ผลลัพธ์การค้นหาสำหรับ

*การพูด*

   
348 รายการ
ลองค้นหาคำในรูปแบบอื่น ๆ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์มากขึ้นหรือน้อยลง: การพูด, -การพูด-
Longdo Dictionary ภาษาไทยภาคอีสานตอนเหนือ (TH-NE-N) - ไทย (TH) (UNAPPROVED version -- use with care )
สำมะแจ๋ (adv ) อาการพูดมากและไม่เป็นความจริง

Thai-English: NECTEC's Lexitron-2 Dictionary [with local updates]
การพูดโทรศัพท์[N] telephoning, See also: phoning, making a telephone call, making or receiving a call, Syn. การคุยโทรศัพท์, Example: การพูดโทรศัพท์ในตู้โทรศัพท์สาธารณะนานๆ เป็นสิ่งที่ไม่สมควร
เสรีภาพในการพูด[N] freedom of speech, Syn. สิทธิเสรีภาพในการพูด, อิสระในการพูด, Example: บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการพูด

ไทย-ไทย: พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔
กระโชกกระชั้นว. อาการพูดกระแทกเสียงถี่ ๆ.
กระโชกกระชากว. อาการพูดอย่างตวาดหรืออย่างกระแทกเสียง.
กระโชกโฮกฮากว. อาการพูดกระชากเสียงหรือพูดกระแทกเสียงซึ่งไม่น่าฟัง, โฮกฮาก ก็ว่า.
กะหน็องกะแหน็งว. แปร่ง, ไม่ชัด, ฟังไม่ออก, (ใช้แก่การพูด), หน็องแหน็ง ก็ว่า.
ก้าวเฉียงโดยปริยายใช้แก่การพูดไม่ตรงหรือพูดเลี่ยง เช่น นงลักษณ์แกล้งกล่าวก้าวเฉียง (อิเหนา).
ชัปนะ(ชับปะนะ) น. การพูดพึมพำ, การสวดมนต์พึมพำ.
ตะล่อม ๑ว. ลักษณะการพูดหว่านล้อมหรือรวบรัดให้เข้าสู่จุดหมายหรือเข้าประเด็น เช่น พูดตะล่อม.
เบญจศีลน. ศีล ๕ คือ ๑. งดเว้นจากการฆ่าสัตว์ ๒. งดเว้นจากการลักทรัพย์ ๓. งดเว้นจากการประพฤติผิดในกาม ๔. งดเว้นจากการพูดเท็จ ๕. งดเว้นจากการเสพสุราเมรัยและของมึนเมา, คู่กับ เบญจธรรม.
ปฏิพากย์น. การกล่าวตอบ, การพูดโต้ตอบ, เช่น เพลงปฏิพากย์ คือ เพลงที่ร้องโต้ตอบกัน.
ปราศรัย(ปฺราไส) น. การพูดด้วยไมตรีจิต, การแสดงอัชฌาสัยในระหว่างผู้ใหญ่ต่อผู้น้อยหรือผู้ที่เสมอกัน
ป่วยการก. เสียงานเสียการ, ไร้ประโยชน์, เช่น ป่วยการพูด.
เป้อเย้อเยิ่นเย้อ, ยืดยาด, มักใช้แก่การพูด เช่น พูดเป้อเย้อ.
โผงผางว. ลักษณะการพูดตรง ๆ ไม่เกรงใจ, ไม่ยับยั้งอ้อมค้อม, โผง ก็ว่า.
พจนา(พดจะ-) น. การเปล่งวาจา, การพูด
ภาษณ์น. การพูด.
ภาสน์น. การพูด.
มุสาวาทน. การพูดเท็จ, การพูดปด
เม็ดพรายน. กลเม็ดเด็ดพราย, วิธีที่แยบคายหรือพลิกแพลงในการพูดหรือร้องเพลงเป็นต้น.
ลปนะ(ละปะนะ) น. การพูด, การบ่นพึมพำ
ลวดลายน. ลายต่าง ๆ ที่เขียนหรือแกะสลัก, ฝีมือความสามารถที่แสดงให้ปรากฏ เช่น นักฟุตบอลมีลวดลายในการส่งลูก, โดยปริยายหมายความว่า มีลูกไม้หรือชั้นเชิงต่าง ๆ เช่น เขามีลวดลายในการพูดให้คนฮาได้ เขามีลวดลายในการเต้นรำ.
ลวนลามก. ล่วงเกินในลักษณะชู้สาวด้วยการพูดหรือการกระทำเกินสมควร เช่น นายดำชอบพูดจาลวนลามผู้หญิง เขาชอบถือโอกาสลวนลามด้วยการจับมือถือแขนผู้หญิง, ลามลวน ก็ว่า.
ละครพูดสลับลำน. ละครที่มีบทสำหรับร้องแทรก ส่วนที่ร้องเป็นการย้ำเนื้อหาที่พูดด้วยบทไว้แล้ว ถ้าตัดการร้องเหลือแต่การพูดก็ยังเป็นละครพูดได้.
ละครสังคีตน. ละครแบบหนึ่ง ได้รับอิทธิพลจากละครแบบยุโรป ตัวละครร้องและพูดบทของตน การร้องเพลงและการพูดมีความสำคัญเท่ากัน ถ้าตัดส่วนใดออกเนื้อเรื่องจะขาดไป ดนตรีประกอบไพเราะ มีการจัดฉากและแต่งกายตามสมัยที่ปรากฏในเรื่อง เช่น เรื่องวิวาหพระสมุท มิกาโด วั่งตี.
ลาป- ๒(ลาปะ-, ลาบ-) น. การพูด, การออกเสียง.
ลิ้น ๑การพูด, ถ้อยคำ, เช่น ไม่เชื่อลิ้นเจ้าแล้วนะแก้วตา.
ลีลาท่วงทำนอง เช่น ลีลาการพูด ลีลาการเขียน
เลศนัย(เลดไน) น. การพูดหรือแสดงอาการเป็นชั้นเชิงให้รู้ในที เช่น พูดเป็นเลศนัย ขยิบตาให้รู้เป็นเลศนัยว่าให้หยุดพูด.
วจีกรรมน. การพูด, การกระทำทางวาจา, เช่น การกล่าวเท็จเป็นการทำผิดทางวจีกรรม.
วจีทุจริต(วะจีทุดจะหฺริด) น. ความประพฤติชั่วทางวาจา มี ๔ อย่าง ได้แก่ การพูดเท็จ ๑ การพูดคำหยาบ ๑ การพูดส่อเสียด ๑ การพูดเพ้อเจ้อ ๑.
วทนะ(วะทะนะ) น. การพูด, คำพูด
วัช ๓, วัชชะ ๒น. การพูด, ถ้อยคำ.
วิประลาป, วิปลาป(วิปฺระลาบ, วิบปะ-) น. การพูดเพ้อ, การพูดพรํ่า
สัลลาป-(สันลาปะ-) น. การพูดจากัน.
สากัจฉาน. การพูดจา, การปรึกษา.
เสรีภาพน. ความสามารถที่จะกระทำการใด ๆ ได้ตามที่ตนปรารถนาโดยไม่มีอุปสรรคขัดขวาง เช่น เสรีภาพในการพูด เสรีภาพในการนับถือศาสนา, ความมีสิทธิที่จะทำจะพูดได้โดยไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่น.
โหยกเหยก(โหฺยกเหฺยก) ว. ไม่อยู่กับร่องกับรอย, ไม่แน่นอน, (ใช้แก่การพูด), เช่น พูดจาโหยกเหยก
อมพระมาพูดใช้ในการพูดโดยอ้างพระหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์มาประกอบเป็นพยาน มักใช้ในความปฏิเสธ เช่น ต่อให้อมพระมาพูดก็ไม่เชื่อ.
อาลปน์, อาลปนะ(อาลบ, อาละปะนะ) น. การพูด, การสนทนา, การเรียก, การทักทาย
โฮกฮากว. อาการพูดกระชากเสียงหรือพูดกระแทกเสียงซึ่งไม่น่าฟัง, มักใช้เข้าคู่กับคำ กระโชก เป็น กระโชกโฮกฮาก.

