Search result for

*รื้อฟื้น*

(69 entries)
(0.8592 seconds)
ลองค้นหาคำในรูปแบบอื่นๆ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์มากขึ้นหรือน้อยลง: รื้อฟื้น,-รื้อฟื้น-, *รื้อฟื้น*
Thai-English: NECTEC's Lexitron-2 Dictionary [with local updates]
รื้อฟื้น    [V] resurrect, See also: bring back, renew, revive, reintroduce, Example: ประเทศที่ได้รับอิสรภาพใหม่ๆ รื้อฟื้นภาษาของตนเองขึ้นเป็นภาษาประจำชาติ, Thai definition: เอาขึ้นมาทำใหม่

ไทย-ไทย: พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔
รื้อฟื้นก. เอาขึ้นมาทำใหม่ เช่น รื้อฟื้นคดีมาพิจารณาใหม่.
แกะสะเก็ดก. เป็นคำเปรียบหมายความว่ารื้อฟื้นเรื่องเก่าขึ้นมาพูดให้เจ็บใจ.
ปลุกผีรื้อฟื้นเรื่องที่ยุติไปแล้วขึ้นมาใหม่ เช่น ปลุกผีคอมมิวนิสต์.
แล้วก็แล้วไปว. อาการที่พูดปลอบใจหรือให้สติว่า เมื่อเหตุการณ์สิ้นสุดหรือยุติลงแล้ว ก็ไม่ควรเก็บมาเป็นกังวลหรือรื้อฟื้นขึ้นมาอีก.

อังกฤษ-ไทย: ศัพท์บัญญัติราชบัณฑิตยสถาน [เชื่อมโยงจาก royin.go.th แบบอัตโนมัติและผ่านการปรับแก้]
reopening a caseการรื้อฟื้นคดีขึ้นพิจารณาใหม่ [นิติศาสตร์ ๑๑ มี.ค. ๒๕๔๕]
revival of willการรื้อฟื้นพินัยกรรมเดิม [นิติศาสตร์ ๑๑ มี.ค. ๒๕๔๕]
reconstitutionการรื้อฟื้น [คอมพิวเตอร์ ๑๙ มิ.ย. ๒๕๔๔]
file reconstitutionการรื้อฟื้นแฟ้ม [คอมพิวเตอร์ ๑๙ มิ.ย. ๒๕๔๔]

อังกฤษ-ไทย: คลังศัพท์ไทย โดย สวทช.
Australia-New Zealand-USสนธิสัญญาป้องกันร่วมกันระหว่างออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์-สหรัฐอเมริกา " โดยตกลงให้มีการช่วยเหลือประเทศสมาชิกเมื่อถูกคุกคามจากประเทศนอกภาคี ปัจจุบัน ANZUS ยังคงสถานะอยู่แต่ไม่มีการดำเนินการใด ๆ (non-operational) เนื่องจากความสัมพันธ์ทางทหารระหว่างสหรัฐอเมริกากับนิวซีแลนด์ยุติลง โดยนิวซีแลนด์ยังไม่ละทิ้งสนธิสัญญา ดังกล่าว เนื่องจากเห็นว่าอาจจะมีการรื้อฟื้นขึ้นอีก " [การทูต]
Gorbachev doctrineนโยบายหลักของกอร์บาชอฟ เป็นศัพท์ที่สื่อมวลชนของประเทศฝ่ายตะวันตกบัญญัติขึ้น ในตอนที่กำลังมีการริเริ่มใหม่ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เกี่ยวกับนโยบายต่างประเทศของโซเวียตในด้านความร่วมมือระหว่างประเทศอภิมหา อำนาจตั้งแต่ ค.ศ. 1985 เป็นต้นมา ภายใต้การนำของ นายมิคาอิล กอร์บาชอฟ ในระยะนั้น โซเวียตเริ่มเปลี่ยนทิศทางของสังคมภายในประเทศใหม่ โดยยึดหลักกลาสนอสต์ (Glasnost) ซึ่งหมายความว่า การเปิดกว้าง รวมทั้งหลักเปเรสตรอยก้า (Perestroika) อันหมายถึงการปรับเปลี่ยนโครงสร้างใหม่ในช่วงปี ค.