอน,จักต้อง,ตัดสินใจ,เข้าเล่ม,ท้องผูก vi. กระโดด,เด้งกลับ,จดกับ,ประชิดกับ vt. จำกัด,กลายเป็นขอบเขต,พูดถึงขอบเขต -n. การกระโดด,การเด้งกลับ,ขอบเขต,ชายแดน adj. กำลังจะ,ไปทาง,พร้อมที่จะ
boundless(เบา'เลส) adj. ไร้ขอบเขต,สุดขีด,มากมาย,สุดสายตา, See also: boundlessness n.
bourn(เบิร์น) n. ลำธารสายเล็ก,ขอบเขต,เป้าหมาย
bourne(เบิร์น) n. ลำธารสายเล็ก,ขอบเขต,เป้าหมาย
cadastraladj. แสดงขอบเขตหรือเส้นพรมแดนหรือที่ดินหรือภูมิภาค
circle {circledn. วงกลม,วงเวียน,วงแหวน,วัฎจักร,วงการ,ขอบเขต,บริเวณ,ปริมณฑล,อาณาจักร,ที่นั่งเป็นรูปวงกลม,โรงละครสัตว์,เส้นรอบวงที่แบ่งโลกออกเป็น2ส่วน,เส้นรุ้ง. vt. ล้อมรอบ,โคจรรอบ,หมุนรอบ vi. เคลื่อนเป็นรูปวงกลม, Syn. ring,cycle
circles}n. วงกลม,วงเวียน,วงแหวน,วัฎจักร,วงการ,ขอบเขต,บริเวณ,ปริมณฑล,อาณาจักร,ที่นั่งเป็นรูปวงกลม,โรงละครสัตว์,เส้นรอบวงที่แบ่งโลกออกเป็น2ส่วน,เส้นรุ้ง. vt. ล้อมรอบ,โคจรรอบ,หมุนรอบ vi. เคลื่อนเป็นรูปวงกลม, Syn. ring,cycle
circlingn. วงกลม,วงเวียน,วงแหวน,วัฎจักร,วงการ,ขอบเขต,บริเวณ,ปริมณฑล,อาณาจักร,ที่นั่งเป็นรูปวงกลม,โรงละครสัตว์,เส้นรอบวงที่แบ่งโลกออกเป็น2ส่วน,เส้นรุ้ง. vt. ล้อมรอบ,โคจรรอบ,หมุนรอบ vi. เคลื่อนเป็นรูปวงกลม, Syn. ring,cycle
circumscription(เซอคัมสคริพ'เชิน) n. การเขียนวงกลมรอบ,การจำกัดเขต,ขอบเขต,โครงร่าง,เส้นรอบวง,คำนิยาม,คำจำกัดความ,ลายริม, See also: circumscriptive adj.