อังกฤษ-ไทย: ศัพท์บัญญัติราชบัณฑิตยสถาน [เชื่อมโยงจาก royin.go.th แบบอัตโนมัติและผ่านการปรับแก้]
palilaliaอาการพูดซ้ำเร็ว [แพทยศาสตร์ ๖ ส.ค. ๒๕๔๔]
palilogiaอาการพูดซ้ำซาก [แพทยศาสตร์ ๖ ส.ค. ๒๕๔๔]
law, gagกฎหมายลิดรอนเสรีภาพ (ในการพูด การเขียน และการร้องทุกข์) [รัฐศาสตร์ ๑๗ ส.ค. ๒๕๔๔]
lingual titubation; dysphemia; stammering; stutteringการพูดติดอ่าง [แพทยศาสตร์ ๖ ส.ค. ๒๕๔๔]
logorrhea; logorrhoea; verbomaniaอาการพูดไม่หยุด [แพทยศาสตร์ ๖ ส.ค. ๒๕๔๔]
logorrhoea; logorrhea; verbomaniaอาการพูดไม่หยุด [แพทยศาสตร์ ๖ ส.ค. ๒๕๔๔]
slurred speech; speech, clipped; speech, scampingอาการพูดคำคละละเลือน [แพทยศาสตร์ ๖ ส.ค. ๒๕๔๔]
stuttering; dysphemia; stammering; titubation, lingualการพูดติดอ่าง [แพทยศาสตร์ ๖ ส.ค. ๒๕๔๔]
scamping speech; speech, clipped; speech, slurredอาการพูดคำคละละเลือน [แพทยศาสตร์ ๖ ส.ค. ๒๕๔๔]
stammering; dysphemia; stuttering; titubation, lingualการพูดติดอ่าง [แพทยศาสตร์ ๖ ส.ค. ๒๕๔๔]
staccato speechอาการพูดทีละพยางค์ [แพทยศาสตร์ ๖ ส.ค. ๒๕๔๔]
stomatolaliaการพูดเสียงจมูกบี้ [แพทยศาสตร์ ๖ ส.ค. ๒๕๔๔]
speech, clipped; speech, scamping; speech, slurredอาการพูดคำคละละเลือน [แพทยศาสตร์ ๖ ส.ค. ๒๕๔๔]
speech, incoherentอาการพูดไม่ปะติดปะต่อ [แพทยศาสตร์ ๖ ส.ค. ๒๕๔๔]
speech, jumbledอาการพูดคละคำ [แพทยศาสตร์ ๖ ส.ค. ๒๕๔๔]
speech, scamping; speech, clipped; speech, slurredอาการพูดคำคละละเลือน [แพทยศาสตร์ ๖ ส.ค. ๒๕๔๔]
speech, slurred; speech, clipped; speech, scampingอาการพูดคำคละละเลือน [แพทยศาสตร์ ๖ ส.ค. ๒๕๔๔]
speech, staccatoอาการพูดทีละพยางค์ [แพทยศาสตร์ ๖ ส.ค. ๒๕๔๔]
oxylalia; tachylaliaการพูดเร็ว [แพทยศาสตร์ ๖ ส.ค. ๒๕๔๔]
oesophageal speech; esophageal speechการพูดด้วยลมช่องหลอดอาหาร [สัทศาสตร์ ๘ มี.ค. ๒๕๔๕]
aphrasiaภาวะเสียการสื่อการพูด [แพทยศาสตร์ ๖ ส.ค. ๒๕๔๔]
asideการพูดป้อง [วรรณกรรม ๖ มี.ค. ๒๕๔๕]
area, Wernicke's second motor speech; field, Wernicke's; zone, Wernicke'sศูนย์ประสานการพูด [แพทยศาสตร์ ๖ ส.ค. ๒๕๔๔]
jumbled speechอาการพูดคละคำ [แพทยศาสตร์ ๖ ส.ค. ๒๕๔๔]
bradylaliaอาการพูดช้า [แพทยศาสตร์ ๖ ส.ค. ๒๕๔๔]
bilingualismการพูดได้สองภาษา [ประชากรศาสตร์ ๔ ก.พ. ๒๕๔๕]
mutism๑. การพูดไม่ได้๒. การไม่ยอมพูด [แพทยศาสตร์ ๖ ส.ค. ๒๕๔๔]
clipped speech; speech, scamping; speech, slurredอาการพูดคำคละละเลือน [แพทยศาสตร์ ๖ ส.ค. ๒๕๔๔]
dysphemia; stammering; stuttering; titubation, lingualการพูดติดอ่าง [แพทยศาสตร์ ๖ ส.ค. ๒๕๔๔]
dysarthriaอาการพูดไม่เป็นความ [แพทยศาสตร์ ๖ ส.ค. ๒๕๔๔]
glossolaliaอาการพูดฟังไม่รู้เรื่อง [แพทยศาสตร์ ๖ ส.ค. ๒๕๔๔]
gag lawกฎหมายลิดรอนเสรีภาพ (ในการพูด การเขียน และการร้องทุกข์) [รัฐศาสตร์ ๑๗ ส.ค. ๒๕๔๔]
gag lawกฎหมายลิดรอนเสรีภาพ (ในการพูด การเขียน และการร้องทุกข์) [นิติศาสตร์ ๑๑ มี.ค. ๒๕๔๕]
free speech; freedom of speechเสรีภาพในการพูด [นิติศาสตร์ ๑๑ มี.ค. ๒๕๔๕]
freedom of speech; free speechเสรีภาพในการพูด [นิติศาสตร์ ๑๑ มี.ค. ๒๕๔๕]
field, Wernicke's; area, Wernicke's second motor speech; zone, Wernicke'sศูนย์ประสานการพูด [แพทยศาสตร์ ๖ ส.ค. ๒๕๔๔]
esophageal speech; oesophageal speechการพูดด้วยลมช่องหลอดอาหาร [สัทศาสตร์ ๘ มี.ค. ๒๕๔๕]
echolalia; echophrasiaอาการพูดเลียน [แพทยศาสตร์ ๖ ส.ค. ๒๕๔๔]
echophrasia; echolaliaอาการพูดเลียน [แพทยศาสตร์ ๖ ส.ค. ๒๕๔๔]
incoherent speechอาการพูดไม่ปะติดปะต่อ [แพทยศาสตร์ ๖ ส.ค. ๒๕๔๔]
zone, Wernicke's; area, Wernicke's second motor speech; field, Wernicke'sศูนย์ประสานการพูด [แพทยศาสตร์ ๖ ส.ค. ๒๕๔๔]
verbigerationอาการพูดหรือเขียนซ้ำ ๆ อย่างไร้ความหมาย [แพทยศาสตร์ ๖ ส.ค. ๒๕๔๔]
verbomania; logorrhea; logorrhoeaอาการพูดไม่หยุด [แพทยศาสตร์ ๖ ส.ค. ๒๕๔๔]
titubation, lingual; dysphemia; stammering; stutteringการพูดติดอ่าง [แพทยศาสตร์ ๖ ส.ค. ๒๕๔๔]
tachylalia; oxylaliaการพูดเร็ว [แพทยศาสตร์ ๖ ส.ค. ๒๕๔๔]
uraniscolaliaการพูดเสียงเพดานโหว่ [แพทยศาสตร์ ๖ ส.ค. ๒๕๔๔]
Wernicke's field; area, Wernicke's second motor speech; zone, Wernicke'sศูนย์ประสานการพูด [แพทยศาสตร์ ๖ ส.ค. ๒๕๔๔]
Wernicke's second motor speech area; field, Wernicke's; zone, Wernicke'sศูนย์ประสานการพูด [แพทยศาสตร์ ๖ ส.ค. ๒๕๔๔]
Wernicke's zone; area, Wernicke's second motor speech; field, Wernicke'sศูนย์ประสานการพูด [แพทยศาสตร์ ๖ ส.ค. ๒๕๔๔]

อังกฤษ-ไทย: คลังศัพท์ไทย โดย สวทช.
integrationบูรณาการ, การรวมเข้าเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน, บูรณาการ มี ๒ ความหมาย

ความหมายที่ ๑ คือ ทำให้เป็นเนื้อเดียวกันโดยรวมหรือผสมผสานส่วนต่าง ๆ เข้าด้วยกัน เช่น การสอนภาษาแบบบูรณาการ หมายถึง การรวมทักษะการพูด ฟัง อ่าน เขียน ไว้ในวิชาเดียวกัน, หลักสูตรแบบบูรณาการสำหรับภิกษุสามเณร เป็นหลักสูตรที่รวมหลักสูตรธรรมศึกษา บาลีศึกษา และสามัญศึกษา ให้เป็นหลักสูตรเดียว