ศ. 1985 ถึง 1986 บุคคลสำคัญชั้นนำของโซเวียตผู้มีอำนาจในการตัดสินใจนี้ ได้เล็งเห็นและสรุปว่าการที่ประเทศพยายามจะรักษาสถานภาพประเทศอภิมหาอำนาจ และครองความเป็นใหญ่ในแง่อุดมคติทางการเมืองของตนนั้นจำต้องแบกภาระทาง เศรษฐกิจอย่างหนักหน่วง แต่ประโยชน์ที่จะได้จริง ๆ นั้นกลับมีเพียงเล็กน้อย เขาเห็นว่า แม้ในสมัยเบรสเนฟ ซึ่งได้เห็นความพยายามอันล้มเหลงโดยสิ้นเชิงของสหรัฐฯ ในสงครามเวียดนาม การปฏิวัติทางสังคมนิยมที่เกิดขึ้นในแองโกล่า โมซัมบิค และในประเทศเอธิโอเปีย รวมทั้งกระแสการปฏิวัติทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นในแถบประเทศละตินอเมริกา ก็มิได้ทำให้สหภาพโซเวียตได้รับประโยชน์ หรือได้เปรียบอย่างเห็นทันตาแต่ประการใด แต่กลับกลายเป็นภาระหนักอย่างยิ่งเสียอีก แองโกล่ากับโมแซมบิคกลายสภาพเป็นลูกหนี้อย่างรวดเร็ว เอธิโอเปียต้องประสบกับภาวะขาดแคลนอาหารอย่างสาหัส และการที่โซเวียตใช้กำลังทหารเข้ารุกรานประเทศอัฟกานิสถานเมื่อปี ค.ศ. 1979 ทำให้ระบบการทหารและเศรษฐกิจของโซเวียตต้องเครียดหนักยิ่งขึ้น และการเกิดวิกฤตด้านพลังงาน (Energy) ในยุโรปภาคตะวันออกระหว่างปี ค.ศ. 1984-1985 กลับเป็นการสะสมปัญหาที่ยุ่งยากมากขึ้นไปอีก ขณะเดียวกันโซเวียตตกอยู่ในฐานะต้องพึ่งพาอาศัยประเทศภาคตะวันตกมากขึ้นทุก ขณะ ทั้งในด้านวิชาการทางเทคโนโลยี และในทางโภคภัณฑ์ธัญญาหารที่จำเป็นแก่การดำรงชีวิตของพลเมืองของตน ยิ่งไปกว่านั้น การที่เกิดการแข่งขันกันใหม่ด้านอาวุธยุทโธปกรณ์กับสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะแผนยุทธการของสหรัฐฯ ที่เรียกว่า SDI (U.S. Strategic Defense Initiative) ทำให้ต้องแบกภาระอันหนักอึ้งทางการเงินด้วยเหตุนี้โซเวียตจึงต้องทำการ ประเมินเป้าหมายและทิศทางการป้องกันประเทศใหม่ นโยบายหลักของกอร์บาซอฟนี่เองทำให้โซเวียตต้องหันมาญาติดี รวมถึงทำความตกลงกับสหรัฐฯ ในรูปสนธิสัญญาว่าด้วยกำลังนิวเคลียร์ในรัศมีปานกลาง (Intermediate Range Force หรือ INF) ซึ่งได้ลงนามกันในกรุงวอชิงตันเมื่อปี ค.ศ. 1987เหตุการณ์นี้ถือกันว่าเป็นมาตรการที่มีความสำคัญที่สุดในด้านการควบคุม ยุทโธปกรณ์ตั้งแต่เริ่มสงครามเย็น (Cold War) ในปี ค.ศ. 1946 เป็นต้นมา และเริ่มมีผลกระทบต่อทิศทางในการที่โซเวียตเข้าไปพัวพันกับประเทศ อัฟกานิสถาน แอฟริกาภาคใต้ ภาคตะวันออกกลาง และอาณาเขตอ่าวเปอร์เซีย กอร์บาชอฟถึงกับประกาศยอมรับว่า การรุกรานประเทศอัฟกานิสถานเป็นการกระทำที่ผิดพลาด พร้อมทั้งถอนกองกำลังของตนออกไปจากอัฟกานิสถานเมื่อปี ค.ศ. 1989 อนึ่ง เชื่อกันว่าการที่ต้องถอนทหารคิวบาออกไปจากแองโกล่า ก็เป็นเพราะผลกระทบจากนโยบายหลักของกอร์บาชอฟ ซึ่งได้เปลี่ยนท่าทีและบทบาทใหม่ของโซเวียตในภูมิภาคตอนใต้ของแอฟริกานั้น เอง ส่วนในภูมิภาคตะวันออกกลาง นโยบายหลักของกอร์บาชอฟได้เป็นผลให้ นายเอ็ดวาร์ด ชวาดนาเซ่ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งเป็นผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งจากนายกอร์บาชอฟ เริ่มแสดงสันติภาพใหม่ๆ เช่น ทำให้โซเวียตกลับไปรื้อฟื้นสัมพันธภาพทางการทูตกับประเทศอิสราเอล ทำนองเดียวกันในเขตอ่าวเปอร์เซีย โซเวียตก็พยายามคืนดีด้านการทูตกับประเทศอิหร่าน เป็นต้นการเปลี่ยนทิศทางใหม่ทั้งหลายนี้ ถือกันว่ายังผลให้มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายภายในประเทศทั้งด้านเศรษฐกิจและ ด้านสังคมของโซเวียต อันสืบเนื่องมาจากนโยบาย Glasnost and Perestroika ที่กล่าวมาข้างต้นนั่นเองในที่สุด เหตุการณ์ทั้งหลายเหล่านี้ก็ได้นำไปสู่การล่มสลายอย่างกะทันหันของสหภาพ โซเวียตเมื่อปี ค.