cognizable(คอก'นิซะเบิล) adj. ซึ่งสามารถรับรู้หรือรู้ได้,ภายในขอบเขตอำนาจการพิจารณาของศาล, Syn. cognisable
compass(คัม'พัส) {compassed,compassing,compasses} n. เข็มทิศ,เส้นรอบวง,เส้นล้อม,พื้นที่,เนื้อที่,ขอบเขต,อาณาเขต,อาณาจักร,ระยะ,ขอบเขตที่เหมาะสม, See also: compasses n.,pl. วงเวียน adj. โค้ง. vt. เคลื่อนรอบ,โอบล้อม,ล้อม,เดินอ้อมรอบ,วางแผน,เข้าใจ. คำที่
confine(คันไฟน์') {confined,confining,confines} vt. ขีดขั้น,จำกัด,ตีวง,เก็บตัว,กักตัว n. ขอบเขต,การจำกัด,การเก็บตัว,คุก,สถานกักกัน., See also: confinable adj. ดูconfine confineable adj. ดูconfine, Syn. intern,imprision
conservative(คันเซอ'วะทิฟว) adj. ซึ่งอนุรักษ์ไว้,ซึ่งสงวนไว้,เกี่ยวกับการเก็บรักษา,ซึ่งมีขอบเขต,รอบคอบ,เกี่ยวกับพรรคConservative. n. นักอนุรักษ์นิยม,นักจารีตนิยม,ผู้รักษาสิ่งเก่า ๆ ,สมาชิกพรรคคอนเซอวาตีฟ,ตัวกันบูด., See also: conservativeness n. คำที่มีความ
coverage(คัฟ'เวอริจฺ) n. ขอบเขตที่การประกันภัยครอบคลุมถึง,เงินค้ำประกัน,เงินประกัน,การรายงานข่าวและการตีพิมพ์ข่าวหรือออกข่าว,ขอบเขตของการรายงานข่าว
demesne(ดีเมน') n. การครอบครอง (ทรัพย์สิน) ที่ดินโดยเจ้าของที่ดิน,ที่ดินในครอบครอง ,ขอบเขต,อาณาจักร
domain(โดเมน') n. อาณาเขตการปกครอง,อาณาจักร, ที่ดินขอบเขต,กลุ่มของคำ (ในทางคณิตศาสตร์) ของตัวแปรอิสระของ function, See also: domainal,domainial adj., Syn. discipline
endlessadj. ไม่มีขอบเขต,ไม่สิ้นสุด, See also: endlessness n. ดูendless, Syn. eternal,
extent(อิคซฺเทนทฺ') n. ขอบเขต,ขนาด,การประเมินค่า, Syn. size
extreme(อิคซฺทรีม') adj.,n. (ความ) สุด,ปลายสุด,สุดขีด,จัด,เกินไป,เกินขอบเขต,ไกลสุด,หนักที่สุด,สุดท้าย,ผิดธรรมดาที่สุด, See also: extremeness n., Syn. final
field(ฟีลดฺ) {fielded,fielding,fields} n. ทุ่ง,ทุ่งนา,ทุ่งกว้าง,เขตเหมืองแร่,สนาม,อาณาจักร,ขอบเขต,พื้น,ลาน vt. เก็บได้ลูก (บอล) ,จับลูกได้ vi. เป็นคนรับลูกในการเล่น (บาสเก็ตบอล,คริคเก๊ต), Syn. area หมายถึง ที่ซึ่งใช้เก็บข้อมูลเฉพาะในโปรแกรมประเภทการจัดการฐานข้อมูล โดยจัดแบ่งให้แต่ละเขตเก็บข้อมูลแต่ละ เรื่อง เช่น แบ่งเป็นเขต ชื่อ นามสกุล ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ อายุ เพศ ฯ ถ้าเรานำเขตข้อมูลเหล่านี้ หลาย ๆ เขตมารวมกัน จะเรียกว่า "ระเบียน" (record)
finite(ไฟ'ไนทฺ) adj. มีขอบเขต,มีเขตจำกัด,ไม่ใหญ่หรือเล็กเกินไปจนวัดไม่ได้,ไม่ใช่ศูนย์. n. สิ่งที่มีขอบเขต., See also: finitely adv. finiteness n., Syn. limited,fixed ###A. infinite,eternal