ความหมายที่ ๒ หมายถึงเชื่อมหรือประสานกับสิ่งอื่นหรือหน่วยงานอื่น เช่น โรงเรียนหลายแห่งบูรณาการภูมิปัญญาท้องถิ่นเข้ากับศาสตร์สมัยใหม่ เพื่อให้เกิดการพัฒนาองค์ความรู้ที่มีรากฐานจากความเป็นไทยและนำไปสู่การ พัฒนาประเทศที่ยั่งยืน [การจัดการความรู้]

Augmentative and Alternative Communicateอุปกรณ์ช่วยสื่อสารแบบพกพาสำหรับผู้ที่มีปัญหาในการพูด , อุปกรณ์ขนาดเล็ก มีปุ่มที่เก็บเสียงที่บันทึกล่วงหน้าได้ ในประเทศไทยมีผลงานวิจัยภายใต้โครงการเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ชื่อ โอภา สามารถบันทึกได้ ๖๐ ข้อความ และเรียกใช้โดยการกดปุ่ม อุปกรณ์มี ๑๕ ปุ่ม และมีปุ่มเลือกชุดข้อความได้ ๔ ชุด และมีโหมดสแกนข้อความที่ทำงานคู่กับสวิตช์เดี่ยวใช้กดเลือกข้อความ [Assistive Technology]
Augmentative and Alternative Communication Programซอฟต์แวร์ช่วยในการสื่อสารสำหรับผู้ที่มีปัญหาในการพูด, ซอฟต์แวร์ช่วยในการสื่อสารสำหรับผู้ที่มีปัญหาในการพูด โดยใช้รูปภาพหรือข้อความเป็นรูปแทนการสื่อความหมาย เมื่อเลือกรูปแทนแล้ว โปรแกรมจะเล่นเสียงที่บันทึกไว้ของรูปแทนดังกล่าวออกมา โปรแกรมชนิดนี้พัฒนาขึ้นในประเทศไทย ชื่อ "ปราศรัย" ทำหน้าที่เป็นเสมือนกล่องที่บรรจุเสียงพูดที่ใช้ในการสนทนาไว้อย่างไม่จำกัดจำนวน โดยจัดเก็บเสียงเป็นแฟ้มเสียงไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ [Assistive Technology]
Extemporaneous speakingการพูดโดยไม่ได้ตระเตรียม [TU Subject Heading]
Freedom of speechเสรีภาพในการพูด [TU Subject Heading]
Public speakingการพูดในชุมนุมชน [TU Subject Heading]
Self-talkการพูดกับตนเอง [TU Subject Heading]
Speechการพูด [TU Subject Heading]
Speech anxietyความวิตกกังวลในการพูด [TU Subject Heading]
Speech disordersการพูดผิดปกติ [TU Subject Heading]
Speech therapyการรักษาการพูดผิดปรกติ [TU Subject Heading]
Speech, Alaryngealการพูดโดยไม่ใช้กล่องเสียง [TU Subject Heading]
Speech, Esophagealการพูดโดยใช้หลอดอาหาร [TU Subject Heading]
Verbal self-defenseการพูดป้องกันตัว [TU Subject Heading]
Personal Inviolability of Diplomatic Agentsหมายถึง ตัวบุคคลของตัวแทนทางทูตจะถูกละเมิดมิได้ กล่าวคือ มาตรา 29 ของอนุสัญญากรุงเวียนนาว่าด้วยความสัมพันธ์ทางการทูต ได้บัญญัติในเรื่องนี้ไว้ว่า ?ตัวบุคคลของตัวแทนทางการทูตจะถูกละเมิดมิได้ ตัวแทนทางการทุตจะไม่ถูกจับกุมหรือกักขังในรูปใด ๆ ให้รัฐผู้รับปฏิบัติต่อตัวแทนทางการทูตด้วยความเคารพตามสมควร และดำเนินการที่เหมาะสมทั้งมวลที่จะป้องกันการประทุษร้ายใด ๆ ต่อตัวบุคคล เสรีภาพ หรือเกียรติของตัวแทนทางการทูต?ตัวบุคคลของตัวแทนทางการทูตจะถูกละเมิดมิได้ นั้น ได้ถือเป็นปัจจัยหลักในการที่ให้ผู้แทนทางการทูตได้รับสิทธิและความคุ้มกัน ทั้งมวล ถึงกับมีการพูดกันว่า ผู้ใดประทุษร้ายต่อตัวเอกอัครราชทูต จักถือว่าเป็นการทำร้ายต่อประมุขของประเทศซึ่งผู้แทนทางการทูตผู้นั้นเป็น ตัวแทนอยู่ ทั้งยังถือว่าเป็นการยังผลร้ายต่อความปลอดภัยและสวัสดิภาพของประชาชาติทั้ง มวลด้วยตัวอย่างเช่น เมื่อวันที่ 24 มีนาคม ค.ศ. 1964 ชายหนุ่มญี่ปุ่นคนหนึ่งซึ่งมีจิตวิปลาส ได้ใช้มีดแทง นายเอ็ดวิน โอไรส์ชาวเออร์ เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศญี่ปุ่น ในเขตนอกสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ในกรุงโตเกียว รัฐมนตรีว่าการกระทวงมหาดไทยญี่ปุ่นได้ลาออกจากตำแหน่งทันทีและรุ่งขึ้นใน วันที่ 25 มีนาคม ค.ศ. 1964 นายอิเคดะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นในสมัยนั้น ได้ทำการขอโทษต่อประชาชนชาวอเมริกันทางวิทยุโทรทัศน์ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่ได้มีการดำเนินการในทำนองนี้ และการที่นายกรัฐมนตรีอิเคดะได้ปฏิบัติดังกล่าวได้แสดงให้เห็นว่า การที่ตัวบุคคลของผู้แทนทางการทูตจะถูกละเมิดมิได้นั้น มีความสำคัญมากเพียงใดตัวแทนทางการทูตจะถูกจับ ถูกฟ้องศาล หรือถูกลงโทษฐานประกอบอาชญากรรมนั้นไม่ได้ เพราะถือว่าผู้แทนทางการทูตมิได้อยู่ในอำนาจศาลของรัฐผู้รับ อย่างไรก็ดี หากผู้แทนทางการทูตกระทำความผิดอย่างโจ่งแจ้ง รัฐผู้รับอาจขอให้รัฐผู้ส่งเรียกตัวกลับไปยังประเทศของเขาได้ในทันที [การทูต]
Potsdam Proclamationคือคำประกาศ ณ เมืองปอตสแดม ออกเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม ค.ศ. 1945 โดยหัวหน้าคณะรัฐบาลของประเทศสหรัฐอเมริกา อังกฤษ และจีน ลงนามโดยประธานาธิบดีของรัฐบาลจีนคณะชาติ เป็นคำประกาศเมื่อตอนใกล้จะเสร็จสิ้นสงครามโลกครั้งที่สอง โดยฝ่ายสัมพันธมิตรดังกล่าวกำลังทำสงครามขับเคี่ยวอยู่กับฝ่ายญี่ปุ่น พึงสังเกตว่า สหภาพโซเวียต ในตอนนั้นมิได้มีส่วนร่วมในการออกคำประกาศ ณ เมืองปอตสแดมแต่อย่างใดโดยแท้จริงแล้ว คำประกาศนี้เท่ากับเป็นการยื่นคำขาดให้ฝ่ายญี่ปุ่นตัดสินใจเลือกเอาว่าจะทำ การสู้รบต่อไป หรือจะยอมจำนนเพื่อยุติสงคราม คำประกาศได้เตือนอย่างหนักแน่นว่า หากญี่ปุ่นตัดสินใจที่จะสู้รบต่อไป แสนยานุภาพอันมหาศาลของสัมพันธมิตรก็จะมุ่งหน้าโจมตีบดขยี้กองทัพและประเทศ ญี่ปุ่นให้แหลกลาญ แต่หากว่าญี่ปุ่นยอมโดยคำนึงถึงเหตุผล ฝ่ายสัมพันธมิตรก็ได้ตั้งเงื่อนไขไว้หลายข้อ สรุปแล้วก็คือ ลัทธิถืออำนาจทหารเป็นใหญ่จะต้องถูกกำจัดให้สูญสิ้นไปจากโลกอำนาจและอิทธิพล ของบรรดาผู้ที่ชักนำให้พลเมืองญี่ปุ่นหลงผิด โดยกระโจนเข้าสู่สงครามเพื่อครองโลกนั้น จะต้องถูกทำลายให้สิ้นซาก รวมทั้งพลังอำนาจในการก่อสงครามของญี่ปุ่นด้วยจุดต่าง ๆ ในประเทศญี่ปุ่น ตามที่ฝ่ายสัมพันธมิตรจะกำหนด จะต้องถูกยึดครองไว้จนกระทั่งได้ปฏิบัติตามจุดมุ่งหมายของสัมพันธมิตรเป็นผล สำเร็จแล้ว อำนาจอธิปไตยของญี่ปุ่นให้จำกัดอยู่เฉพาะภายในเกาะฮอนซู ฮ็อกไกโด กิวชู ชิโกกุ และเกาะเล็กน้อยอื่น ๆ ตามที่ฝ่ายสัมพันธมิตรจะกำหนด อาชญากรสงครามทุกคนจะต้องถูกนำตัวขึ้นศาล รวมทั้งที่ทำทารุณโหดร้ายต่อเชลยศึกของสัมพันธมิตร รัฐบาลญี่ปุ่นจะต้องกำจัดสิ่งต่าง ๆ ทั้งหมดที่เป็นอุปสรรคต่อการรื้อฟื้น และเสริมสร้างความเชื่อถือในหลักประชาธิปไตยในระหว่างพลเมืองญี่ปุ่น และจัดให้มีเสรีภาพในการพูด การนับถือศาสนา และในการแสดงความคิดเห็น ตลอดจนการเคารพสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน อย่างไรก็ดี ญี่ปุ่นจะได้รับอนุญาตให้ดำเนินกิจการด้านอุตสาหกรรมที่จะเกื้อกูลต่อภาวะ เศรษฐกิจของประเทศ และความสามารถที่จะชำระค่าปฏิกรรมสงคราม แต่จะไม่ยอมให้คงไว้ซึ่งกิจการอุตสาหกรรมชนิดที่จะช่วยให้ญี่ปุ่นสร้างสม อาวุธเพื่อทำสงครามขึ้นมาอีก ในทีสุด กำลังทหารสัมพันธมิตรจะถอนตัวออกจากประเทศญี่ปุ่นในทันทีที่จุดประสงค์ต่าง ๆ ได้บรรลุผลเรียบร้อยแล้ว ในตอนท้ายของเงื่อนไข สัมพันธมิตรได้เรียกร้องให้รัฐบาลญี่ปุ่นประกาศยอมแพ้อย่างไม่มีเงื่อนไข เสียโดยไว [การทูต]
Aphasiaอะฟาเซีย, อาการ; อะฟาเซีย; อะฟาซิอา; ความผิดปกติเกี่ยวกับภาษา; ความผิดปกติของการใช้ภาษาพูด; พูดไม่ได้; พูดไม่ได้หรือเขียนไม่ได้สาเหตุจากสมอง; การขาดอำนาจบังคับในการพูด; ความผิดปกติเกี่ยวกับการใช้ภาษา; ความผิดปกติเกี่ยวกับภาษา; การเสียหน้าที่ของศูนย์ภาษา; อะฟาเสีย [การแพทย์]
Articulatory Disordersพูดไม่ชัด, การพูดไม่ชัด [การแพทย์]
Communicative Disordersปัญหาเกี่ยวกับการติดต่อความพิการเกี่ยวกับการพูด [การแพทย์]
Digressiveการพูดนอกเรื่อง [การแพทย์]
Dysarthriaพูดไม่ชัด,ลิ้นแข็ง,อาการพูดลำบาก,พูดลำบาก,ความผิดปกติเกี่ยวกับการพูด,การพูดตะกุกตะกัก [การแพทย์]
Efficiency, Functionalจังหวะการพูดที่เหมาะสมและพูดได้นานพอที่ใช้เป็น [การแพทย์]
Encholaliaการพูดตามคนอื่น [การแพทย์]
Incoherenceพูดเรื่องเดียวไม่ต่อเนื่องกัน การพูดเพ้อเจ้อ [การแพทย์]
Language Developmentภาษา, วิวัฒนาการ;, การพัฒนาการทางภาษา; พัฒนาการทางภาษา; ความสามารถในการพูดสื่อความหมายให้เข้าใจ; พัฒนาการด้านภาษา [การแพทย์]
Linguistic Criteriaหลักเกณฑ์ตามลักษณะการพูดและการออกเสียง [การแพทย์]
Motor Speechกล้ามเนื้อเกี่ยวกับการพูด [การแพทย์]