ศ. 1991 พร้อมกันนี้ โซเวียตเริ่มพยายามปรับปรุงเปลี่ยนแปลง รวมทั้งปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจการเมืองของประเทศให้ทันสมัยอย่างขนานใหญ่ นำเอาทรัพยากรที่ใช้ในด้านการทหารกลับไปใช้ในด้านพลเรือน พฤติกรรมเหล่านี้ทำให้เกิดจิตใจ (Spirit) ของการเป็นมิตรไมตรีต่อกัน (Détente) ขึ้นใหม่ในวงการการเมืองโลก เห็นได้จากสงครามอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งโซเวียตไม่เล่นด้วยกับอิรัก และหันมาสนับสนุนอย่างไม่ออกหน้ากับนโยบายของประเทศฝ่ายสัมพันธมิตรนัก วิเคราะห์เหตุการณ์ต่างประเทศหลายคนเห็นพ้องต้องกันว่า การที่เกิดการผ่อนคลาย และแสวงความเป็นอิสระในยุโรปภาคตะวันออกอย่างกะทันหันนั้น เป็นผลจากนโยบายหลักของกอร์บาชอฟโดยตรง คือเลิกใช้นโยบายของเบรสเนฟที่ต้องการให้สหภาพโซเวียตเข้าแทรกแซงอย่างจริง จังในกิจการภายในของกลุ่มประเทศยุโรปตะวันออก กระนั้นก็ยังมีความรู้สึกห่วงใยกันไม่น้อยว่า อนาคตทางการเมืองของกอร์บาชอฟจะไปได้ไกลสักแค่ไหน รวมทั้งความผูกพันเป็นลูกโซ่ภายในสหภาพโซเวียตเอง ซึ่งยังมีพวกคอมมิวนิสต์หัวรุนแรงหลงเหลืออยู่ภายในประเทศอีกไม่น้อย เพราะแต่เดิม คณะพรรคคอมมิวนิสต์ในสหภาพโซเวียตนั้น เป็นเสมือนจุดรวมที่ทำให้คนสัญชาติต่าง ๆ กว่า 100 สัญชาติภายในสหภาพ ได้รวมกันติดภายในประเทศที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก คือมีพื้นที่ประมาณ 1 ใน 6 ส่วนของพื้นที่โลก และมีพลเมืองทั้งสิ้นประมาณ 280 ล้านคนจึงสังเกตได้ไม่ยากว่า หลังจากสหภาพโซเวียตล่มสลายไปแล้ว พวกหัวเก่าและพวกที่มีความรู้สึกชาตินิยมแรง รวมทั้งพลเมืองเผ่าพันธุ์ต่างๆ เกิดความรู้สึกไม่สงบ เพราะมีการแก่งแย่งแข่งกัน บังเกิดความไม่พอใจกับภาวะเศรษฐกิจที่ตนเองต้องเผชิญอยู่ จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้จักรวรรดิของโซเวียตต้องแตกออกเป็นส่วน ๆ เช่น มีสาธารณรัฐที่มีอำนาจ ?อัตตาธิปไตย? (Autonomous) หลายแห่ง ต้องการมีความสัมพันธ์ในรูปแบบใหม่กับรัสเซีย เช่น สาธารณรัฐยูเกรน ไบโลรัสเซีย มอลดาเวีย อาร์เมเนีย และอุสเบคิสถาน เป็นต้น แต่ก็เป็นการรวมกันอย่างหลวม ๆ มากกว่า และอธิปไตยที่เป็นอยู่ขณะนี้ดูจะเป็นอธิปไตยที่มีขอบเขตจำกัดมากกว่าเช่นกัน โดยเฉพาะสาธารณรัฐมุสลิมในสหภาพโซเวียตเดิม ซึ่งมีพลเมืองรวมกันเกือบ 50 ล้านคน ก็กำลังเป็นปัญหาต่อเชื้อชาติสลาฟ และการที่พวกมุสลิมที่เคร่งครัดต่อหลักการเดิม (Fundamentalism) ได้เปิดประตูไปมีความสัมพันธ์อันดีกับประะเทศอิหร่านและตุรกีจึงทำให้มีข้อ สงสัยและครุ่นคิดกันว่า เมื่อสหภาพโซเวียตแตกสลายออกเป็นเสี่ยง ๆ ดังนี้แล้ว นโยบายหลักของกอร์บาชอฟจะมีทางอยู่รอดต่อไปหรือไม่ ซึ่งเป็นเรื่องที่ถกเถียงและอภิปรายกันอยู่พักใหญ่และแล้ว เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม ค.