คุณรู้จัก Cheap talk รึป่าว?

ทุกคนน่าจะเคยมีประสบการณ์ cheap talk แน่นอน ซึ่งมันสามารถเกิดขึ้นได้ในทุกๆ วันในชีวิตประจำวันของเรา ไม่ว่าจะเป็นเราเป็นคนพูดหรือคนอื่นพูดให้เราฟัง เริ่มสงสัยกันแล้วใช่มั้ยคะว่า cheap talk นี้มันคืออะไรกันแน่ ลองมาดูประโยคเหล่านี้กันค่ะ

เฮ้ย! แกเดี๋ยวว่างแล้วนัดกันน๊า

ครั้งหน้าไม่พลาดชัวร์

เธอไปอยู่อังกฤษแล้ว ไว้เราจะไปเยี่ยมน๊า

ตัวอย่างประโยคข้างต้นนี้ส่วนใหญ่เราไว้ใช้พูดถึงเรื่องในอนาคตที่เราอยากจะทำหรือก็แค่พูดไปงั้นๆ ทั้งๆ ที่ความเป็นจริงแล้วเรารู้ดีว่ามันค่อนข้างยากที่จะเกิดขึ้นหรือทำได้จริง นี่ก็เป็นตัวอย่างของ cheap talk ค่ะ

Cheap talk ก็คือ การพูดในสิ่งที่เราอยากให้คนอื่นได้ยิน ถึงแม้ว่าเราจะรู้ดีแก่ใจว่า คงจะเป็นไปได้ยากเพราะมันขัดกันกับสิ่งที่เราอยากจะทำจริงๆ ในอนาคต หรือว่าเราอาจจะคิดว่า เออ อยากจะทำอย่างนั้นจริงๆ ในขณะที่กำลังพูดออกไป แต่ก็ไม่ได้ให้ความสำคัญอะไรกับมันมากในการพยายามที่จะทำให้สิ่งที่เราพูดเกิดขึ้นจริงๆ

แล้วทำไมเราถึงต้อง Cheap talk ล่ะ?

ส่วนนึงมาจากที่คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยอยากจะปฏิเสธตรงๆ เพราะอยากจะรักษาน้ำใจผู้ฟังก็อาจจะทำให้เราต้อง cheap talk หรือบางครั้งเราทำเพราะมันเป็นการทำให้เรารู้สึกดีขึ้น และก็อาจจะทำให้คนที่ได้ยินรู้สึกดีในขณะนั้น

ถ้าคนที่ฟัง Cheap talk จากเราแล้วเค้าไม่ได้ให้ความสำคัญในสิ่งที่เราพูดด้วยก็โอเคไป แต่ถ้าเขาให้ความสำคัญตรงนั้นล่ะก็ cheap talk สามารถส่งผลให้เกิดการไม่ไว้เนื้อเชื่อใจ (distrust) ในสิ่งที่เราพูดในอนาคตได้

มาดูที่มาที่ไปของ Cheap talk กันค่ะ

Cheap talk มาจากสำนวน Talk is cheap. ซึ่งแปลว่า พูดถูกนั่นเอง….

เอ้ย ไม่ใช่นะคะ Talk is cheap แปลเป็นภาษาไทยได้ว่า “คำพูดไม่มีราคา” หรือตรงกับสำนวนไทยที่ว่า “คำพูดเป็นเพียงแค่ลมปาก” ซึ่งมันจะสื่อเป็นนัยว่า คำพูดไม่สำคัญเท่ากับการกระทำ (Actions speak louder than words) มาดูตัวอย่างกันค่ะ

แล้วคุณล่ะ คุณใช้ cheap talk มากน้อยแค่ไหนในชีวิตประจำวัน?

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.