ตัวอย่างประโยคจาก Open Subtitles  **ระวัง คำแปลอาจมีข้อผิดพลาด**
"Freedom of speech is objectionable.""สิทธิในการพูด ไร้สาระสิ้นดี" The Great Dictator (1940)
- The speech?- การพูด The Great Dictator (1940)
What's there to talk about?สิ่งที่มีการพูดคุยเกี่ยวกับ? 12 Angry Men (1957)
It's like talkin' into a dead phone.มันก็เหมือนกับการพูดลงในโทรศัพท์ของผู้ตาย 12 Angry Men (1957)
He did not remember when he'd first started to talk aloud when he was by himself.เขาไม่ได้จำได้ว่าเมื่อเขาได้ เริ่มต้นครั้งแรก ในการพูดคุยดัง ๆ เมื่อเขาได้ ด้วยตัวเอง The Old Man and the Sea (1958)
In a strict metaphorical way of speaking, as it were.การพูดตามที่มันเป็น How I Won the War (1967)
Cut your throats next time. Talking of throats, my wife.การพูดของคอภรรยาของฉัน ฉันเอาเธอ How I Won the War (1967)
- My wife is young.ภรรยาของฉันเป็นหนุ่มสาว ถ้าคุณได้มีการพูดอะไร How I Won the War (1967)
You have been talking to the Tattaglia family...right?คุณได้รับการพูดคุยกับครอบครัว Tattaglia ... ใช่มั้ย? The Godfather (1972)
You've got to talk to Sonny, to the Caporegimes, Tessio, fat Clemenza.คุณได้มีการพูดคุยกับซันนี่เพื่อ Caporegimes, Tessio ไขมันเคลเมน The Godfather (1972)
I saw a man lying on the bed and a coffin in the middle of the roomฉันเห็นการพูดเท็จผู้ชายบนเตียง... ...และโลงศพใน middle of ห้อง Salò, or the 120 Days of Sodom (1975)
- My sister is. - Oh man, cut out the shit talk.น้องสาว ของฉันคือ โอ้ คน ตัด ออกจาก การพูดคุย อึ I Spit on Your Grave (1978)
I love that talkผมรักการพูดแบบนั้น The Blues Brothers (1980)
That's one way of saying it.นั่น เป็นวิธีหนึ่ง ในการพูดเช่นนั้น. Indiana Jones and the Raiders of the Lost Ark (1981)
The prime minister said the talks were both constructive and frank.ท่านนายกฯกล่าวว่าการพูดคุย เป็นไปอย่างสร้างสรรค์และจริงใจ Gandhi (1982)
It has given him power and the freedom to speak.มันทำให้เขามีอำนาจ และเสรีภาพในการพูด Gandhi (1982)
He'd like to speak.เขาต้องการพูด Idemo dalje (1982)
That is correct. I enjoy talking about Hal.ฉันสนุกกับการพูดคุยเกี่ยวกับ แฮล 2010: The Year We Make Contact (1984)
Diagnostics on voice recognition and speech synthesis centers has been completed.จำนวนหนึ่งการทดสอบ การ วินิจฉัยของเสียง การรับรู้และการพูดศูนย์การ สังเคราะห์ ได้รับการเสร็จ 2010: The Year We Make Contact (1984)
Now you've got to talk quickly.ตอนนี้คุณมีการพูดคุยได้อย่าง รวดเร็ว 2010: The Year We Make Contact (1984)
Just seems to me that you seem to suffer from what we call "pressure of speech."ก็แค่ผมคิดว่า คุณดูเหมือนจะมีปัญหา จากสิ่งที่เรียกว่า "ความกดดันในการพูดClue (1985)
If we were in the land of Oz, your talking wouldn't be strange at all.ถ้าเราอยู่ที่ออส การพูดได้ของเธอจะไม่แปลกเลย Return to Oz (1985)
This is America. We have free speech.นี่คืออเมริกา เรามีเสรีภาพในการพูด An American Tail (1986)
I want to close by saying... a vote for HonestJohn... is a vote for freedom!ผมขอจบมันลง ด้วยการพูดว่า โหวตให้จอห์นผู้ซื่อสัตย์ หมายถึงโหวตให้เสรีภาพ ! An American Tail (1986)
Talking in the street is OK, if you have to.การพูดคุยในถนนก็โอเคถ้าคุณมีการ The Russia House (1990)
Why don't you just start talking and let's see how it goes?ทำไมคุณไม่เพียงแค่เริ่มต้นการพูดคุยและขอดูว่ามันไป? The Russia House (1990)
And speaking of which, we better get going.และการพูดของที่เราดีขึ้นได้รับไป Teenage Mutant Ninja Turtles (1990)
Yeah, I know it sounds like a funky club for podiatrists but I've been speaking with Japanese- Americans in the past few days who say that our crime wave is reminiscent of a secret band of ninja thieves who once operated in Japan.ใช่ฉันรู้ว่ามันเสียงเหมือนสโมสรขี้ขลาดสำหรับเท้า ... ... แต่ฉันได้รับการพูดคุยกับ Japanese - ชาวอเมริกันในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ... Teenage Mutant Ninja Turtles (1990)
The more a man's got to say, the more complicated his music gets.คนส่วนใหญ่ ใช้วิธีพูดออกมาตรงๆ แต่เขาใช้วิธีที่ซับซ้อนกว่า ในการพูดThe Young Indiana Jones Chronicles (1992)
- She is making a political speech.- - เธอคือการพูดทางการเมือง In the Name of the Father (1993)
Suddenly, I'm starting to wonder whether I belong in this conversation.แล้วอยู่ๆฉันก็เริ่มสงสัย ว่าฉันสมควรที่จะมาอยู่ในการพูดคุยครั้งนี้หรือเปล่า The Joy Luck Club (1993)
There were no facts to confront. Nothing to offer any hope.ทำให้ครอบครัวแตกสลาย ไม่มีใครต้องการพูดถึงอีก Deep Throat (1993)
I don't wanna talk about it on this line.ผมไม่ต้องการพูดเรื่องนี้ ทางโทรศัพท์ Squeeze (1993)
But if I wanted to talk to one of those UFO nuts, where would I go?แล้วถ้าผมต้องการพูดคุยกับใคร ที่ในสมองมีแต่ UFO หละ... . ..ผมควรไปที่ไหน ? Squeeze (1993)
Please, I need to talk to you.ได้โปรด ผมต้องการพูดกับคุณ Junior (1994)
-What've we been talkin' about?-What've เราได้รับการพูดถึงเกี่ยวกับ? Pulp Fiction (1994)
Look, just 'cause I wouldn't give no man a foot massage don't make it right... for Marsellus to throw Antwan off a building into a glass motherfuckin' house, fuckin' up the way the nigger talks;ดูเพียงเพราะฉันจะไม่ให้ใครนวดเท้าไม่ทำให้มันถูกต้อง ... สำหรับ Marsellus ที่จะโยน Antwan ออกอาคารเป็น motherfuckin 'บ้านแก้ว ไอ้ขึ้นวิธีการพูดคุยนิโกร; Pulp Fiction (1994)
- Stop talking to me. Start talking to her!- หยุดพูดคุยกับฉัน เริ่มต้นการพูดคุยกับเธอ! Pulp Fiction (1994)
No talking now!ไม่มีการพูดคุยตอนนี้! Pulp Fiction (1994)
Feel like talking?รู้สึกเหมือนการพูดคุย? The Shawshank Redemption (1994)
He will not be renewing his addresses to me.เขาคงจะไม่เริ่มต้นใหม่ในการพูดคุยกับเราอีกแล้ว Episode #1.5 (1995)
I never expected Mr Bingley would renew his addresses. I am quite reconciled to that.ฉันไม่เคยหวังว่าคุณบิงลี่ย์จะมาเริ่มต้นใหม่ ในการพูดคุยกับฉันอีก ฉันค่อนข้างจะเคยชินกับมันแล้วล่ะ Episode #1.5 (1995)
Let's keep going. And no more talking. From anyone.ขอให้ไป และการพูดคุยไม่มาก จากใคร The Birdcage (1996)
Speaking of Jewish, Barbara told her parents our last name is Coleman.การพูดของชาวยิวบาร์บาร่าบอกว่าพ่อแม่ของเธอชื่อสุดท้ายของเราเป็นโคลแมน The Birdcage (1996)
Are these the kind of people that you want talking to your God for you?เหล่านี้เป็นชนิดของผู้คน ที่คุณต้องการพูดคุยกับ พระเจ้าของท่านสำหรับคุณ? Contact (1997)
I have to keep talking.ฉันมีเพื่อให้การพูดคุย Contact (1997)
Or so my master used to say.หรือเพื่อให้เจ้านายของฉันที่ใช้ในการพูด Princess Mononoke (1997)
Have you lost even the power of speech?คุณสูญเสียแม้กระทั่งอำนาจในการพูดหรือไม่ Princess Mononoke (1997)
I don't wanna talk to anybody.ผมไม่ต้องการพูดกับใคร Pi (1998)
After some more awkward small talk...หลังจากการพูดคุยที่ไม่ค่อยจะราบลื่นเท่าไหร่... Christmas in August (1998)