ศ. 1991 ก็ได้เกิดความพยายามที่จะถอยหลังเข้าคลอง คือกลับนโยบายผ่อนเสรีของ Glasnost และ Perestroika ทั้งภายในประเทศและภายนอกประเทศโดยมีผุ้ที่ไม่พอใจได้พยายามจะก่อรัฐประหาร ขึ้นต่อรัฐบาลของนายกอร์บาชอฟ แม้การก่อรัฐประหารซึ่งกินเวลาอยู่เพียงไม่กี่วันจะไม่ประสบผลสำเร็จ แต่เหตุการณ์นี้ก่อให้เกิดผลสะท้อนลึกซึ้งมาก คือเป็นการแสดงว่า อำนาจของรัฐบาลกลางย้ายจากศูนย์กลางไปอยู่ตามเขตรอบนอกของประเทศ คือสาธารณรัฐต่างๆ ซึ่งก็ต้องประสบกับปัญหานานัปการ จากการที่ประเทศเป็นภาคีอยู่กับสนธิสัญญาระหว่างประเทศต่างๆ โดยเฉพาะความตกลงเกี่ยวกับการควบคุมอาวุธยุทโธปกรณ์ ซึ่งสหภาพโซเวียตเดิมได้ลงนามไว้หลายฉบับผู้นำของสาธารณรัฐที่ใหญ่ที่สุดคือ นายบอริส เยลท์ซินได้ประกาศว่า สหพันธ์รัฐรัสเซียยังถือว่า พรมแดนที่เป็นอยู่ขณะนี้ย่อมเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้ ไม่ใช่เป็นสิ่งที่จะแก้ไขเสียมิได้และในสภาพการณ์ด้านต่างประทเศที่เป็นอยู่ ในขณะนี้ การที่โซเวียตหมดสภาพเป็นประเทศอภิมหาอำนาจ ทำให้โลกกลับต้องประสบปัญหายากลำบากหลายอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาเศรษฐกิจระหว่างสาธารณรัฐต่างๆ ที่เคยสังกัดอยู่ในสหภาพโซเวียตเดิม จึงเห็นได้ชัดว่า สหภาพโซเวียตเดิมได้ถูกแทนที่โดยการรวมตัวกันระหว่างสาธารณรัฐต่างๆ อย่างหลวมๆ ในขณะนี้ คล้ายกับการรวมตัวกันระหว่างสาธารณรัฐภายในรูปเครือจักรภพหรือภายในรูป สมาพันธรัฐมากกว่า และนโยบายหลักของกอร์บาชอฟก็ได้ทำให้สหภาพโซเวียตหมดสภาพความเป็นตัวตนใน เชิงภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) [การทูต]
Normal Diplomacyการติดต่อทางการทูตโดยวิถีทางทูตตามปกติ มักจะกระทำกันดังนี้ เมื่อรัฐบาลต้องการจะหยิบยกปัญหาขึ้นกับอีกรัฐบาลหนึ่ง ตัวรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจะส่งคำสั่งไปยังเอกอัครราชทูตของ ประเทศตนที่ประจำอยู่ในประเทศผู้รับส่งให้ยกเรื่องนั้นขึ้นเจรจากับรัฐบาล ของประเทศผู้รับ โดยปกติเอกอัครราชทูตจะมีหนังสือทางการทูต (Diplomatic Note) เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวไปยังรัฐมนตรีวาการกระทรวงการต่างประเทศ ของประเทศผู้รับนั้นก่อน หรือไม่ก็ไปพบกับรัฐมนตรีด้วยตนเอง ณ กระทรวงการต่างประเทศ การเจรจากันอาจทำให้จำเป็นต้องมีการบันทึกของทูตแลกเปลี่ยนกันขึ้น ในรูปบันทึกช่วยจำ (Aide-Memoire ) ในบางกรณี เอกอัครราชทูตจำเป็นต้องไปพูดจา ณ กระทรวงการต่างประเทศ อีกหลายครั้งกว่าจะเสร็จเรื่อง ในระหว่างนั้น