7 คาเฟ่สุดแนวที่ไม่ไปถ่ายรูปมาลงไอจีไม่ได้แล้ว

ทุกครั้งเวลาจะออกจากบ้านแม่ก็จะถามว่าไปไหน เราก็มักจะบอกว่า “ไปคาเฟ่กับเพื่อน” แม่ก็จะบอกว่า “อีกแล้วนะ” เอาจริงๆ เราว่าคาเฟ่มันก็เหมือนเป็นบ้านหลังที่ 2 ของใครหลายๆ คนไปแล้ว เพราะมันทั้งมีมุมถ่ายรูปสวยๆ บวกกับอาหารและเครื่องดื่มหลากหลาย ใครจะไม่ชอบล่ะ แต่ถ้ายังไม่มีแพลนไป cafe hopping ที่ไหน ก็ลองไปดู 7 คาเฟ่ใหม่นี้แล้วนัดเพื่อนรัวๆ กันไปเลย 

Bonci

ตอกย้ำความเป็นย่าน up-and-coming ของสะพานควายกันกับร้านสุดชิคอย่าง Bonci คาเฟ่ที่จะมาเสิร์ฟเมนูกาแฟที่ชงมาจากเมล็ด house blend พิเศษของทางร้าน ท่ามกลางบรรยากาศอุ่นๆ กับเฟอร์นิเจอร์สไตล์ Mid Century 

ลองสั่ง: Bimbom Cream (ลาเต้ครีมชีส; 150 บาท), Bimbom Sour (กาแฟน้ำส้มยูซุ; 150 บาท), Butter Croissant (80 บาท)

Rare Finds Cafe

มันจะมีบางวันแหละที่เรามีอารมณ์แบบไม่เร่งรีบ แค่อยากจะจดจ่อต่อหนังสือดีๆ สักเล่ม ถ้ารู้สึกแบบนั้นก็เอาหนังสือที่อยากอ่านใส่กระเป๋า แล้วมาใช้วันช้าๆ ที่ Rare Finds Cafe ได้เลย ด้วยการตกแต่งที่ดูไม่ pretentious และให้ความรู้สึกเหมือนนั่งอยู่บ้านเพื่อนบวกกับกาแฟราคาเป็นกันเอง เราเชื่อว่าพอทุกคนมารอบนึงแล้วต้องมีรอบต่อๆ ไปอย่างแน่นอน

ลองสั่ง: Americano Yuzu (65 บาท), Dirty (75 บาท), Butter and Cranberry Scone (60 บาท)

Kepler

ถึงแม้ที่นี่จะเป็นคาเฟ่แนว Mid Century เหมือนในหลายๆ ที่ แต่ข้าวของที่ทางร้านหยิบยกมาตกแต่งนั้น มีความ eclectic หน่อยๆ มันก็เลยทำให้เกิดความเฉพาะตัวขึ้นมา ซ่อนตัวอยู่ในย่านชานเมืองอย่างซอยลาซาล Kepler เสิร์ฟทั้งเมนูกาแฟ signature เด็ดๆ ที่ complement กับข้าวแกงจาก Riceroom Canteen

ลองสั่ง: Kepler Flower (80 บาท), Cold Brew Lychee (95 บาท), ข้าวแกง (65 บาท)

TAMP Kāfēi & Bar

TAMP Kāfēi & Bar คาเฟ่/บาร์กลิ่นอายจีนที่ได้แรงบันดาลใจมาจาก In the Mood for Love ผลงานของผู้กำกับหนัง cult อย่าง Wong Gar-Wai โดยบริเวณที่นั่งมีความสว่างสลัวๆ ด้วยแสงไฟสีแดงที่มาจากป้ายนีออนรอบๆ ร้าน ความรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในซีนหนังของผู้กำกับชาวฮ่องกงเลยนั่นแหละ

ลองสั่ง: Mika (espresso และฟองนม; 105 บาท), Fried Chive Cake (กุ่ยช่าย; 95 บาท), Chinese Sausage Fried Rice (ข้าวผัดกุนเชียง; 85 บาท)

NOC

ในความคลีน ความมินิมัล ความ monochromatic ที่เป็นเสน่ห์ของร้านนี้ NOC คาเฟ่ใหม่จากฮ่องกง ที่เสิร์ฟ “Not Only Coffee” แต่ยังมีเมนูบรันซ์มาให้เราเลือกมากมายอีกด้วย ทางร้านมีบริเวณเคาน์เตอร์สำหรับคนที่ต้องการสั่งกาแฟแบบ pour over และถ้าใครต้องการจิบกาแฟและทานอาหารแบบ alfresco เขาก็มีพื้นที่ให้นั่งแบบกึ่งกลางแจ้งด้วยที่ชั้น 2

ลองสั่ง: Fizzpresso (กาแฟผสมเสาวรสและโทนิกวอเตอร์; 180 บาท), Pourover (160 บาท), NOC Benedict (280 บาท)

The Cassette Coffee Bar

คุ้นๆ ชื่อกันใช่ไหมล่ะ คาเฟ่นี้ก็คือร่างแยกของบาร์เพลงยุค 90 อย่าง The Cassette Music Bar นั่นเอง มาครั้งนี้เขายกเอา signature บาร์สีชมพูมาตั้งไว้ที่สยามสแควร์ซอย 3 นี้เอง ใครเดินซื้อของอยู่สยามร้อนๆ ก็แวะเข้ามาเปลี่ยนบรรยากาศและย้อนวันวานไปกับ The Cassette Coffee Bar ได้เลย

ลองสั่ง: The Cassette Coffee Slurpee (กาแฟปั่นแบบสเลอปี้; 100 บาท), The Cassette Rose Iced Tea (100 บาท), Chocolate Pillow Cake (135 บาท)

Chim Chim

ถึงแม้อารมณ์ของร้านจะดูสนุก สบาย และ artsy สาดสีแบบสุดๆ แต่ที่นี่เขาก็ให้ความสำคัญกับอาหารและเครื่องดื่มไม่แพ้กัน กับคอนเซ็ปต์ “never chim, never know” หรือ “ไม่ชิมก็ไม่รู้” Chim Chim ขนมาทั้งเมล็ดกาแฟ single origin จากร้าน Roots และวัตถุดิบจาก Slone’s มาทำเป็นเมนูแนว creative ให้เลือกชิมมากมาย

ลองสั่ง: พิซซ่าแป้ง sourdough (เริ่ม 240 บาท), Zing Zing Chicken Burger (335), Corn Millefeuille (260 บาท)

  • ขอบคุณทุกคนที่อ่านน้า ถ้ามีข้อคิดเห็นหรือข้อแนะนำอะไร ติดต่อมาได้ที่นี่เล้ย labs@longdo.com 
  • นอกจากเรื่องนี้แล้ว เรายังมีเรื่องอื่นของสัปดาห์นี้อีกนะ
  • ยังไม่พอใช่ไหม? ไปดูคอนเทนต์รายสัปดาห์อื่นๆ ของเรากันที่นี่สิ ?

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.