Thai-English-French: Volubilis Dictionary 1.0
การพูด[n.] (kān phūt) EN: speech   FR: parole [f] ; expression [f]
การพูดคุย[n.] (kān phūtkhui) EN: discussion   FR: discussion [m]
การพูดลับหลัง[n. exp.] (kān phūt laplang) EN: gossip   
การพูดมาก[n. exp.] (kān phūt māk) FR: garrulité [f] (vx)
การพูดเพื่อธุรกิจ[n. exp.] (kān phūt pheūa thurakit) EN: business speaking   
การพูดปด[n. exp.] (kān phūt pot) EN: lie   
การพูดประจบ[n. exp.] (kān phūt prajop) FR: adulation [f]
การพูดซ้ำเติม[n. exp.] (kān phūt samtoēm) EN: incrimination   
การพูดเท็จ[n. exp.] (kān phūt thet) EN: lie   
การพูดถึง[n.] (kān phūttheung) EN: mention   
การพูดโทรศัพท์[n. exp.] (kān phūt thōrasap) EN: telephoning ; phoning ; making a telephone call ; making or receiving a call   FR: communication téléphonique [f]
การพูดโต้ตอบ[n. exp.] (kān phūt tōtøp) EN: retort   
การพูดย้ำ[n. exp.] (kān phūt yam ) FR: anaphore [f]
เสรีภาพแห่งการพูด[n. exp.] (sērīphāp haeng kān phūt) EN: freedom of speech   FR: liberté d'expression [f] ; liberté de parole [f]
เสรีภาพในการพูด[n. exp.] (sērīphāp nai kān phūt) EN: freedom of speech   FR: liberté d'expression [f] ; liberté de parole [f]