เอกอัครราชทูตมีหน้าที่จะต้องรายงานผลการเจรจาแต่ะครั้งไปยังกระทรวงการต่าง ประเทศของตน และบางคราวอาจจะต้องขอคำสั่งเพิ่มเติมอีกเมื่อเกิดกรณีใหม่โดยมิได้คาดหมาย มาก่อนเป็นต้น ในขณะเดียวกันกระทรวงการต่างประเทศของประเทศผู้รับก็จะส่งคำสั่งไปยังเอก อัครราชทูตของตน แนะว่าควรดำเนินการอย่างไรเกี่ยวกับปัญหาที่กำลังเจรจากันกับรัฐบาลของ ประเทศที่ตนประจำอยู่ผลการเจรจาอาจเป็นที่ตกลงกันได้ระหว่างรัฐบาลทั้งสอง ฝ่าย หรืออาจจะจบลงด้วยภาวะชะงักงัน ( Stalemate ) หรือรัฐบาลทั้งสองอาจจะตกลงกันว่าไม่สามารถตกลงกันได้ และปล่อยให้ปัญหาคาราคาซังไปก่อน จนกว่าจะมีการรื้อฟื้นเจรจากันใหม่ บางคราวปัญหาที่ยังตกลงกันไม่ได้นั้น อาจกลายเป็นปัญหาขัดแย้งกันอย่างรุนแรงต่อไปก็ได้ [การทูต]
Potsdam Proclamationคือคำประกาศ ณ เมืองปอตสแดม ออกเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม ค.ศ. 1945 โดยหัวหน้าคณะรัฐบาลของประเทศสหรัฐอเมริกา อังกฤษ และจีน ลงนามโดยประธานาธิบดีของรัฐบาลจีนคณะชาติ เป็นคำประกาศเมื่อตอนใกล้จะเสร็จสิ้นสงครามโลกครั้งที่สอง โดยฝ่ายสัมพันธมิตรดังกล่าวกำลังทำสงครามขับเคี่ยวอยู่กับฝ่ายญี่ปุ่น พึงสังเกตว่า สหภาพโซเวียต ในตอนนั้นมิได้มีส่วนร่วมในการออกคำประกาศ ณ เมืองปอตสแดมแต่อย่างใดโดยแท้จริงแล้ว คำประกาศนี้เท่ากับเป็นการยื่นคำขาดให้ฝ่ายญี่ปุ่นตัดสินใจเลือกเอาว่าจะทำ การสู้รบต่อไป หรือจะยอมจำนนเพื่อยุติสงคราม คำประกาศได้เตือนอย่างหนักแน่นว่า หากญี่ปุ่นตัดสินใจที่จะสู้รบต่อไป แสนยานุภาพอันมหาศาลของสัมพันธมิตรก็จะมุ่งหน้าโจมตีบดขยี้กองทัพและประเทศ ญี่ปุ่นให้แหลกลาญ แต่หากว่าญี่ปุ่นยอมโดยคำนึงถึงเหตุผล ฝ่ายสัมพันธมิตรก็ได้ตั้งเงื่อนไขไว้หลายข้อ สรุปแล้วก็คือ ลัทธิถืออำนาจทหารเป็นใหญ่จะต้องถูกกำจัดให้สูญสิ้นไปจากโลกอำนาจและอิทธิพล ของบรรดาผู้ที่ชักนำให้พลเมืองญี่ปุ่นหลงผิด โดยกระโจนเข้าสู่สงครามเพื่อครองโลกนั้น จะต้องถูกทำลายให้สิ้นซาก รวมทั้งพลังอำนาจในการก่อสงครามของญี่ปุ่นด้วยจุดต่าง ๆ ในประเทศญี่ปุ่น ตามที่ฝ่ายสัมพันธมิตรจะกำหนด จะต้องถูกยึดครองไว้จนกระทั่งได้ปฏิบัติตามจุดมุ่งหมายของสัมพันธมิตรเป็นผล สำเร็จแล้ว อำนาจอธิปไตยของญี่ปุ่นให้จำกัดอยู่เฉพาะภายในเกาะฮอนซู ฮ็อกไกโด กิวชู ชิโกกุ และเกาะเล็กน้อยอื่น ๆ ตามที่ฝ่ายสัมพันธมิตรจะกำหนด อาชญากรสงครามทุกคนจะต้องถูกนำตัวขึ้นศาล รวมทั้งที่ทำทารุณโหดร้ายต่อเชลยศึกของสัมพันธมิตร รัฐบาลญี่ปุ่นจะต้องกำจัดสิ่งต่าง ๆ ทั้งหมดที่เป็นอุปสรรคต่อการรื้อฟื้น และเสริมสร้างความเชื่อถือในหลักประชาธิปไตยในระหว่างพลเมืองญี่ปุ่น และจัดให้มีเสรีภาพในการพูด การนับถือศาสนา และในการแสดงความคิดเห็น ตลอดจนการเคารพสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน อย่างไรก็ดี ญี่ปุ่นจะได้รับอนุญาตให้ดำเนินกิจการด้านอุตสาหกรรมที่จะเกื้อกูลต่อภาวะ เศรษฐกิจของประเทศ และความสามารถที่จะชำระค่าปฏิกรรมสงคราม แต่จะไม่ยอมให้คงไว้ซึ่งกิจการอุตสาหกรรมชนิดที่จะช่วยให้ญี่ปุ่นสร้างสม อาวุธเพื่อทำสงครามขึ้นมาอีก ในทีสุด กำลังทหารสัมพันธมิตรจะถอนตัวออกจากประเทศญี่ปุ่นในทันทีที่จุดประสงค์ต่าง ๆ ได้บรรลุผลเรียบร้อยแล้ว ในตอนท้ายของเงื่อนไข สัมพันธมิตรได้เรียกร้องให้รัฐบาลญี่ปุ่นประกาศยอมแพ้อย่างไม่มีเงื่อนไข เสียโดยไว [การทูต]