fuzzy logicตรรกศาสตร์คลุมเคลือหมายถึง แบบหนึ่งของตรรกะ ซึ่งใช้ในระบบผู้เชี่ยวชาญ (expert system) ตรรกะ ประเภทนี้ไม่ใช่มีแต่ ผิด-ถูก (กล่าวคือ ถ้าไม่ถูก ก็ต้องผิด หรือถ้าไม่ผิด ก็ต้องถูก) แต่ตรรกะแบบนี้ มีขอบเขตกว้างขวาง
horizon(ฮะไร'เซิน) n. ขอบฟ้า,ขอบเขต,สายตา,เส้นขอบฟ้า,ระดับ,ตำแหน่ง,ชั้น
immeasurableadj. ซึ่งไม่สามารถจะวัดได้,ไม่มีขอบเขต,นับไม่ถ้วน,เหลือคณานับ., See also: immeasurably adv., Syn. boundless
immense(อิเมนซฺ') adj. ใหญ่มาก,มหึมา,มโหฬาร,มากมาย,กว้างขวาง,ไม่มีขอบเขต,เหลือคณานับ,ดีมาก,เลิศ,ยอดเยี่ยม., See also: immensely adv. immenseness n., Syn. huge,vast ###A. small,little
immensity(อิเมน'ซิที) n. ความกว้างขวาง,ความใหญ่โต,ความมโหฬาร,ความไม่มีขอบเขต, Syn. hugeness
infinite(อิน'ฟะนิท) adj. ไม่มีที่สิ้นสุด,ไม่มีขอบเขต,เหลือคณานับ,สมบูรณ์,ไม่หมดสิ้น. n. สิ่งที่ไม่มีที่สิ้นสุด,บริเวณที่ไม่มีขอบเขต,อวกาศ. -Phr. (the Infinite,the Infinite Being พระผู้เป็นเจ้า) ., See also: infinitely adv. infiniteness n. คำที่มีควา
infinity(อินฟิน'นิที) n. ความไม่มีที่สิ้นสุด,ความไม่มีขอบเขต,สิ่งที่ใหญ่โตเหลือเกิน,จำนวนที่ไม่มีที่สิ้นสุด, Syn. endlessness,eternity
information technologyเทคโนโลยีสารสนเทศใช้ตัวย่อว่า IT หมายถึงเทคโนโลยีในการรวบรวมข้อมูล การจัดเก็บอย่างมีระบบ การเรียกหาข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว การประมวลผล การวิเคราะห์ผลที่ได้จากการประมวลนั้น รวมไปถึงการเน้นในเรื่องการแสดงผล และประชาสัมพันธ์สารสนเทศนั้นอย่างมีประสิทธิภาพ ในรูปแบบที่เหมาะสมกับผู้ที่จะนำไปใช้ต่อไป ตลอดไปจนถึงการสื่อสารข้อมูลนั้นไปยังหน่วยงานต่าง ๆ ด้วย ว่ากันว่า IT กำลังจะก้าวเข้ามาแทนวิชา MIS (management information system) เพราะมีขอบเขตกว้างขวางกว่ามาก สรุปสั้น ๆ ได้ว่า เป็นเหมือนการนำวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ (computer science) รวมกับนิเทศศาสตร์ (mass communications)