English-Thai: NECTEC's Lexitron-2 Dictionary [with local updates]
apostrophe[N] การพูดกับบุคคลในจินตนาการ, See also: การพูดกับบุคคลที่ล่วงลับไปแล้ว
backbiting[N] การนินทาลับหลัง, See also: การพูดให้ร้าย, การลอบกัด, Syn. calumny, slander
badinage[N] การพูดเล่น, See also: การพูดตลก, Syn. badinage, joke
baloney[N] การพูดคุยไร้สาระ (คำสแลง), See also: คำพูดไร้สาระ, Syn. boloney
banter[N] การล้อเล่น, See also: การพูดหยอกเย้า, การเย้าแหย่
blarney[N] การพูดยกยออย่างไม่จริงใจ, See also: ประจบสอพลอ, Syn. flattery
brag[N] คำพูดอวดดี, See also: การพูดอวดดี, Syn. boast
breath[N] การพูดเป็นนัยๆ
buck[N] การพูดเรื่อยเปื่อย (Anglo-Indian)
bunkum[N] การพูดหรือเขียนไร้สาระ
barge into[PHRV] ขัดคอ (คำไม่เป็นทางการ), See also: ขัดจังหวะ (การพูด)
be in order[PHRV] ถูกต้องตามกฎเกณฑ์ (โดยเฉพาะการพูดอย่างเป็นทางการ), See also: ถูกกฎข้อบังคับ, Syn. be out of
birds and the bees[IDM] การสืบพันธุ์ของมนุษย์ (คำเลี่ยงในการพูดถึงเรื่องเพศสัมพันธ์)
by word of mouth[IDM] ด้วยการพูดมากกว่ากระทำ
cadence[N] ทำนองเสียงในการพูด, Syn. intonation
cant[N] การพูดอย่างไม่จริงใจ (โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับศาสนาหรือศีลธรรม), Syn. insincere talk, hypocrisy
causerie[N] การพูดคุย, Syn. chat
chat[N] การพูดคุยกันเล่นๆ, See also: การคุยเล่น, การพูดคุย, Syn. confab, confabulation
chat show[N] รายการทีวีที่มีการพูดคุยกับแขกรับเชิญ, Syn. talk show
chitchat[N] การคุยเล่น, See also: การพูดคุยกันเล่นๆ, Syn. gab, gabfest, small talk
claptrap[N] การพูดหรือเขียนเพื่อยกยอ, Syn. empty talk, bombast
colloquialism[N] คำหรือวลีที่ใช้ในการพูดที่ไม่เป็นทางการ, Syn. expression, informality, language
confabulation[N] การพูดคุย, Syn. chat, confab
conversation[N] การสนทนา, See also: การพูดคุย, Syn. talk, communication
conversationalist[N] คนที่ช่างสนทนา, See also: ผู้ที่ชอบการพูดคุย, ผู้ที่มีทักษะในการสนทนา, Syn. conversationist
conversationist[N] คนที่ช่างสนทนา, See also: ผู้ที่ชอบการพูดคุย, ผู้ที่มีทักษะในการสนทนา, Syn. conversationalist
converse[N] การสนทนา, See also: การพูดคุย, Syn. conversation
enlarge on[PHRV] ขยายความ (ด้วยการพูดหรือเขียน), See also: สาธยาย, อธิบายให้ละเอียดมากขึ้น, Syn. elaborate on
enlarge upon[PHRV] ขยายความ (ด้วยการพูดหรือเขียน), See also: สาธยาย, อธิบายให้ละเอียดมากขึ้น, Syn. elaborate on
dalliance[N] การเกี้ยวพาราสี, See also: การพูดจาเกี้ยว, การพูดแทะโลม
declamation[N] การแสดงสุนทรพจน์อย่างฉะฉาน, See also: การพูดหรืออ่านอย่างฉะฉาน
diffuseness[N] (การพูดหรือเขียน)การเยิ่นเย้อ, See also: การพูดน้ำท่วมทุ่ง
digression[N] การพูดนอกเรื่อง, See also: การเขียนนอกเรื่อง, การเบี่ยงเบน, Syn. departure, detour, tangent
drawl[N] การพูดเนิบๆ, See also: การพูดลากเสียง, Syn. burr, brogue
effusion[N] การปล่อยความรู้สึกออกมาโดยการพูดหรือเขียน, See also: การปล่อยอารมณ์ที่ควบคุมไว้ออกมาโดยการพูดหรือเขียน, Syn. gush, outburst, outpouring
elocution[N] ศิลปของการพูดในที่ชุมชน
eloquent[ADJ] ซึ่งมีวาทศิลป์, See also: ซึ่งพูดเป็น, พูดดี, ซึ่งมีความสามารถในการพูด, Syn. expressive, persuasive
euphonic[ADJ] เกี่ยวกับเสียงที่น่าฟัง (โดยเฉพาะในการพูดหรือการออกเสียง), Syn. euphonious, melodious
expatiate[VT] ขยายความโดยการพูดหรือเขียน, Syn. dilate, enlarge
extemporization[N] การพูดหรือแสดงโดยไม่ได้ตระเตรียมมาก่อน, Syn. ad-libbing, impromptu
falsehood[N] การพูดเท็จ, See also: การหลอกลวง, การโกหก, การทำมารยา, Syn. dishonesty, mistatement, prevarication, Ant. fact, truth
fencing[N] การพูดเลี่ยง, See also: การพูดหลบหลีก
gab[N] การพูดเรื่องไร้สาระ, See also: การพร่ำไม่หยุด, การพูดเรื่อยเจื้อย
gabfest[N] การพูดคุยอย่างเป็นกันเอง, See also: การแลกเปลี่ยนข่าวสาร, การสนทนาอย่างไม่เป็นทางการ, Syn. conversation
gag[N] สิ่งปิดปากไม่ให้มีเสียงลอดออกมา, See also: ผ้าปิดปาก, สิ่งที่ใช้อุดปาก, การจำกัดการพูด
guff[N] การพูดอวดดี (คำสแลง), Syn. gibberish, nonsense, hot air
gush[N] การพูดยกยอมากไป, See also: การพูดพล่าม, Syn. jet, spray, spout, flow
hint[N] การพูดเป็นนัย, See also: การแย้ม, การพูดเปรย, การบอกใบ้, การเสนอแนะเป็นนัยๆ, Syn. clue, indication, signal
go so far as to say[IDM] เสี่ยงในการพูดบางอย่าง
small talk[IDM] การพูดคุยเล็กน้อยอย่างเป็นทางการ