ตัวอย่างประโยค (EN,TH,DE,JA,CN) จาก Open Subtitles
I don't want to be reminded of the past.ฉันไม่อยากรื้อฟื้นอดีต They Had to Tweeze That Out of My Kidney (2009)
You're gonna have to freshen my memory.เธอต้องรื้อฟื้นความทรงจำให้ฉันใหม่ Death Takes a Holiday (2009)
The police don't want to reopen the case, but we can request a stay of execution.ตำรวจไม่ต้องการรื้อฟื้นคดีนี้ แต่เราสามารถขอชลอการประหารชีวิต The Butterfly Effect 3: Revelations (2009)
Glad we could move past our history, Filip.ดีใจที่เราได้รื้อฟื้นความหลังกันอีกครั้ง ฟิลิป The Culling (2009)
She's not digging into Sam Crow.เธอไม่ได้มารื้อฟื้นคดีกับพวกSam Crow Potlatch (2009)
We were just catching up is all.เราแค่รื้อฟื้นความหลังเท่านั้นเอง Timebomb (2009)
Yeah, I mean, I might need a bit of polishing,ฉันแค่รื้อฟื้นนิดหน่อยก็โอเคแล้ว Mash-Up (2009)
So if you've come back here to... rekindle something between us...เพราะงั้นถ้าคุณ กลับมาเพื่อ... รื้อฟื้นอะไรระหว่างเรา... Remains to Be Seen (2009)
But instead of wasting your time poking around in the past,แต่ แทนที่จะมาเสียเวลาของคุณ มารื้อฟื้นเรื่องในอดีต Never Judge a Lady by Her Lover (2009)
I don't care what woman you carry on with at night, as long as you... show up for duty in the morning.นี่อยากจะมารื้อฟื้นกฎเก่าๆ เลยไปฝึกพูดมาหรือ ฉันอยากจ.. จะ... The King's Speech (2010)
I didn't mean to be dismissive of your pain.พ่อไม่ได้มีเจตนารื้อฟื้นความหลัง ให้ลูกต้องเจ็บปวด Turas (2010)
Oh. i'm sorry.โทษที ฉันไม่ได้จะรื้อฟื้น Lovely (2010)
I can't believe you'd bring that up.ฉันไม่อยากเชื่อเธอจะรื้อฟื้นอีก The Death of the Queen Bee (2010)
Let's remember,มารื้อฟื้นกันหน่อย Over There: Part 2 (2010)
"When can we drink to our memories again?"เมื่อไรเราจะได้ดื่มเพื่อรื้อฟื้นความหลังกันอีกนะ? Love in Disguise (2010)
You need a moment to recover?นายอยากจะรื้อฟื้นหน่อยไม๊? Need to Know (2010)
It's all right. We're just old friends reconnecting.ไม่เป็นไร เราแค่รื้อฟื้นความสัมพันธ์กันน่ะ Remember Paul? (2010)
And so it seems fitting that we revive this tradition NOW.แล้วก็เป็นเวลาที่เหมาะ ที่เราจะรื้อฟื้นธรรมเนียมนั้น เดี๋ยวนี้ The Coming of Arthur: Part Two (2010)