it(อิท) pron. มัน,นั่น,ตัว,คน,บุคคล,ตัวมาร,ตัวการ,คนสำคัญ,คนโง่. n. คนเล่น,สถานการณ์โดยทั่วไป ไอทีย่อมาจาก information technology แปลว่า เทคโนโลยีสารสนเทศ หมายถึงเทคโนโลยีในการรวบรวมข้อมูล การจัดเก็บอย่างมีระบบ การเรียกหาข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว การประมวลผล การวิเคราะห์ผลที่ได้จากการประมวลนั้น รวมไปถึงการเน้นในเรื่องการแสดงผล และประชาสัมพันธ์สารสนเทศนั้นอย่างมีประสิทธิภาพ ในรูปแบบที่เหมาะสมกับผู้ที่จะนำไปใช้ต่อไป ตลอดไปจนถึงการสื่อสารข้อมูลนั้นไปยังหน่วยงานต่าง ๆ ด้วย ว่ากันว่า IT กำลังจะก้าวเข้ามาแทนวิชา MIS (management information system) เพราะมีขอบเขตกว้างขวางกว่ามาก สรุปสั้น ๆ ได้ว่า เป็นเหมือนการนำวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ (computer science) รวมกับนิเทศศาสตร์ (mass communications)
jurisdiction(จัวริสดิค'เชิน) n. อำนาจในการตัดสินคดี,อำนาจศาล,อำนาจการควบคุม,ขอบเขตอำนาจ,อำนาจศาล., See also: jurisdictive adj. ดูjurisdiction jurisdictionally adv. ดูjurisdiction, Syn. judicature,magistracy,sphere,range
lavish(แลฟ'วิช) adj. ฟุ่มเฟือย,ใจป้ำ,มากเกินไป,เกินขอบเขต., See also: lavisher n. ดูlavish lavishment n. ดูlavish lavishness n. ดูlavish, Syn. abundant,profuse
limit(ลิม'มิท) {limited,limiting,limits} n. ขอบเขต,เขต,เขตจำกัด,ขีดจำกัด,วงจำกัด,จำนวนจำกัด. vt. จำกัด,กำหนด,ขีดขั้น., See also: limitable adj. ดูlimit limitableness n. ดูlimit limiter n. ดูlimit limitation n. ดูlimit
limiting(ลิม'มิททิง) adj. จำกัด,มีขอบเขต,มีขีดขั้น
limitless(ลิม'มิทลิส) adj. ไม่มีขอบเขต, See also: limitlessness n. ความไม่มีขอบเขต
margin(มาร์'จิน) n. ขอบ,ริม,ข้าง,ขอบเขต,ช่องว่าง,จำนวนที่เผื่อเหลือเผื่อขาด,เงินทดรองความสูญเสีย,ค่าแตกต่างระหว่างราคาทุนกับราคาขาย,จุดรายได้ต่ำสุดซึ่งถ้าต่ำกว่านี้แล้วการผลิตจะขาดทุน,ร่อแร่,เกือบขาดทุน. vt. ใส่ขอบ,ทำให้มีริมหรือข้าง,วางเงินทดรอง
marginal(มาร์'จิเนิล) adj. เกี่ยวกับขอบเขต,เกือบใช้ไม่ได้,เกือบขาดทุน,ร่อแร่,ขายในราคาเกือบขาดทุน., See also: marginality n. marginally adv.
mete(มีท) vt. แบ่งสรร,จ่ายแจก,วัด n. เส้นแบ่ง,ขอบเขต
overdue(โอ'เวอะดิว) adj. พ้นกำหนด,เลยเวลา,เกินไป,เกินขอบเขต,คอยนานเกินไป,เจริญหรือสุกงอมเกินไป
periphery(พะริฟ'เฟอรี) n. เส้นรอบวง,ผิวรอบนอก,ส่วนภายนอก,บริเวณปลายเส้นประสาท,ขอบเขต,ขอบนอก, Syn. perimeter
precinct(พรี'ซิงทฺ) n. ขอบเขต,บริเวณ,เขตแบ่ง,เขตปกครอง,เขตควบคุม,อาณาเขต,สิ่งแวดล้อม
purview(เพอ'วิว) n. ขอบเขต (อำนาจ,การปฏิบัติงาน) ,บทบัญญัติ,บทบัญญัติของกฎหมาย,ตัวบทกฎหมาย, Syn. scope,overview
radius(เร'เดียส) n. รัศมี,เส้นรัศมี,ความยาวของรัศมี,ส่วนที่รัศมี,อิทธิพล,ขอบเขต,กระดูกแขนท่อนนอก,เส้นเลือดดำตามยาวที่สำคัญในส่วนหน้าของปีกแมลง pl. radii,radiuses
