สถานการณ์ภาษาอังกฤษในประเทศไทย (ทั้งที่คนไทยใฝ่ฝันอยากพูดได้เหลือเกิน)
สถานการณ์ภาษาอังกฤษในประเทศไทย (ทั้งที่คนไทยใฝ่ฝันอยากพูดได้เหลือเกิน)
คนไทยรู้กันมาตั้งนมน้าน...นมนานแล้วว่า ต่อไปภาษาอังกฤษจะเข้ามามีบทบาทมากในทุกวงการ แต่คนไทยใจเย้นเย็นก็ค่อยๆ เรียนรู้กันไปทีละน้อยละนิด รู้กะปริดกะปรอย อะลิตเติ้ลบิท อะลิตเติ้ลบ่อย เนิบๆ ช้าๆ ได้พร้าสองเล่มสนิมเกรอะกรังอะไรประมาณนั้น ภาษาอังกฤษของคนไทยก็เลยไปไม่ถึงดวงดาวกับเขาเสียที
ที่พูดเนี่ยไม่ได้คิดจะส่งเสริมแต่ภาษาอังกฤษจนลืมภาษาไทยเราเองนะคับ แต่ที่เน้นภาษาอังกฤษเพราะเราจะได้ตามทันประเทศอื่นๆ เขา เพราะภาษาอังกฤษจะเปิดประตูนำเราไปสู่โลกกว้างที่เราไม่เคยรู้เคยเห็นมาก่อน มีแหล่งความรู้มากมายในโลกไซเบอร์ เช่น บทความ (articles) หลากหลายสาระที่มีให้อ่านฟรีทางอินเตอร์เน็ต ซึ่งหาอ่านได้ยากมากในภาษาไทย รวมถึงสื่อที่ให้ความรู้ประเภทอื่นๆ เช่น e-book หรือหนังสืออีเล็กทรอนิกส์ เกมส์เสริมทักษะ ข่าว ภาพยนต์สารคดี เพลง นิทานmp3 และอื่นๆ อีกมากมาย เป็นเรื่องที่น่าเสียดายหากคนไทยไม่มีความสามารถที่จะได้รับประสบการณ์ดีๆ จากสิ่งเหล่านี้
ผมพอเข้าใจดีว่าหลายๆ คนอาจคิดว่าการรู้ภาษาอังกฤษสมัยนี้อาจไม่จำเป็น เพราะมีคนรู้มากพอสมควร ต้องไปเรียนภาษาอื่นๆ แทน เช่น จีน สเปน เกาหลี หรือฝรั่งเศษ ซึ่งจะไม่ต้องไปแข่งกับคนที่เก่งภาษาอังกฤษอยู่แล้ว และอาจมีโอกาสมากขึ้นในการทำงานกับภาษาอื่นๆ จึงไม่มีการเน้นหนักในภาษาอังกฤษ แต่อย่าลืมกลับมาคิดสักนิดนะครับว่า คนในประเทศต่างๆ ตอนนี้เขากำลังเน้นหนักภาษาอังกฤษมาก เช่นเกาหลี และญี่ปุ่นส่งให้ลูกไปเรียนพิเศษภาษาอังกฤษตั้งแต่ประถม จนวันหนึ่งผมคิดว่าเขาจะสามารถสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษได้ โดยที่เราไม่ต้องมานั่งเรียนภาษาของเขาอีกต่อไปถ้าเรารู้ภาษาอังกฤษ การเน้นภาษาอังกฤษให้แน่นไว้ก่อน แล้วค่อยเรียนภาษาอื่นๆ เสริม จึงน่าจะเป็นทางที่ดีกว่า