Sue decided that the only way he was gonna remember their kiss was to jog his memory.ซูตัดสินใจว่าวิธีเดียว ที่เขาจะจำจูบวันฮัลโลวีน.. ..คือรื้อฟื้นความทรงจำเขา Valentines Day II (2011)
I wasn't making it up or anything?ฉันไม่ได้รื้อฟื้น อะไรเลยใช่มั้ย Blame It on the Alcohol (2011)
You know, john should have never brought that up.รู้มั้ย จอห์นไม่ควรรื้อฟื้นเรื่องนี้ The Dinner Party (2011)
I'm not wearing a wire, Paul.ฉันไม่อยากรื้อฟื้นนะ พอล Moments in the Woods (2011)
And I'm not gonna frisk you to make sure, so let's drop it.และผมก็ไม่อยากรื้อฟื้นกับคุณ เพื่อมั่นใจ พอเถอะ Moments in the Woods (2011)
Get back on the good side, remind her of the good times.รื้อฟื้นช่วงวันเวลาดีๆของเธอ รื้อฟื้นช่วงวันเวลาดีๆของเธอ Wolf's Bane (2011)
It's a first day back thing.วันแรกต้องรื้อฟื้นหน่อย Wolf Moon (2011)
We don't need to rehash what we talked about last night.เราไม่ได้มาที่นี่เพื่ออยากจะรื้อฟื้น เรื่องที่เราคุยกันเมื่อคืนหรอก It's Alive (2011)
No reason for you and me to get bogged down in ancient history, right?ไม่มีเหตุผล ที่ฉันกับนาย จะรื้อฟื้น เรื่องในอดีต ใช่ไหม? Wake (2011)
Do not make me bring up the Renaissance!อย่าให้ฉันรื้อฟื้นเรื่องสมัยเรเนซองส์นะ Shut Up, Dr. Phil (2011)
Right now I need to know if anyone's moving D flawless diamonds, a lot of them.ไว้เราค่อยมารื้อฟื้นกันทีหลังดีกว่่า ตอนนี้ฉันอยากรู้ว่า ช่วงนี้มีใครกระจาย เพชร จำนวนเยอะๆ Eye of the Beholder (2011)
You up for a little nostalgia?อยากจะรื้อฟื้นความหลังเล็กๆน้อยๆมั้ย? The Three Bad Wolves (2011)
It brings back a lot of memories, doesn't it?มันรื้อฟื้นความหลัง ได้เยอะเลย ใช่ไหม Hope (2011)
I'm remembering something.ผมพยายามรื้อฟื้นความจำอยู่ Episode #1.19 (2011)
Matters became too tangled to unravel.กลายเป็นเรื่องที่ไม่สามารถรื้อฟื้น  ()
As long as we have that person, then we should be able to re-investigate the case.ต้องเอาตัวคนนั้นมาเท่านั้น จึงจะสามารถทำการรื้อฟื้นคดี ขึ้นมาสอบสวนใหม่ได้ Episode #1.8 (2011)
I haven't boxed in a long time. I'm not starting now.ฉันไม่ได้ชกมานานแล้ว ขี้เกียจรื้อฟื้น Real Steel (2011)
I'm trying to remember what year it was.ชั้นพยายามที่จะรื้อฟื้นความจำว่ามันเป็นปีไหน 1912 (2012)
Bryan was trying to rekindle something that's not there anymore, okay?ไบรอันพยายามที่จะรื้อฟื้นความสัมพันธ์ ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้อีกแล้ว เข้าใจไหม? Pulling Strings (2012)