range(เรนจฺ) n.,vt. (จัด) แถว,แนว,ลำดับ,ช่องระยะ,ทิว,ทิวเขา,เทือกเขา,ขอบเขต,เขต,วิถีกระสุน,วิถียิง,ค่าแตกต่างระหว่างตัวแปรน้อยที่สุดกับตัวแปรมากที่สุด,ตำแหน่ง,ชั้น,ประเภท,การจัดลำ-ดับ,กลุ่มค่าทางสถิติทั้งหมด vi. ผันแปรภายในขอบเขตหนึ่ง,เปลี่ยนแปลงในช่วงหนึ่ง,ขยายออก
reach(รีชฺ) vt.,vi. (การ) ถึง,มาถึง,ไปถึง,บรรลุ,ยื่น,เอื้อม,เป็นจำนวนถึง,ขอบเขต,ระยะที่ไปถึง,ช่วงระยะทาง,ช่วงแขนของนักมวย, See also: reachable adj reacher n., Syn. extend,present,touch
realm(เรล์ม) n. ราชอาณาจักร,อาณาจักร,บริเวณ,แผ่นดิน,ดินแดน,ขอบเขตล ปริมณฑล

English-Thai: Nontri Dictionary
bottomless(adj) ลึกมาก,หยั่งไม่ถึง,ไร้ขอบเขต
bound(n) ขอบเขต,บริเวณ,เขตแดน,อาณาเขต,ขอบข่าย
bound(vt) จำกัด,กำหนดขอบเขต
boundary(n) ขอบเขต,เขตแดน,บริเวณ,อาณาเขต
boundless(adj) ไม่มีขอบเขต,กว้างขวาง,ไม่มีที่สิ้นสุด,ไม่จำกัด
circle(n) วงกลม,วงแหวน,วงเวียน,บริเวณ,ขอบเขต,หมู่คณะ,การหมุนเวียน,วัฏจักร
circumscription(n) เส้นรอบวง,การจำกัดเขต,ขอบเขต,คำนิยาม
compass(n) เข็มทิศ,เส้นรอบวง,วงเวียน,ขอบเขต,เนื้อที่,ระยะ
confine(n) ขอบเขต,วงรอบ,การจำกัด,คุก,สถานกักกัน
confinement(n) การกักขัง,การจำกัดขอบเขต,การกักตัว,การคุมขัง
domain(n) ขอบเขต,คฤหาสน์,ที่ดิน,อาณาจักร
extent(n) อาณาเขต,ขอบเขต,ขนาด,การประเมินค่า
field(n) ทุ่ง,สนาม,ทุ่งหญ้า,ทุ่งนา,สนามรบ,สมรภูมิ,ขอบเขต,แผนก
frontier(n) พรมแดน,ชายแดน,เขตแดน,ขอบเขต
horizon(n) สายตา,เส้นขอบฟ้า,ขอบเขต,วง,ตำแหน่ง,ระดับ
illimitable(adj) ไม่มีขอบเขต,ไม่มีที่สิ้นสุด
immeasurable(adj) มากมาย,ไม่มีขอบเขต,ไม่สามารถวัดได้
incidence(n) การตกลงมา,แสงตกกระทบ,ขอบเขต,การบังเกิด,เหตุการณ์
infinite(adj) อสงขัย,ไม่จำกัด,ไม่มีขอบเขต,มากมาย,เหลือคณา
ken(n) ขอบเขต,สายตา
kingdom(n) อาณาจักร,ขอบเขต,วงการ,ปริมณฑล
limit(n) ขอบเขต,ขีดจำกัด,ข้อบกพร่อง
limit(vt) จำกัด,กั้นวง,ขีดวง,กำหนดขอบเขต
limited(adj) ถูกจำกัด,น้อย,มีขอบเขต,แคบ
limitless(adj) ไม่จำกัด,ไม่อั้น,มากมาย,ไม่มีขอบเขต
measureless(adj) ไม่จำกัด,ไม่มีขอบเขต,ไม่สามารถจะวัดได้,เหลือคณนา
outskirts(n) รอบนอก,ขอบเขตภายนอก,ชานเมือง,ริม
overdue(adj) เลยเวลา,เกินกำหนด,เกินขอบเขต
periphery(n) เส้นรอบวง,ผิวรอบนอก,ขอบนอก,ขอบเขต
precinct(n) ขอบเขต,อาณาเขต,เขตปกครอง
radius(n) รังสี,รัศมี,ขอบเขต
reach(n) ขอบเขต,การบรรลุ,การยื่น,การเอื้อม