English-Thai: HOPE Dictionary [with local updates]
abracadabra(แอบราคะแดบ' บระ) n. คาถายันตร์, การพูดที่ไร้ความหมาย
ad lib(แอดลิบ' แอด' ลิบ) การแสดงสด, การพูดกลอนสด
allolaliaการพูดที่บกพร่องเนื่องจากศูนย์ควบคุมการพูดบกพร่อง
ambages(แอมเบ' เจซ) n. ทางวกวน, การพูดจาอ้อมค้อม (roundabout ways)
amphibolic(แอมฟิบอล' ลิค) adj. ไม่แน่นอน, มีความหมายสองนัย, การพูดจาคลุมเคลือ (uncertain)
amphibology(แอมฟิบอล' โลจี) n. การที่มีความหมายสองนัย, ความหมายที่คลุมเคลือ, ประโยคที่มีความหมายสองนัยฐ การพูดจาเหลวไหล. -amphibolical, amphibolous adj.
anarthria(แอน' นาเธรีย) n. ภาวะไร้สมรถภาพในการพูด (loss of articulate speech)
anticlimax(แอนทีไคล' แมคซฺ) n. เหตุการณ ์ (ข้อสรุป, บทความ, การพูด, เนื้อหา) ที่สำคัญน้อยกว่าที่คาดหมายอย่างกระทันหัน, การเปลี่ยนความเข้มข้นหรือความสำคัญของเรื่องราวดังกล่าวอย่างทันที. -anticlimac-
apostrophe(อะพอส' ทระฟี) n. เครื่องหมายย่อ (ซ) ,การพูดกับผู้ที่ไม่อยู่หรือล่วงลับไปแล้ว. -a-postrophic adj.
articulation(อาร์ทิคคิวเล'เชิน) n. การต่อกัน,การเชื่อมประกบ,กระบวนการพูดได้อย่างชัดเจน,ข้อต่อ,ปล้อง,ระดับที่ชัดเจน. -articulatory adj., Syn. joint)
babble(แบบ'เบิล) vt.,vi. พูดไม่ชัด,พูดพล่าม,พูดไม่เป็นสาระ,พูดจ้อ,เปิดเผยความลับ n. การพูดพล่ามหรือไม่เป็นสาระ,ถ้อยคำไม่เป็นสาระ
babbling(แบบ'บลิง) n. การพูดพล่าม,การพูดไม่เป็นสาระ,การพูดไม่ชัด adj. ซึ่งพูดพล่ามหรือไม่ชัด
bleat(บลีท) {bleated,bleating,bleats} n.,v. (ร้อง) เสียงร้องแพะ ๆ (แพะ,แกะ,ลูกวัว) ,ร้องคร่ำครวญ,การพูดโง่ ๆ, See also: bleater n. ดูbleat
bullshit(บูล'ชิท) n. ความไร้สาระ,การพูดความจริง. interj. คำอุทานแสดงความไม่เชื่อความไม่เห็นด้วย, Syn. nonsense
bur(เบอร์) {burred,burring,burs} n. เปลือกผลไม้ที่เป็นหนาม,สิ่งเกาะติด,คนที่ยากจะสลัดให้หลุดไปได้,ก้างติดคอ,เสียงตัว "r" ในลำคอ,การพูดอยู่ในลำคอ vt. ขจัดเอาหนามออก,เอาเสี้ยนออก, Syn. rough
by-talkn. การพูดจาเล็กน้อยหรือไม่เกี่ยวข้อง
cadence(แคด'เดินซฺ) {cadenced,cadencing,cadences} n. ท่วงทำนองดนตรี,จังหวะในการพูด,จังหวะ,ท่วงทำนอง vt. ให้จังหวะ,ทำเป็นจังหวะ, See also: cadent,cadential adj., Syn. beat
cant(แคนทฺ) n. ข้อความเท็จ,คำพูดเท็จ,คำพูดปากหวานก้นเปรี้ยว,ถ้อยคำพิเศษที่ใช้เฉพาะในหมู่ชนหนึ่ง ๆ ,ภาษาวิชาชีพ,การพูดเป็นเพลง,ความเอียง vi. พูดแบบปากหวานแต่ก้นเปรี้ยว,พูดเป็นเพลง, Syn. hypocrisy
circumlocutionn. การพูดอ้อมค้อม,การพูดซ้ำซาก, See also: circumlocutory adj. ดูcircumlocution circumlocutionist n. ดูcircumlocution
clamjamfry(แคลมแจม'ฟรี) n. ฝูงชน,สามัญชน,การพูดที่ไม่จริงใจ
clatter(แคลท'เทอะ) {clattered.clattering,clatters} vi.,n. (เสียง) ดังกระทบ,เคลื่อนที่ดังโกรกเกรก,หัวเราะกิ๊ก ๆ ,พูดเร็ว,พูดไม่หยุด vt.ทำให้เกิดเสียงกระทบ,การพูดนินทา,การพูดเร็ว,การพูดฉอด, See also: clattery adj. ดูclatter
comebackn. การกลับสู่ตำแหน่งหรือฐานะเดิม,การพูดย้อนที่ฉลาด, Syn. return
coquetry(โค'คิทรี) n. นิสัยยั่วสวาท,การพูดจาเกี้ยว,การเกี้ยว, Syn. flirtation,dalliance
cross talkn. การพูดสอดแทรก,คำพูดสอดแทรก,การทะเลาะกัน
dalliance(แดล'ลิเอินซฺ) n. ความอืดอาด,การปล่อยเวลาให้หมดเปลืองไปเปล่า ๆ ,การพูดจาเกี้ยว, Syn. amour
declamation(เดคคละเม'เชิน) n. การแสดงสุนทรพจน์แบบโผงผาง,พูดชุมชน,การพูดที่ครึกโครม,การคุยโว,การท่องออกเสียง, See also: declamatory adj. ดูdeclamation
drone(โดรน) n. ผึ้งตัวผู้,กาฝาก,เครื่องบินไร้คนขับที่ควบคุมด้วยวิทยุทางไกล,เสียงหึ่ง ๆ คล้ายผึ้ง,ขลุ่ยที่มีเสียงต่ำ,การพูดเสียงต่ำ,เสียงพึมพำที่น่าเบื่อ,คนที่พูดเสียงที่น่าเบื่อ v. (ทำ) เสียงหึ่ง ๆ คล้ายผึ้ง,ขลุ่ยที่มีเสียงต่ำ,การพูดเสียงต่ำ,เสียงพึมพำที่น่าเบื่อ,ค
elliptic(อิลิพ'ทิเคิล) adj. ซึ่งเป็นรูปไข่,เกี่ยวกับการพูดหรือการเขียนที่ย่อเกินไป,คลุมเครือ., See also: ellipticalness n.
elliptical(อิลิพ'ทิเคิล) adj. ซึ่งเป็นรูปไข่,เกี่ยวกับการพูดหรือการเขียนที่ย่อเกินไป,คลุมเครือ., See also: ellipticalness n.
elocution(เอลละคิว'เชิน) n. วิธีการพูดหรืออ่านออกเสียง,การศึกษาเกี่ยวกับวิธีการพูดในที่ชุมนุม, See also: elocutionary adj. ดูelocution elocutionist n. ดูelocution
eloquence(เอล'ละเควินซฺ) n. การพูดคล่อง,การมีคารมคมคาย,สำนวนคมคาย, Syn. oratory
fencing(เฟน'ซิง) n. การฟันดาบ,ศิลปะการฟันดาบ,การพูดหลบหลีก,รั้ว,วัสดุสำหรับทำรั้ว
fleer(เฟลียร์) vi.,n. (การ) หัวเราะเยาะ,เยาะเย้ย,ยั่วเย้า,ดูถูก,เหยียดหยาม n. การพูดเยาะเย้ย,การแสดงสีหน้าที่ดูถูก,การดูถูกข่มเหงผู้หลบหนี,ผู้หนี, See also: fleeringly adv., Syn. mock
forensic(ฟอเรน'ซิค) adj. (เกี่ยวกับ) กฎหมาย,ศาลยุติธรรม,การเล่นสำนวนโวหาร, See also: forensics n. วิชาเกี่ยวกับศิลปะแห่งการพูดหรือเขียนเพื่อจูงใจคน forensicality n. forensicsally adv.
gabble(แกบ'เบิล) {gabbled,gabbling,gabbles} vi. พูดพร่ำ,พูดฉอด ๆ , (ไก่) ร้องเสียงกระต๊าก ๆ vt. พูดฉอด ๆ n. การพูดพร่ำ,การพูดอย่างเร็ว ๆ ที่ไร้สาระ, Syn. chatter,babble,prattle
gag(แกก) {gagged,gagging,gags} vt.,n. ปิดปาก,อุดปาก,ใช้เครื่องถ่างปาก,จำกัดการพูด,พูดโดยไม่มีบท,สอดแทรกนอกบท vi. หายใจไม่ออก,พูดตลก,สอดแทรกบทตลก,พูดตลก. n. เครื่องถ่างปาก,สิ่งที่ใช้อุดปาก,การจำกัดเสรีภาพในการพูด,เรื่องตลก,กลอนสด,การพูดโดยมีบท คำที่มีความ
gag law n.กฏจำกัดเสรีภาพการพูด,กฎหมายปิดปาก
gag ruleกฏจำกัดเสรีภาพการพูด,กฎหมายปิดปาก
galimatiasn. การพูดสับสน,การพูดพร่ำและเร็วจนฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง
gallantryn. ความกล้าหาญ,ความชอบช่วยเหลือคนอื่น,การชอบเอาอกเอาใจสตรี,การกระทำหรือการพูดที่กล้าหาญ, Syn. heroism,courage,courtesy,politeness
garbage(การ์'บิจฺ) n. ขยะ,มูลฝอย,เศษสิ่งของ,สิ่งที่ไร้ค่า,ของเลว,การพูดปด,การพูดที่ไร้สาระ, Syn. refuge,rubbish
garrulity(กะรู'ลิที) n. การพูดมาก,การพูดแบบน้ำท่วมทุ่ง, Syn. talkativeness,wordiness
generalisationn. ลักษณะทั่วไป,หลักการหรือกฎเกณฑ์ทั่วไป,การพูดคลุม,การลงความเห็น,การวางหลักเกณฑ์, Syn. generality,majority
generalizationn. ลักษณะทั่วไป,หลักการหรือกฎเกณฑ์ทั่วไป,การพูดคลุม,การลงความเห็น,การวางหลักเกณฑ์, Syn. generality,majority
gibberish(จิบ'เบอริช) n. การพูดหรือเขียนที่ไร้สาระ
grandiloquencen. คำพูดที่โอหัง,การพูดที่โอหัง
guff(กัฟ) n. การพูดที่อวดดี
hanky-pankyn. การหลอกลวง,นิสัยไม่ดี,ความโง่,นิสัยขี้เล่น,การพูดเล่น., Syn. hankey-pankey
hogwashn. อาหารหมู,ของที่ไร้ค่า,การพูด,การเขียนหรืออื่น ๆ ที่ไม่มีความหมาย
hoopla(ฮู'พละ) n. ความโกลาหล,ความอึกทึกครึกโครม,การพูดหรือข้อเขียนที่บิดเบือนความจริง