Ah, all these people full of regrets trying to recapture their glory days.มีแต่คนที่เอาแต่รื้อฟื้นสิ่งที่ผิดพลาดไป รวมถึงระลึกความสำเร็จในสมัยที่ยังรุ่งโรจน์ Who Can Say What's True? (2012)
Siobhan and Dad are doing like this vow renewal thing.ชิบอนกับพ่อกำลังจะจัด การรื้อฟื้นคำสัญญา P.S. You're an Idiot (2012)
Look, with the vow renewal coming up and other recent expenses...ฟังนะ กำลังจะมี การรื้อฟื้นคำสัญญา และค่าใช้จ่ายเมื่อไม่นานนี้ P.S. You're an Idiot (2012)
Well, you know, if you're going to go to she who shall not be named and your father's vow renewal,หนูรู้ไหม ถ้าหนูกำลังจะไปงาน รื้อฟื้นคำสัญญาของเธอ ที่ไม่ควรเอ่ยชื่อ และพ่อหนู What We Have Is Worth the Pain (2012)
Technically, it's a vow renewal.จริงๆ เป็นการรื้อฟื้นคำสัญญาน่ะ I'm the Good Twin (2012)
Uh, did I mention we're renewing our vows?นี่ผมพูดเรื่องเข้าพิธีรื้อฟื้น คำสาบานหรือยังครับ I'm the Good Twin (2012)
I'm, uh, finishing up my memoirs, and I would love to include a...ผมกำลังรื้อฟื้นความทรงจำ และผมยินดีจะรวม... Infamy (2012)
And me and my wife renewed the vows and everything.และฉันกับภรรยาได้รื้อฟื้นคำสาบาน และทุกๆ อย่าง Partial Eclipse of the Heart (2012)
He was reliving his own victimization.เขารื้อฟื้น เหตุการณ์การตกเป็นเหยื่อขึ้นอีกครั้ง  ()
The best way for you to recover more of your memory is to return to the source of the initial sensory trigger.วิธีที่ดีที่สุดที่จะ รื้อฟื้นความทรงจำคุณให้มากกว่านี้ คือต้องกลับไปที่ต้นตอ ของที่ๆคุณได้รับรู้มันครั้งแรก Foundation (2012)
Get you to open up, be somebody you're not sure you are anymore.พยายามรื้อฟื้นตัวตนคุณ ให้คุณเป็นใครสักคน ที่คุณไม่แน่ใจว่าคุณเป็นจะยังเป็นคนๆนั้นอยู่รึไม่ Honor Thy Father (2012)
Please, don't hold back.ได้โปรด อย่ารื้อฟื้น คุณคงไม่ได้นอนเลยล่ะสิ The Three Bears (2012)
You've got to stop looking into this, it's not safe.คุณต้องเลิกรื้อฟื้นเรื่องนี้ซะ มันอันตรายเกินไป Damaged (2012)

Thai-English-French: Volubilis Dictionary 1.0
รื้อฟื้น[v.] (reūfeūn) EN: resurrect ; bring back ; renew ; revive ; reintroduce   FR: revivre ; renaître

English-Thai: Longdo Dictionary
retell(vt) รื้อฟื้น, บอกเล่าอีกครั้ง

English-Thai: NECTEC's Lexitron-2 Dictionary [with local updates]
rake up    [PHRV] รื้อฟื้น (เรื่องราวที่ไม่ดีหรือเสื่อมเสียในอดีต), See also: ขุดคุ้ย
resurrect    [VT] นำกลับมาใช้, See also: รื้อฟื้นขื้นมาอีก, Syn. bring back, reinstate
rake up    [PHRV] รื้อฟื้น, Syn. rake over

English-Thai: Nontri Dictionary
reopen(vi,vt) เริ่มใหม่,เปิดใหม่,รื้อฟื้น

Are you satisfied with the result?


Discussions

Go to Top