realm(n) แผ่นดิน,อาณาจักร,ขอบเขต,ปริมณฑล,ดินแดน,บริเวณ
region(n) บริเวณ,ขอบเขต,แถบ,ภาค,แคว้น,ดินแดน
scope(n) ขอบเขต,ระยะ,วง,โอกาส,ลู่ทาง,ทัศนวิสัย,การมองปัญหา
size(n) เบอร์,ขนาด,การวัด,การประมาณ,ขอบเขต
sphere(n) ลูกโลก,ทรงกลม,ขอบเขตความรู้,วงงาน,ถิ่น,ปริมณฑล
sweep(n) วง,ขอบเขต,การปัดกวาด,การกวาดสายตา
term(n) ขอบเขต,ภาคเรียน,ข้อตกลง,กำหนดเวลา,ครั้ง,วาระ,สมัย
terminal(adj) ตอนปลาย,ท้าย,สรุป,เกี่ยวกับขอบเขต
termination(n) การสิ้นสุด,การลงเอย,จุดหมายปลายทาง,ขอบเขต,ปัจจัย
terminus(n) สถานีปลายทาง,ขอบเขต,เสาเขต,จุดประสงค์,ส่วนท้าย
tether(n) เชือก,โซ่ล่าม,ขอบเขตจำกัด
tether(vt) ผูก,มัด,ล่าม,จำกัดขอบเขต
unlimited(adj) ไม่จำกัด,ไม่มีขอบเขต,ไม่บังคับ
zone(n) สายรัด,เขตร้อนหนาว,แนว,วง,บริเวณ,ขอบเขต,เขตเวลา

English-Thai: Longdo Dictionary (UNAPPROVED version -- use with care )
bound (n ) ขอบเขต
non-exclusive jurisdiction of court (n ) ศาลที่่มีขอบเขตในการตัดสินคดีทั่่วไป
run the gamut (phrase ) แสดงขอบเขตครอบคลุมครบถ้วน, ครอบคลุมตั้งแต่....จนถึง....,
See also: S. experience, display, or perform the complete range of something.,
to the extent thatในขอบเขตที่ว่า

Japanese-Thai: Longdo Dictionary
範囲[はんい, han'i] (n) ขอบเขต

Japanese-Thai: Longdo Dictionary (UNAPPROVED version -- use with care )
意味範[いみはん, imihan] (n) ขอบเขตของความหมาย
[けん, ken] (n ) ขอบเขต วง ข่าย

German-Thai: Longdo Dictionary
Rahmen(n) |der, pl. Rahmen| กรอบ, ขอบเขต, เค้าโครง
im Rahmen vonในขอบเขตของ, ในท้องเรื่อง
ausserhalb(prep) |+ G| นอกเหนือจากเวลาที่กล่าว หรือ นอกเหนือจากขอบเขตที่กล่าว เช่น Ausserhalb der Hochsaison ist es hier sehr ruhig., Unser Arzt ist auch ausserhalb der Sprechzeiten telefonisch erreichbar., Diese Befugnisse liegen ausserhalb meines Kompetenzbereichs., See also: A. innerhalb,

French-Thai: Longdo Dictionary
excessif(adj) |f. -ive| มากเกินไป, เกินขอบเขต, เกินไป, เกินกว่าจะยอมรับได้ เช่น Vous êtes aussi excessif(ve) dans vos élans que dans vos courroux., See also: R. démesuré, énorme, extrême,

Are you satisfied with the result?


Discussions

ว่าด้วยโฆษณา
เราทราบดีว่าท่านผู้ใช้คงไม่ได้อยากให้มีโฆษณาเท่าใดนัก แต่โฆษณาช่วยให้ทาง Longdo เรามีรายรับเพียงพอที่จะให้บริการพจนานุกรมได้แบบฟรีๆ ต่อไป ดูรายละเอียดเพิ่มเติม
Go to Top