English-Thai: Nontri Dictionary
advocacy(n) การพูดสนับสนุน,การแก้ต่าง,ทนาย
allegation(n) การพูดพล่อย,การกล่าวหา,ข้อกล่าวหา,ข้ออ้าง
allusion(n) การพาดพิง,การพูดถึง,การหมายถึง
articulation(n) การพูดชัดแจ้ง,การเชื่อม,การประกบ,ปล้อง,ข้อต่อ
aside(n) การพูดป้องปาก
babble(n) การพูดพล่อย,การพูดพล่าม,การพูดจ้อ,เสียงอึกทึก
badinage(n) การพูดล้อเลียน,การพูดเย้าแหย่
bluff(n) ตลิ่งชัน,ผาชัน,ศพ,การพูดลวง
blurt(n) การพูดโพล่ง
brag(n) การคุยโว,การโม้,การพูดอวด
bull(n) วัวตัวผู้,ช้างพลาย,สัตว์ตัวผู้,การโกหก,การพูดเกินจริง
chatter(n) การพูดพล่อย,การพูดไร้สาระ,การพูดเหลวไหล
circumlocution(n) การพูดน้ำท่วมทุ่ง,การพูดวกวน
conversation(n) การสนทนา,การปฏิสันถาร,การติดต่อ,การพูดคุยกัน
declamation(n) การพูดในที่ชุมนุมชน,ปาฐกถา,การแสดงสุนทรพจน์
deliverance(n) การพูด,การนำส่ง,การปลดปล่อย,อิสรภาพ,การแถลงการณ์,การคลอดลูก
delivery(n) การพูดจา,การกล่าวสุนทรพจน์,การส่งมอบ,การคลอดลูก
digression(n) ความวกวน,ข้อปลีกย่อย,การพูดนอกประเด็น
discourse(n) การสนทนา,การบรรยาย,การอภิปราย,การพูด,ปาฐกถา
elocution(n) ศิลปะในการพูด,วิชาการพูด,การอ่านออกเสียง
elocutionist(n) ผู้ชำนาญในการพูด,ผู้ชำนาญในการออกเสียง
eloquence(n) ความมีคารมคมคาย,โวหารดี,การพูดเก่ง,การพูดคล่องแคล่ว
equivocation(n) การพูดสองแง่สองง่าม,การพูดอ้อมค้อม,การพูดกำกวม
exaggeration(n) การคุยโว,การพูดเกินจริง,การพูดโอ้อวด
fencing(n) การล้อมรั้ว,การพูดหลบหลีก,การฟันดาบ
fib(n) การพูดปด,การโกหก,คำเท็จ,ความผิด
gabble(n) การพูดเร็ว,การพูดฉอด,การพูดพร่ำ
gag(n) การอุดปาก,การปิดปาก,การจำกัดเสรีภาพในการพูด
generalization(n) การพูดคลุม,การกล่าวอย่างกว้างๆ,ลักษณะทั่วไป
gibber(n) การพูดพล่อยๆ,การพูดไม่ชัด,การพูดตะกุกตะกัก
harangue(n) การพูดจ้อ,การพูดโอ้อวด,การด่าว่า
hint(n) ข้อแนะ,การบอกใบ้,การพูดเปรย
hobble(n) การเดินกะเผลก,การพูดตะกุกตะกัก,ความไม่ราบรื่น
hyperbole(n) การขยายความ,การพูดเกินจริง,การเขียนเกินเลย
insinuation(n) การลอบเข้าไป,การพูดสอดแทรก,การพูดแนะ
interjection(n) การอุทาน,คำอุทาน,การพูดสอด
irony(n) การพูดอย่างใจอย่าง,คำประชดประชัน
jabber(n) การส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าว,การพูดไม่เป็นสาระ,การพูดรัว
jerk(n) อาการกระตุก,การพูดตะกุกตะกัก,การสะบัด,การเหวี่ยง,การกระชาก
jest(n) การพูดตลก,การพูดล้อ,การพูดหยอก
lie(n) คำเท็จ,คำโกหก,การพูดโกหก,การพูดเท็จ
moonshine(n) แสงจันทร์,เรื่องเหลวไหล,การพูดไร้สาระ,เหล้าเถื่อน
parlance(n) วิธีการพูด,ภาษาเฉพาะ,การพูดจา,สำนวน
patter(n) เสียงวิ่งตั๊กๆ,เสียงดังแปะๆ,เสียงกุกกัก,การพูดเร็ว
periphrase(n) การพูดเลี่ยง,การพูดอ้อมค้อม,การพูดหลบหลีก
pleasantry(n) การหยอกล้อ,การล้อเล่น,การพูดตลก
prate(n) การพูดเพ้อเจ้อ,การพูดพร่ำ,การพูดจ้อ,การพูดเรื่อยเปื่อย
prattle(n) การพูดเพ้อเจ้อ,การพูดพร่ำ,การพูดจ้อ,การพูดเรื่อยเปื่อย
prevarication(n) การพูดหลบหลีก,การกลับกลอก,การพูดเลี่ยง,การโกหก
quibble(n) การพูดหลบหลีก,การพูดเลี่ยง,การพูดตลบตะแลง

English-Thai: Longdo Dictionary (UNAPPROVED version -- use with care )
Hedge (n vi ) [Linguistics: Pragmatics] n. คำบ่งชี้ความไม่แน่ใจ คำบ่งชี้การพูดออกตัว การพูดออกตัว โดยใช้ คำ วลี หรือประพจน์เพื่อป้องกันตัวของผู้พูดในกรณีที่พูดผิด ไม่มั่นใจ เช่น วันนี้ฝนอาจจะตก คำว่า อาจจะ คือ hedge ชนิดหนึ่งที่บ่งชี้ว่าผู้พูดมีความไม่มั่นใจ มีความกำกวม ซึ่งฝนจะตกหรือไม่ตกผู้พูดก็ไม่ได้พูดผิด เพราะคำว่า อาจจะ มีความเป็นไปได้และเป็นไปไม่ได้ที่จะเกิด 50/50 v. พูดออกตัว พูดกำกวม พูดป้องกันตัว
See also: S. mitigator, softener, downtoner, understatement, weakener, tentativeness, stance m
insinuatesaid in an indirect way, especially something unpleasant การพูดจาเสียดสี
moonspeak (slang ) การพูดภาษาที่คนอื่นไม่เข้าใจ ( * w *m Power by iiiita also RYUTAZA)

Japanese-Thai: Longdo Dictionary (UNAPPROVED version -- use with care )
早口言葉[はやくちことば, hayakuchikotoba] (vt) การพูดเร็วๆจนลิ้นพันกัน, ลิ้นพันกันจากการพูดเร็วๆ, ลิ้นพันกัน
なんちゃって[なんちゃって, nanchatte] (phrase) อธิบาย: เป็นคำใช้ล้อเลียน หรือเวลาต้องการพูดล้อเล่น ติดตลก แปลได้หลายอย่าง เช่น ไม่ใช่ซะกะหน่อย ซะอย่างงั้น กลายเป็นงั้นไป ฯลฯ ตัวอย่างการใช้ ใช้ต่อท้ายประโยคหรือบทพูด เพื่อจะบอกว่าสิ่งที่พูดมาทั้งหมดโม้ หรือโกหก
比喩[ひゆ, hiyu] การพูดเปรียบเทียบ การอุปมาอุปไมย
台詞[せりふ, serifu] (n ) (สพีชฺ) n. การพูด,วิธีการพูด,คำพูด,คำบรรยาย,คำสุนทรพจน์,วิชาเกี่ยวกับการพูด,ข่าวลือ,ภาษาชนชาติ,ภาษา., S. utterance
へりくつ[へりくつ, herikutsu] (n ) การพูดเล่นลิ้น เล่นลิ้น
ギクシャク[ぎくしゃく, gikushaku] (adv ) ไม่ไหลลื่น, ตะกุกตะกัก (เรื่องราว, การพูด, ท่าทาง, ฯลฯ)
戻ってきたのは[もってきたのは, mottekitanoha] (n ) การพูดไม่ออก, การเป็นใบ้ชั่วคราว (จากความตะลึง)

Japanese-Thai: Saikam Dictionary
過言[かごん, kagon] Thai: การพูดเกินจริง English: exaggeration
過言[かごん, kagon] Thai: การพูดมากไป English: saying too much

German-Thai: Longdo Dictionary
süß(adj) น่ารัก(ท่าทางกิริยา การพูด), See also: hübsch
auf die Nerven gehenกวนประสาท, รบกวน, สร้างความรำคาญ เช่น Deine Rederei geht mir langsam auf die Nerven. การพูดของเธอเริ่มกวนประสาทฉัน
Stil(n) |der, pl. Stile| สไตล์หรือลักษณะวิธีการพูดหรือเขียนเฉพาะบุคคล เช่น Sie hat einen lebendigen Stil beim Sprechen. เธอคนนี้มีวิธีการพูดที่มีชีวิตชีวา

Are you satisfied with the result?


Discussions

Go to Top