ยังไงก็ตามผมมีความรู้สึกยินดีกับเด็กไทยรุ่นใหม่สมัยนี้ที่เริ่มมีการพัฒนาด้านภาษาอังกฤษมากกว่าสมัยก่อน ผมยังจำได้ว่าเมื่อก่อนตอนผมเรียน ม. ปลาย คำว่า I want you to listen to me ผมยังไม่รู้เลยว่าควรพูดยังไง แต่เมื่อวันก่อนผมมีโอกาสไปเที่ยว จ.อุบลฯ ได้ยินเด็กผู้หญิงชั้น ป. 6 พูดคำนี้ ทำให้รู้สึกปลาบลื้มเอามากๆ ว่าเด็กไทยกำลังพัฒนาอย่างใหญ่หลวง อาจเป็นเพราะมีคุณครูที่มีประสิทธิภาพและเครื่องมือประกอบการเรียนที่ดีกว่าสมัยก่อน ทำให้มีความหวังได้ว่าต่อไปคนไทยเราก็จะเก่งไม่แพ้เพื่อนบ้าน
ในควมรู้สึกอันลึกถึงผนังลำไส้ ผมไม่อยากให้ภาษาอังกฤษของคนไทยด้อยกว่าประเทศอื่นเขาเลย เพราะบางครั้งมันก่อให้เกิดความน้อยเนื้อต่ำใจได้เหมือนกัน อย่างเช่น ไม่นานมานี้มีการประกวดนางงามโลก ประเทศไทยเราส่งนางงามไปประกวดกับเขาด้วย เมื่อถึงเวลาต้องพูดเป็นภาษาอังกฤษ นางงามของเราอาจใช้สำเนียงไท้ไทย ทำให้เป็นที่ค่อนขอดของพวกที่ใช้ภาษาอังกฤษมายาวนานแต่ไม่เคยใช้ถูกหลักไวยากรณ์อย่างฟิลิปปินส์และอินโดฯ และยิ่งรู้สึกน้อยใจเข้าไปอีกเมื่อได้รู้ว่าพื้นฐานภาษาอังกฤษของเราค่อนข้างต่ำกว่าชาวเวียดนามประเทศเพื่อนบ้าน ยิ่งสำเนียงการออกเสียงภาษาอังกฤษของคนไทยเรานั้นก็แพ้ชาวเขมรและชาวพม่า เป็นอย่างนี้แล้วเราจะนิ่งเฉยอยู่ไม่ได้ใช่มั้ยคับพี่น้อง ผมว่าเรามาช่วยกันปรับปรุงแก้ไขให้กันและกันเพื่อความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของคนไทยเรากันดีกว่านะคับ
- Jjay60's blog
- Login or register to post comments
- 4859 reads

Comments
ขอแนะนำความคิดผมนะครับ
ผมเรียนมหาวิทยาลัยระบบ inter ซึ่งเคยถามผู้สอนว่าทำอย่างไรถึงจะพูด อ่าน เขียน คล่องโดยเฉพาะการพูด การออกเสียง การใช้หลักไวยากรณ์ ผู้สอนต่างชาติตอบกลับมาว่า " you ไม่ใช่เจ้าของภาษา ไม่มีความจำเป็นหรือเกิดความกังวลเลยว่าต้องพูดให้เหมือนเจ้าของภาษา แต่ถ้าอยากฝึกก็จะดีกับตัวเอง" หัวใจหลักของการสื่อสารคือการรับและส่งสารในเรื่องเดียวกันให้เป็นที่เข้าใจอย่างชัดเจนทั้งผู้รับและผู้ส่งสาร " การออกเสียงและไวยากรณืเป็นเรื่องที่รองลงมา มีความสำคัญแต่ไม่มาก
ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับความตั้งใจของแต่ละบุคคลนะครับ ใครตั้งใจฝึกจริงผมก็ยินดีและเอาใจช่วย แต่ถ้ามันทำให้เรารู้สึกกดดันจนไม่กล้าพูด ไม่กล้าคิดอันนี้อันตราย แล้วคุณก็จะรู้สึกว่าการสื่อสารภาษาต่างชาติเป้นเรื่องยากและไม่อยากจะเรียนรู้มันอีกเลย
ขอบคุณที่อ่านนะคร้าบบบ
อิอิ